โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูมัทเสียชีวิตจากภาระงานซ้ำซ้อน จุดชนวน #Saveครูการเงิน สะเทือนวงการศึกษา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.
การเสียชีวิตของครูอนุสรา ชวนรัมย์ หรือ “ครูมัท” จุดคำถามใหญ่ต่อระบบการศึกษาที่ปล่อยให้ครูทำงานเกินขอบเขต พร้อมแคมเปญ #Saveครูการเงิน เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ครูการเงินตายทั้งเป็น ก่อนเสียชีวิต? เสียงสุดท้ายจากระบบที่ไม่เปลี่ยน

เมื่อภาพไว้อาลัยคุณครูอนุสรา ชวนรัมย์ หรือ “ครูมัท” ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมคำว่า “ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม” มันไม่ใช่เพียงความเศร้าของครอบครัว หรือโศกนาฏกรรมของบุคคลหนึ่ง แต่คือคำถามต่อทั้งระบบการศึกษาไทยว่า เรากำลังปล่อยให้ครูแบกรับอะไรเกินกว่าหน้าที่จริงหรือไม่

เบื้องหลังความเงียบที่เจ็บลึก

ครูอนุสรา วัย 39 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตนเอง พร้อมทิ้งจดหมายระบุชัดถึงความเหนื่อยล้าจากการต้องรับผิดชอบงานด้านการเงินและบัญชี ควบคู่กับหน้าที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียน งานที่เธอทำมาโดยไม่มีทางเลือกอื่น เพราะโรงเรียนขาดบุคลากรสนับสนุน

เสียงสุดท้ายของเธอฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ “เห็นใจครูที่ต้องทำงานการเงินในโรงเรียน” ซึ่งแม้จะเป็นเพียงประโยคเดียว แต่กลับบอกเล่าปัญหาทั้งระบบที่ยังไม่มีใครกล้าแก้จริงจัง

เมื่อคำว่า ‘ครู’ กลายเป็นภาระรอบด้าน

ในความเป็นจริง ครูไทยจำนวนมากไม่ได้มีภาระเพียงงานสอน แต่ยังต้องทำงานธุรการ เขียนโครงการ จัดกิจกรรม ต้อนรับผู้ใหญ่ เตรียมเอกสารประเมิน และงานพัสดุที่ควรเป็นของเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง บางคนต้องทำหน้าที่ดูแลอาคารสถานที่ หรือจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านบัญชี

จากข้อมูลการสำรวจ พบว่าครูไทยกว่าร้อยละ 95 ต้องทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และมากกว่าครึ่งใช้เวลาไปกับงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอนเกิน 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เทียบเท่ากับการเสียเวลาในห้องเรียนไปวันหนึ่งเต็ม ๆ ทุกสัปดาห์

โศกนาฏกรรมที่ไม่ใช่ครั้งแรก

กรณีการเสียชีวิตของครูจากความเครียดและภาระงานไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สื่อหลายแห่งเคยรายงานกรณีครูฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สิน ความเครียดจากการประเมินซ้ำซ้อน หรือแรงกดดันจากผู้บริหาร ซึ่งล้วนแต่เป็นผลลัพธ์จากภาระงานแฝงที่ไม่เคยได้รับการคลี่คลายเชิงโครงสร้าง

ในครั้งนี้ ความสูญเสียของครูอนุสรา ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวผ่านแฮชแท็ก #Saveครูการเงิน และแคมเปญจากกลุ่มครูและประชาชนที่เรียกร้องให้ยุติการใช้ครูเป็น “แรงงานเอนกประสงค์” โดยไม่มีระบบสนับสนุนที่เพียงพอ

กระทรวงศึกษาธิการกับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

แม้จะมีความพยายามลดภาระงานครูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น การเสนอให้มีเจ้าหน้าที่ธุรการ หรือการปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ ครูในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลยังคงต้องทำทุกอย่างเหมือนเดิม

คำแถลงจากกระทรวงศึกษาธิการในหลายกรณีที่ผ่านมามักเน้นว่า “รับทราบและเห็นใจ” แต่คำถามคือ เหตุใดถึงยังไม่มีมาตรการที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และเหตุใดครูต้องส่งเสียงผ่านจดหมายลา ถึงจะมีคนฟัง?

ขอให้ ‘ครั้งสุดท้าย’ ไม่ใช่แค่คำอธิษฐาน

ข้อความในภาพไว้อาลัยที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางระบุว่า “เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เราขอให้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม?” เป็นถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาและเจ็บลึก

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างภาระงาน หากโรงเรียนยังขาดบุคลากรสนับสนุน หากยังไม่มีระบบดูแลสุขภาพจิตครูอย่างเป็นระบบ—เหตุการณ์เช่นนี้ก็อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

และหากเสียงสุดท้ายของ “ครูมัท” ยังไม่เพียงพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นั่นอาจเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า ระบบการศึกษาที่ไม่มีพื้นที่ให้ครูหายใจ ก็คือระบบที่ผลักครูให้จบชีวิตอย่างเงียบงัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...