โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.กรุงเทพ ปรับจีดีพีโต 1.5-2.0% "กอบศักดิ์" ห่วงไทยโดนภาษีทรัมป์ 36%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 23.58 น.

ธ.กรุงเทพ ปรับจีดีพีโต 1.5-2.0% “กอบศักดิ์” ห่วงไทยโดนภาษีทรัมป์ 36% ย้ำจุดยืนไม่เลือกข้าง-รักษาความเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า การเจรจาภาษีทรัมป์ ยอมรับว่ามีความกังวลสหรัฐจะประกาศบังคับใช้ภาษีนำเข้า

ปัจจุบันไทยโดนเก็บ 36% จะส่งผลกระทบหนักโดยเฉพาะภาคการส่งออก ไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 60% ไทยจะไม่มีรายได้ในอนาคต จะส่งผลกระทบระยะยาว อีกทั้งคู่แข่งในภูมิภาค อาทิ อินโดนิเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น สามารถปิดดีลอัตราภาษีที่ 15-20% จะส่งผลทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าหนัก ทำไทยเสียเปรียบคู่แข่ง

“บริษัทหลายแห่งกำลังมองหาประเทศลงทุน มี เวียดนาม อินโดนิเซีย ไทย หากไทยโดนภาษี สหรัฐ 36% นักลงทุนคงไม่มองไทยเพราะมีภาษีแตกต่างกว่า 16% “นายกอบศักดิ์กล่าว

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า อัตราภาษีได้เอกชนสามารถยอมรับได้คือ 25% แม้ต่างจากประเทศต่าง ๆ 5% แต่เอกชนปรับตัวได้ ปกป้องการเกษตรได้ แม้จะกระทบต่ออุตสหกรรมภาคการเกษตรบางส่วน แต่ส่งออกยังไปต่อได้ระยะยาว ขณะที่เงินซอฟต์โลน 200,000 ล้านบาท รัฐบาลตรียมไว้เยียวยาผลกระทบ คาดว่น่าจะเพียงพอ และไทยยังมีรายได้จากอุตสาหกรรมใหม่ที่จะลงทุนในไทย การย้ายฐานก็ยังมาไทย ยังเป็นทางเลือกเอกชนปรับตัวได้ รายได้จากส่งออกนำมาเยียวยาอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน2568 ) มีตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ)ส่งคำขอเข้า มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท

การตัดสินใจลงทุนตอนนี้ขึ้นอยู่กับภาษีสหรัฐ หากไทยได้ภาษีไม่ต่างจากประเทศในภูมิภาคมากเขาอาจจะลงทุนไทย กรณีการวางตัวของประเทศไทยระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนนั้น เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต สำหรับประเทศไทยคำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นมากขึ้นเช่นกัน เช่น กรณีฐานทัพที่พังงา หรือโครงการในพื้นที่อู่ตะเภาในอนาคต ดังนั้น ประเทศไทยควรเตรียมจุดยืนของตนไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะจุดยืนที่ ไม่เลือกข้าง และรักษาความเป็นกลางให้ได้มากที่สุด

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพเคยประเมินแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปีไว้ที่ 3% ขณะนี้ได้ปรับประมาณการณ์การส่งออก ท่องเที่ยวชะลอตัวลง รวมถึงผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ และปัจจัยอื่นๆ คาดว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะโตได้ 1.5-2.0% ยังไม่ได้คำนวณผลกระทบจากการเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา

ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และความมั่นใจของนักลงทุน และการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นคาดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 1.5% หากยังเป็นลักษณะนี้ คาดว่าจะเป็นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขขายตัวได้ไม่ค่อยดีเช่นกัน ดังนั้นประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวต่ำต่อเนื่อง 2 ปี (ปี 2568-2569)

“คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ต่ำกว่า 1.5% ส่วนตลอดเทอมของรัฐบาลตัวเลขเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3% หรือไม่ ต้องรอดูการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาจะยาวนานแค่ไหน ประกอบกับเสถียรภาพของรัฐบาล ต้องรอดูระยะถัดไปว่าจะก้าวข้ามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ต้องรอประเมินข้อสรุปภาษีสหรัฐฯเข้าไปด้วย ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าไทยจะโดนจัดเก็บภาษีจากสหรัฐฯอัตราเท่าไหร่ ดังนั้นเร็วเกินไปจะประเมิน” นายกอบศักดิ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธ.กรุงเทพ ปรับจีดีพีโต 1.5-2.0% “กอบศักดิ์” ห่วงไทยโดนภาษีทรัมป์ 36%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...