โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

PRINC ตั้งการ์ดรับวิกฤต ศก. คุมเข้มต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย พยุงรายได้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 21.30 น.

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ (PRINCIPAL HEALTHCARE) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศและทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาจเรียกได้ว่าหลายอย่างอยู่เหนือความคาดหมายจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วย โดยผู้บริโภคมีกำลังซื้อเกี่ยวกับเรื่องการรักษาโรคในทุกหมวดหมู่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกลุ่มลูกค้าส่วนบุคคลและลูกค้าบริษัท

หากมองภาพรวมธุรกิจเฮลท์แคร์ในไทย ไม่นับช่วงเหตุการณ์โควิด-19 ปี 2568 ถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุด ขณะเดียวกันแนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพส่วนที่เน้นการป้องกันและส่งเสริมกลับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลร่างกายไม่ให้เจ็บป่วย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งเป็นแนวโน้มการดูแลสุขภาพของคนทั่วโลก

สำหรับผลการดำเนินงานของเครือโรงพยาบาล PRINC Group ซึ่งดำเนินธุรกิจเฮลท์แคร์และโรงพยาบาล มองว่าไตรมาส 1 มีสถานการณ์ค่อนข้างยาก ถัดมาไตรมาส 2 ประเมินว่าน่าจะดีขึ้น ผู้คนยังต้องการบริการด้านสุขภาพและยังมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา ในกรณีเจ็บป่วย หรือเข้ารับบริการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง คาดว่าผลประกอบการจะโตขึ้นและกำไรดีเหมือนเดิม แต่อัตราการเติบโตอาจไม่รวดเร็วเหมือนในภาวะปกติที่ผ่านมา

ส่วนแนวโน้มและความท้าทายในช่วงไตรมาส 3 หรือครึ่งหลังของปี 2568 อาจคาดเดาได้ยากที่สุดจากปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลก, การค้า, สภาพคล่องทางการเงินในประเทศ ตลอดจนการเมืองที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง

“ไตรมาส 3 ภาวะเศรษฐกิจเป็นปัจจัยลบสำคัญในการดำเนินงานทุกธุรกิจ ส่วนธุรกิจเฮลท์แคร์อย่างโรงพยาบาลในเครือของเราก็พยายามพัฒนาเต็มกำลังสำหรับให้บริการลูกค้า โดยคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ใช่จ่ายเกี่ยวกับการดำรงชีวิตมากกว่า ทำให้การบริหารจัดงานธุรกิจต้องมีความมุ่งมั่นและความทุ่มเทที่มากขึ้นจึงจะอยู่รอดได้”

นายแพทย์กฤตวิทย์ กล่าวว่า PRINC มีโรงพยาบาลในเครือที่รับกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคม และกลุ่ม สปสช. (บัตรทอง) ส่วนใหญ่รับคนไข้และผู้มาใช้บริการเป็นคนไทยกว่า 95% ต่างชาติ 5% จากแผนงานเคยคิดจะขยายรายได้จากกลุ่มคนไข้ต่างชาติให้โตเป็นเท่าตัว แต่สถานการณ์เศรษฐกิจและสภาพการเดินทางระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องปรับแผนใหม่ และยอมรับว่าตัวเลขอาจไม่เป็นไปตามคาดไว้

ส่วนการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลจากเดิมตั้งเป้าไว้ประมาณ 20 แห่ง ปัจจุบันยังคงอยู่ในขอบเขต 17 แห่ง โดยการขยายตัวจะเพิ่มศูนย์บริการ เพิ่มตึกรองรับผู้ป่วยให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทั้งมีโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และโรงพยาบาลที่ซื้อเข้ามาแล้วต้องปรับปรุงซึ่งมีฐานลูกค้าและรายได้เดิมอยู่แล้ว เช่น โรงพยาบาลที่กาญจนบุรี โดยจะเข้าไปพัฒนาให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งยังเพียงพอต่อการติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจน หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งการปรับตัวและการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภายในองค์กร เช่น การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น การใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในกลุ่มทำให้ประสิทธิภาพ ในการควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริการด้านสุขภาพยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชนคนทั่วไป ทำให้ผลประกอบการโดยรวมของ PRINC ยังคงเติบโตและมีกำไร แต่ต้องเน้นกลยุทธ์การปรับตัว การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน เพื่อร่วมมือกันให้ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...