โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์ 5 จุดเปราะเกมทีมชาติไทย U23 แพ้อินโดนีเซีย ตกรอบอาเซียน คัพ 2025

SIAMSPORT

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 02.14 น.
ทีมชาติไทย U23 พ่ายจุดโทษ อินโดนีเซีย 6-7 หลังเสมอกัน 1-1 ทำให้

[ 1 ] แท็กติกเป็นผล แต่ผู้เล่นไม่ตอบสนอง

ด้วยเงื่อนไขสำคัญสองอย่าง - หนึ่งคือการต้องเจอกับเจ้าภาพ อินโดนีเซีย ที่มีแรงเชียร์มหาศาล และสองคือข้อจำกัดด้านตัวผู้เล่นที่ขาดทั้งประสบการณ์และความเข้าใจในเกมระดับชาติ ทั้งยังไม่อาจใช้นักเตะชุดที่ดีที่สุดมาลุยทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาคอีกต่างหาก

จากปัจจัยข้างต้น มันทำให้ทีมชาติไทย เลือกใช้แผนการเล่นที่เน้นความรัดกุม พร้อมกับรอโอกาสสวนกลับอย่างมีจังหวะ

ในแง่แท็กติก ถือว่ามาถูกทาง - อินโดนีเซีย แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ไม่อาจเจาะแนวรับช้างศึกเข้าไปจบสกอร์เน้นๆ ได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาคือการตอบสนองในจังหวะสวนกลับของผู้เล่นไทย ที่ยังช้า, ขาดความแม่นยำและไม่สอดประสานกันได้ดีนัก

หลายจังหวะ เกมสวนกลับของทัพช้างศึกควรจะมีลุ้นจบสกอร์ แต่กลับถูกตัดตอนกลางคัน เนื่องจากการขาดการเติมเต็มของผู้เล่นริมเส้น หรือมิดฟิลด์ไม่มีการสอดขึ้นมารับบอลได้เร็วพอ

ส่วนประตูที่ถูกตีเสมอ 1-1 ก็มาจากการเสียสมาธิ เพราะประกบ เยนส์ ราเว่น ไม่ดีพอ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าศูนย์หน้าเชื้อสายเนเธอร์แลนด์ส ผู้นี้คือตัวทีเด็ดของอินโดนีเซีย

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แท็กติกจะวางไว้ดี แต่การเคลื่อนที่และการประสานงานไม่ตอบสนอง ประสิทธิภาพของแผนที่วางไว้ย่อมไม่เกิดผล

[ 2 ] เสกสรรค์ ไม่สร้างสรรค์

เสกสรรค์ ราตรี คือชื่อที่แฟนฟุตบอลหลายคนฝากความหวังไว้มากในชุดนี้ ไม่เพียงเพราะเขาเคยผ่านการติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว แต่ยังเพราะมีปลอกแขนกัปตันทีมสวมใส่อยู่บนแขน

ด้วยพรสวรรค์ที่มี บวกดีกรีที่เหนือกว่าเพื่อนๆ ในชุดยู-23 มันบ่งชี้ว่าเด็กหนุ่มชาวราชบุรี ควรจะเป็น 'ความหวัง' ของทัพช้างศึก

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับไม่ใช่แบบนั้น โดยเฉพาะเกมกับอินโดนีเซีย - เสกสรรค์ มีช่วงเวลาที่ดูขาดความมั่นใจ หลายจังหวะพยายามเลี้ยงฝ่าดงแข้งเจ้าถิ่นแบบฝืนตัวเอง และมักจะเสียบอลในพื้นที่สำคัญ บางจังหวะก็เลือกช็อตที่ยากจนเกินไป โดยไม่มองหาตัวเลือกที่ดีกว่า

แม้จะมี 1 แอสซิสต์ที่ถวายพานงามๆ ให้ ยศกรบูรพา แต่หากมองภาพรวม เขายังไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เลย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนจังหวะเกมเร็วเพื่อสวนกลับ

ด้วยพรสวรรค์ บวกด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มพูน หากว่า เสกสรรค์ ยังไม่สามารถก้าวข้าม คำว่า 'ดาวรุ่งตลอดกาล' ก็จะติดตัวเขาไปอีกยาวๆ

[ 3 ] ปัญหาเดิมๆ จบสกอร์ไม่คม

เกมกับอินโดนีเซีย ทัพช้างศึกมีโอกาสยิงถึง 14 หน โดยเป็นการซัดตรงกรอบ 5 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 1 ประตู ซึ่งในแง่ตัวเลขอาจไม่ได้เลวร้าย แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่ได้มา รวมถึงลักษณะของเกมที่เล่นกับคู่แข่งระดับเดียวกัน มันยังถือว่าไม่ดีพอ

ยศกร บูรพา ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า อาจจะได้รับคำชื่นชมในเรื่องความทุ่มเทและพละกำลังความแข็งแกร่ง แถมยังยิงได้หนึ่งประตู แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพของคำว่า 'ศูนย์หน้า' ต้องบอกว่าเขายังห่างไกลจากการเป็นความหวังของทีมชาติไทย

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการลูกหนังสยามประเทศ เพราะตั้งแต่ชุดเล็ก ไปจนถึงชุดใหญ่ ความสามารถในการสร้างโอกาสอาจจะดีขึ้น แต่ความคมในการจบสกอร์ยังเป็นจุดอ่อนเสมอ

นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะถ้าหมดยุค ธีรศิลป์ แดงดา ต่อด้วย ปรเมศย์ อาจวิไล ณ ปัจจุบัน ก็ยังมองหาความหวังคนใหม่ไม่เจอเลยสักที

[ 4 ] ศรวัสย์ - ชวัลวิทย์ - พิชิตชัย แววดี

แม้ผลงานโดยรวมของทีมจะน่าผิดหวัง แต่ยังมี 3 นักเตะที่เปล่งประกายออกมาในเกมนี้ และควรได้รับคำชื่นชมในฐานะอนาคตของฟุตบอลไทย

ศรวัสย์ โพธิ์สมัน จอมหนึบจาก สงขลา เอฟซี แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ, ความเยือกเย็นและการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในการป้องกันจุดโทษช่วงยิงตัดสิน ทำให้เห็นว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูมีอนาคตแน่นอน

พิชิตชัย เศียรกระโทก เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมโหดที่โชว์พลังดุดัน, อ่านเกมเฉียบและกล้าเข้าสกัดแบบไม่กลัวเจ็บ แม้จะยังต้องขัดเกลาประสบการณ์ แต่หากได้รับการปั้นแต่งอย่างถูกวิธี เขาคือหนึ่งในกองหลังของทัพช้างศึก

ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ดาวรุ่งเนื้อหอมจาก บางกอก เอฟซี โดดเด่นเรื่องเทคนิค, กล้าเล่น-กล้าลุยและเพิ่มมิติเกมรุกได้หลากหลาย หากเพิ่มความเด็ดขาดในการจบสกอร์ เขาน่าจะเก่งกาจกว่านี้อีกหลายเท่าตัว

[ 5 ] ก้าวข้ามอาเซียนที่ยังต้องรอต่อไป

แม้ไทย จะมีลีกแข็งแกร่งและระบบสโมสรดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน แต่ผลงานของทีมชาติกลับสวนทาง

เกมกับอินโดนีเซีย จบลงด้วยสถิติเหล่านี้…

- ครองบอลน้อยกว่า (ไทย 30% - อินโด 70%)

- ฟาวล์มากกว่า (ไทย 11 - อินโด 3)

- จ่ายบอลน้อยกว่าแบบขาดลอย (ไทย 232 - อินโด 680 ครั้ง)

สิ่งเหล่านี้คือคำตอบว่า ไทย ยังไม่พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเหนืออาเซียน จริงๆ เพราะขาดทั้งระบบการเล่นร่วมกันที่ชัดเจนและการพัฒนาอย่างมีทิศทาง

หากไม่เริ่มจากโครงสร้างฟุตบอลรากหญ้า, การวางระบบโค้ชให้มีแนวทางไปในทิศเดียวกัน รวมถึงการพัฒนาผู้เล่นแบบต่อเนื่อง

ความฝัน 'ฟุตบอลไทย ไปฟุตบอลโลก' ก็อาจยังคงเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรูในกระดาษ

อนาคตลูกหนังไทย กำลังยืนอยู่บนทางแยก อยู่ที่จะเลือกเดินตามความเคยชินแบบเดิมๆ หรือจะกล้าสร้างระบบที่แข็งแกร่งกว่านี้

คำตอบนั้น…ไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะนัดเดียว แต่อยู่ที่ความกล้าเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...