โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทบ. ชี้แจงกรณีลูกกระสุนตกในเขต สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ไม่ใช่กระสุนของฝ่ายไทย

VoiceTV

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 04.36 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 68 ตามที่ปรากฏรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 09.40 น. ได้มีลูกกระสุนปืนใหญ่จำนวน 10 นัด ตกในเขตพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย – ลาว – กัมพูชา โดยไม่มีการยืนยันชัดเจนว่ากระสุนดังกล่าวเป็นของฝ่ายใดและเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ การประสานกับหน่วยงานความมั่นคงของ สปป.ลาว ยืนยันว่า ไม่ใช่กระสุนจากฝั่งทหารไทยอย่างแน่นอน โดยกองทัพไทยมีความมั่นใจในขีดความสามารถในการควบคุมการใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสม ได้สัดส่วน และอยู่ในกรอบกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา มักพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการใช้อาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลโจมตีเป้าหมายพลเรือนจำนวนมากตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยมีลักษณะเป็นไปโดยเจตนา และจงใจที่จะใช้ อาวุธดังกล่าวต่อเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เช่น การใช้อาวุธต่อโบราณสถาน เพื่อมุ่งหวัง ให้สังคมโลกเข้าใจผิดต่อฝ่ายไทยอย่างมีนัยสำคัญ

กองทัพบกขอยืนยันว่าฝ่ายไทยมีมาตรการควบคุมการใช้อาวุธอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ประชิดชายแดน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งนี้ กองทัพบกจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่าย สปป.ลาว เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...