โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐ จ่อยกเลิก คำแนะนำฉีดวัคซีนโควิด ในเด็ก-วัยรุ่น-สตรีมีครรภ์

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • The Bangkok Insight

สหรัฐ จ่อยกเลิก คำแนะนำฉีดวัคซีนโควิด ในเด็ก-วัยรุ่น-สตรีมีครรภ์ เน้นเฉพาะผู้สูงอายุ และกลุ่มภาวะสุขภาพที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics เรื่อง สหรัฐ อาจยกเลิกคำแนะนำฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็ก วัยรุ่น และสตรีมีครรภ์ โดยระบุว่า

ในช่วงแรก คำแนะนำสากลสำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 คือการให้วัคซีนแก่ประชากรทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เป้าหมายหลักของคำแนะนำนี้ คือการสร้างความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนให้กว้างขวางที่สุด และเน้นการสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนให้เข้าใจได้ง่าย กลยุทธ์ดังกล่าวนี้มีความคล้ายคลึงกับแนวทางการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

วัคซีนโควิด

จ่อยกเลิกคำแนะนำฉีดวัคซีนในเด็ก-วัยรุ่น-สตรีมีครรภ์

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่นโยบายการให้วัคซีนโควิด-19 อาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคตอันใกล้นี้ การปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของการจัดการโรคระบาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากแนวทางการบริหารประเทศของฝ่ายบริหารชุดปัจจุบันด้วย ฝ่ายบริหารชุดนี้มีจุดยืนที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม และให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสิทธิส่วนบุคคลในการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง แนวทางการบริหารนี้ได้ถูกนำมาผสมผสานกับการพิจารณาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดอย่างรอบด้าน

ดังนั้น แนวทางที่ปรับปรุงใหม่นี้จึงอาจนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นความจำเพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น อาจมีการให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มผู้ที่มีภาวะสุขภาพที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก พร้อมกันนั้น ก็จะมีการทบทวนความจำเป็นของการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก วัยรุ่น และสตรีมีครรภ์ ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย

วัคซีนโควิด

การตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายในลักษณะนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ซับซ้อน (complex trade-off) กล่าวคือ เป็นการตัดสินใจระหว่างการมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรไปยังกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงสุด กับการคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประชากรทั่วไปที่กว้างกว่า รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และจริยธรรม

ฉะนั้น การตัดสินใจใด ๆ ในเรื่องนี้ จึงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบันและมีความรอบด้านมากที่สุด

วัคซีนโควิด

แนวทางการบริหารสาธารณสุขยุคทรัมป์

โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์แห่งสหรัฐอเมริกา (Department of Health and Human Services - HHS) ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ และการนำของนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการฯ มีแผนที่จะยกเลิกคำแนะนำให้สตรีมีครรภ์ วัยรุ่น และเด็ก เข้ารับการฉีดวัคซีน โควิด-19 เป็นประจำ ตามรายงานข่าวจากหลายแหล่งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2568

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการพิจารณาหลายมิติ รวมถึงมุมมองและแนวทางของผู้บริหารด้านสาธารณสุขชุดปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการประเมินทางวิทยาศาสตร์และสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป

วัคซีนโควิด

การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นถึงการปรับนโยบายครั้งสำคัญจากเดิมที่เคยสนับสนุนการฉีดวัคซีนในวงกว้าง ปัจจุบัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention - CDC) ยังคงแนะนำให้ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเข้ารับการฉีดวัคซีน โควิด-19 ซึ่งเป็นคำแนะนำสากลที่เริ่มใช้มาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2566 หลังจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Advisory Committee on Immunization Practices - ACIP) ของ CDC ได้ลงมติเห็นชอบในแนวทางนี้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า HHS จะยกเลิกคำแนะนำการฉีดวัคซีน โควิด-19 สำหรับกลุ่มดังกล่าว (สตรีมีครรภ์ วัยรุ่น และเด็ก ) โดยสิ้นเชิง หรือเพียงแค่แนะนำให้ผู้ป่วยปรึกษาหารือกับแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่อาจได้รับเป็นการเฉพาะราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...