โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิธีปรับพอร์ตให้รอดในโลกผันผวน เปิด 4 ธีมเด่นครึ่งหลังปี 68

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 00.38 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 08.50 น.

หากย้อนดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ถือว่าหนักหนาสาหัสพอควรกับการลงทุนทั่วโลก เช่น ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ น้ำมันดิบที่ระดับผันผวนตาม OPEC+ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ S&P500 กลับมาเป็นบวกได้แล้วหลังวันปลดแอกอเมริกา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอเมริกา 10 ปี ปรับตัวทดสอบระดับ 4.50% ท่ามกลางความเสี่ยงหนี้ท่วม หรือดัชนีหุ้นไทยหลุด 1,200 จุด จากแนวรับกลายเป็นแนวต้าน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจหดตัว

ควรจัดพอร์ตอย่างไร…

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนทั่วโลก นักลงทุนได้เห็นปรากฏการณ์สำคัญหลายอย่าง เช่น ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนตามการปรับนโยบายของกลุ่ม OPEC+ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ดัชนี S&P500 ที่กลับมาเป็นบวกได้อีกครั้งหลังวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 4.50% ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และดัชนีหุ้นไทยที่หลุดระดับ 1,200 จุด จากที่เคยเป็นแนวรับกลับกลายเป็นแนวต้าน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว

คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ ควรจัดพอร์ตการลงทุนอย่างไร เพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำ 4 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ พร้อมแนวทางการจัดพอร์ตที่เหมาะสมดังนี้

1. การปรับเส้นทางการค้าโลก (Trade Restocking and Rerouting)
การที่สหรัฐอเมริกาเรียกเก็บภาษีการค้ามากขึ้น ทำให้ประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีพยายามหาทางหลีกเลี่ยง เห็นได้จากการส่งออกและนำเข้าของโลกที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในเดือนมีนาคม - เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเรียกว่าการกลับมาเติมสต็อกสินค้า (Trade restocking) เมื่อภาษีถูกยกระดับขึ้น การปรับเปลี่ยนจุดหมายของการค้า (Trade rerouting) ไปยังตลาดอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกาจะตามมา รวมถึงการค้าขายสินค้ากันเองระหว่างประเทศในแถบเอเชียก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูงเช่นกัน

4 ธีมหุ้นลงทุนเด่น ครึ่งหลังปี 68

2. พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ไม่เหมือนเดิมแต่ล็อกผลตอบแทนสูง (Treasuries: Not the Same but Locked-in)
แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ แต่จากปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายภาษีของทรัมป์ และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาในช่วงครึ่งปีหลัง

การลดดอกเบี้ยอาจมาล่าช้าและน้อยกว่าที่คาดไว้ ด้วยระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ 4.5 – 5.0% การลงทุนในพันธบัตรสหรัฐอเมริกา จึงยังให้ผลตอบแทนที่คงที่ในระดับสูง (Locked-in) อย่างไรก็ตาม การถือพันธบัตรสหรัฐอเมริการอบนี้อาจจะไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากย้อนไป 5 ปีก่อน การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อายุมากกว่า 20 ปี อาจทำให้ขาดทุนเกือบ 50% จากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ดังนั้น นักลงทุนควรเน้นลงทุนในพันธบัตรสหรัฐอเมริการะยะสั้น (Money Market) หรืออายุไม่เกิน 1 ปี

3. ยุคทองคำรุ่งเรือง (The “Golden” Era)
ราคาทองคำได้ทำจุดสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความปั่นป่วนของโลกในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน หรือแนวโน้มของสงครามที่อาจนำไปสู่เงินเฟ้อในระยะถัดไป นอกจากนี้ การกักตุนทองคำเพื่อเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

สถานการณ์ทั้งหมดบ่งชี้ว่า ยุคนี้การมีทองคำติดพอร์ตไม่ใช่เพียงเพื่อไม่ให้พลาดโอกาส แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจไม่ควรซื้อที่ระดับราคา 3,300 – 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ควรรอให้ราคาทองคำย่อตัวลง หรือทยอยซื้อเมื่อราคาทองคำปรับฐานลง

4. แนวคิด The Mar-A-Lago Accord is Now
แนวคิดนี้มาจากสตีเฟน มิแรน นักเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งตั้งชื่อตามบ้านพักตากอากาศของประธานาธิบดีทรัมป์ มิแรนเสนอว่า เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินดอลลาร์ “ควรอ่อนค่าลง” ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องการให้ดอลลาร์ยังคงเป็น “สกุลเงินหลักของโลก” พูดง่ายๆ คือ ต้องการให้ดอลลาร์ “อ่อนค่าในระยะสั้น” แต่ “คงมีเสถียรภาพในระยะยาว” เป้าหมาย คือ การลดดุลการค้าและลดหนี้สาธารณะ โดยทำได้ 2 วิธี คือ

  • เพิ่มภาษีนำเข้าอย่างรุนแรง (Reciprocal Tariffs) เพื่อใช้ในการเจรจากับประเทศต่าง ๆ
  • เสนอแนวคิดให้ประเทศที่ต้องการถือเงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองและไม่ต้องการโดนภาษีการค้า ถือพันธบัตร 100 ปี ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือให้แลกเปลี่ยนจากพันธบัตรปกติเป็นพันธบัตร 100 ปี วิธีนี้จะช่วยทั้งการลดดุลการค้า (โดยสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐอเมริกาและส่งออกมากขึ้น รวมถึงเก็บภาษีได้มากขึ้นหากใครไม่ย้ายฐานการผลิต) และนำเงินมาลดหนี้สาธารณะของประเทศ ดังนั้น ภาพที่ดอลลาร์ต้องอ่อนค่าในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

กลยุทธ์จัดพอร์

จากธีมการลงทุนข้างต้น สามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้ ดังนี้

ตราสารทุน (Equity) (20 - 25%)
แบ่งเป็นหุ้นสหรัฐอเมริกา 5% หุ้นตลาดที่พัฒนาแล้ว 10% และตลาดเกิดใหม่ 10% โดยอาศัยประโยชน์จากธีมการปรับเส้นทางการค้า (Trade rerouting) และธีมแนวคิดมา-อา-ลาโก (The Mar-A-Lago is Now) ซึ่งอาจส่งผลให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ตราสารหนี้ (Fixed Income) (30 - 35%)
แบ่งเป็นตราสารหนี้สหรัฐอเมริการะยะสั้น 20% และตราสารหนี้สหรัฐอเมริการะยะยาว 5% ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ Barbell Strategy ที่ถือทั้งพันธบัตรระยะสั้นเพื่อล็อกผลตอบแทน และพันธบัตรระยะยาวเพื่อเก็งกำไรจากการลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ ควรมีตราสารหนี้ไทยอีก 10%

ตราสารทางเลือก (Alternative Asset) (20 - 25%)
แบ่งเป็นกอง REITs 8.3% ทองคำ 8.3% และคริปโตเคอร์เรนซี 8.3% สำหรับทองคำและคริปโตเคอร์เรนซี ควรใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือทยอยลงทุน เนื่องจากราคาได้ปรับขึ้นไปสูงแล้วจากธีมทองคำรุ่งเรือง (The “Golden” Era)

ตราสารอนุพันธ์ (Derivative) (0 - 5%)
สำหรับนักลงทุนที่มีความเข้าใจในการลงทุนที่ซับซ้อน การซื้อ Put Options หรือสัญญาซื้อขาย VIX Index ท่ามกลางความผันผวน ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ

เงินสด (Cash) (10 - 20%)
ควรเก็บเงินสดไว้อย่างน้อย 10% จากความไม่แน่นอนของโลกในปัจจุบัน เพราะเงินสดคือสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ (Cash is always King)

อย่างไรก็ตาม การติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐโลกยังคงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้ เพราะเพียงข้ามคืนสถานการณ์ก็พลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...