โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น KTC โดนพิษมาร์จิ้น มาร์เก็ตแคปจากหลักแสนล้าน วูบเหลือ 61,622 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.02 น.

หุ้น KTC หรือ บมจ. บัตรกรุงไทย ยังอยู่ในระหว่างเคลียร์บัญชีมาร์จิ้น ภาคเช้าวันนี้ (30 มิ.ย. )มีบิ๊กล็อต 5,611 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 23.03 บาทต่อหุ้น มาร์เก็ตแคปวูบเหลือ 61,622 ล้านบาท จากที่เคยอยู่หลักแสนล้าน

วันที่ 30 มิ.ย. 2568 ปิดตลาดหุ้นภาคเช้า หุ้นบมจ. บัตรกรุงไทย ( KTC) มีรายการซื้อขายขนาดใหญ่ ( บิ๊กล็อต) มูลค่า 5,611 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 23.03 บาท ขณะที่หุ้น KTC ปิดภาคเช้าที่ 23.80 บาท ลดลง 0.60 บาท (2.46%) มูลค่าการซื้่อขาย 8,969.27 ล้านบาท

หุ้น KTC ปรับตัวลงแรงจากกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถูกบังคับขาย (Force sell) ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 30 พ.ค. 2568 พบว่ามีการนำ KTC มาใช้เป็นหลักประกัน 420.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.3%ของจำนวนหุ้นทั้งหมดมูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท

KTC เคยเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป)สูงถึงระดับ 1.53 แสนล้านบาท ณ สิ้่นปี 2563 ขณะที่ราคาหุ้นเคยปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 90.25 บาท (10-11 ม.ค.2564) แต่จากพิษ Force sell ทำให้ล่าสุดอยู่ที่ 23.80 บาท มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 61,622 ล้านบาท หรือลดลง 91,789.91 ล้านบาท

บทวิเคราะห์บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ผลการดำเนินงานของ KTC ยังคงเป็นปกติ แม้สถานการณ์เศรษฐกิจแม้ไม่ค่อยดีนัก ขณะที่การติดตามทวงถามหนี้ยังทำได้ใกล้เคียงเดิม ดังนั้น โบรกเกอร์ จึงเชื่อว่าการปรับตัวลดลงหนักของราคาหุ้น KTC ไม่น่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่อย่างใด ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะเป็นการถูก Force sell ตามที่เป็นกระแสข่าว

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 KTC มีกำไรสุทธิ 1,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 โดยรายได้รวมอยู่ที่ 6,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

ขณะที่ธุรกิจเรือธง คือ บัตรเครดิต ในไตรมาสแรกมีสมาชิกรวมทั้งหมด 3,486,729 บัญชี เป็นบัตรเครดิต 2,769,551 บัตร เพิ่มขึ้น 3.8% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และสินเชื่อบุคคล 690,178 บัญชี ลดลง 5.2% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 2 เดือนแรก ปีนี้ มีมูลค่า 48,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,101 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 6.9% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ได้เขียนบทความเรื่อง Perfect Corner-Perfect Storm โดยวิเคราะห์กรณีหุ้น KTC ปรับตัวลงแรงประมาณ 30% ภายในเวลา 5 วัน (เริ่ม 23 มิ.ย.68 ) โดยระบุว่า

การที่หุ้นตกลงมาแรงถึง “พื้น” ติดต่อกัน 2 วัน พร้อม ๆ กับปริมาณเสนอขายจำนวนหลายร้อยล้านหุ้น คิดเป็นเงินหลายพันล้านบาท โดยที่ไม่มีผู้เสนอซื้อเลยนั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหุ้นถูกบังคับขายเนื่องจากคนที่ซื้อหุ้นด้วยมาร์จิ้นจำนวนมากและมีหนี้กับโบรกเกอร์หลักพันล้านบาทขึ้นไป ไม่มีเงินมาเติมเมื่อราคาหุ้นตกลงมาถึงจุดที่จะต้องถูกบังคับขายแล้ว

นอกจากนี้ยังมองว่าปรากฎการณ์หุ้น KTC เรียกว่าเป็น หุ้นที่ “ถูกCorner” ที่ทำได้อย่าง “สมบูรณ์แบบ” ไม่ใช่ว่าราคาขึ้นไปแบบ “สุดโต่ง” จนเห็นได้ชัดแบบหุ้นที่ถูกคอร์เนอร์หลาย ๆ ตัวที่มีค่า PE สูงเป็น 100 หรือ 50 เท่าในเวลาอันสั้น แต่ภายใต้การคอร์เนอร์หุ้นที่สมบูรณ์แบบของ KTC นั้น มีจุดอ่อนที่การรองรับการซื้อและถือหุ้น KTC ด้วย “หนี้” มาร์จิ้นและการจำนำหุ้นจำนวนมหาศาล คร่าว ๆ น่าจะประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าหุ้นที่เป็น “Free Float” ทั้งหมด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...