(จบ)กู้ชิงอวิ๋น เทพโอสถทวงชะตา (มี E Book )
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่องย่อ
ในศตวรรษที่ 21 กู้ชิงอวิ๋น ศัลยแพทย์มือเทพผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งวงการผ่าตัด ทั้งยังเป็นทายาทสายตรงของตระกูลเทพโอสถ แต่การเดิมพันเพื่อช่วยชีวิตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษหลี่จิ่นหยางทำให้ชะตากรรมของเธอพลิกผัน วิญญาณของเธอถูกดึงข้ามภพมาอยู่ในร่างของ คุณหนูใหญ่กู้ชิงอวิ๋น ทายาทโดยชอบธรรมแห่งจวนแม่ทัพที่กำลังจะล่มสลาย..
ร่างใหม่นี้ไม่เพียงอ่อนแอขี้โรค แต่ยังมีปานแดงอัปลักษณ์บนใบหน้า ถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์กดขี่ข่มเหง บิดาแท้ๆ ไม่เหลียวแลและกำลังจะถูกขายไปเป็นภรรยาบ่าวของขุนนางชราตัณหากลับ!
แต่คิดว่าเธอจะยอมจำนนต่อโชคชะตาอันน่าสมเพชนี้น่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!
เมื่อกู้ชิงอวิ๋นคนใหม่ลืมตาขึ้น เธอหาใช่ลูกพลับนิ่มให้ผู้ใดขยี้อีกต่อไป
ด้วยหีบโอสถเทวะสมบัติล้ำค่าที่ข้ามมิติตามติดเธอมา สัญชาตญาณนักล่าของกู้ชิงอวิ๋นก็ถูกปลุกให้ลุกโช เธอจะไม่ยอมแยกเรือน ไม่หลบหนีปัญหา และไม่ยอมเป็นเพียงเบี้ยล่างของผู้ใด แต่นางจะยึดจวนเธอจะทวงคืนความยุติธรรม จัดการแม่เลี้ยงและลูกสาวตัวร้ายอย่างสาสม พลิกจวนแม่ทัพที่ใกล้ล่มสลายให้กลายเป็น จวนหมอเทวดาที่คนทั้งแคว้นต้องยำเกรง! ในมือของเธอ…การพลิกชีวิต พลิกความตาย…เป็นเพียงเรื่องพลิกฝ่ามือ!
หีบโอสถเทวะใบนี้ไม่ใช่แค่กล่องยา…มันคือมิติส่วนตัวที่เก็บทุกสรรพสิ่ง! ตั้งแต่สมุนไพรที่ว่าหายากงอกกันเต็มมิติไปหมด ทั้งเครื่องมือแพทย์ ตำรา อาหาร ข้าวของมากมาย ไปจนถึงอาวุธลับ มันไม่เพียงแต่เป็นคลังสรรพวิชาแต่ยังเป็น มิติแห่งการฝึกฝน ที่ขัดเกลาทั้งพลังปราณ, พลังจิต, และวิชาต่อสู้ให้เธอตั้งแต่เด็ก ใบหน้าที่เคยอัปลักษณ์น่ะหรือ?เดี๋ยวเธอจัดการเอง เอาให้งามล้มแคว้นไปเลยยังได้!
ชื่อเสียงของ หมอเทวดากู้ ดังกระฉ่อนไปทั่วหล้า ดึงดูดทั้งมิตรและศัตรู…และหนึ่งในผู้ที่ถูกดึงดูดเข้ามาในวังวนแห่งอำนาจของนาง…คือ องค์ชายหลี่จิ่นหยาง บุรุษสูงศักดิ์ผู้มีรอยยิ้มซ่อนคมดาบ…
สงคราม การเมือง ความลับดำมืดของราชวงศ์ และปริศนาของหีบโอสถเทวะที่อาจเชื่อมโยงกับชะตากรรมของทั้งดินแดน…ทั้งหมดนี้กำลังจะผลักดันให้เธอต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบที่เดิมพันด้วยชีวิต และความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นกับองค์ชายผู้ซับซ้อนและให้ความรู้สึกคุ้นเคยคนนั้นด้วย!
เธอไม่ได้กลับมาเพื่อมีชีวิตรอด…แต่นางกลับมาเพื่อเป็นตำนาน!
เรื่องราวการต่อสู้ที่ดุเดือด หักมุม และเข้มข้นจนทำให้คุณ…ไม่อาจวางลง!
ด้วยรัก
primพริมโรส
วางจำหน่ายแล้วเจ้าค่ะ ไรท์ฝากรีดที่รักช่วยกดหัวใจ คอมเมนต์ แชร์เป็นกำลังให้ด้วยนะเจ้าคะ ****
E book เล่ม 1- (1-30 )
https://novel.dek-d.com/ebook/31558/
E Book เล่ม 2 ( 31-60 )
https://novel.dek-d.com/ebook/31622/
*** E book เล่ม 3 ( 61-90 )
https://novel.dek-d.com/ebook/31770/
เดิมพันแห่งโชคชะตา
บทที่ 1 เดิมพันแห่งโชคชะตา
เสียงเครื่องมือวัดสัญญาณชีพบรรเลงบทเพลงแห่งการต่อสู้กับความตายอย่างต่อเนื่องในห้องผ่าตัดที่เย็นเยียบของโรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งปักกิ่ง
แสงไฟสีขาวเจิดจ้าสาดส่องลงมายังร่างงามสง่าของคุณหมอกู้ชิงอวิ๋นศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกมือหนึ่งแห่งยุคในวัยยี่สิบแปดปี ใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดาหลุดจากภาพวาด บัดนี้กลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ทว่าดวงตาสีน้ำหมึกของเธอยังคงนิ่งสงบและเปล่งประกายแห่งสติปัญญาอันเฉียบคม จับจ้องไปยังบาดแผลฉกรรจ์บนทรวงอกของชายหนุ่มผู้ไร้สติบนเตียงผ่าตัด
ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ลี่จิ่นหยาง อายุสามสิบห้าปี ที่เพิ่งถูกโจมตีด้วยระเบิดจากผู้ก่อการร้ายขณะปฏิบัติภารกิจลับ
"ดร.กู้ ความดันโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่อง หัวใจหยุดเต้นเป็นครั้งที่สาม!"
เสียงของพยาบาลหัวหน้าดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
กู้ชิงอวิ๋นไม่ตอบ นิ้วมือที่เรียวบางแต่มั่นคงของนางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สายตาไม่เคยละจากแผลที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่เคยพบมา เศษระเบิดแปลกๆ ที่ฝังลึกเข้าไปในช่องอกของผู้บัญชาการเปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อนๆ ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าสิ่งที่ไม่มีใครในห้องผ่าตัดสังเกตเห็นนอกจากเธอ
แปลกจริง… กู้ชิงอวิ๋นคิดในใจ นี่คือพลังงานประเภทไหน? ทำไมฉันถึงรู้สึกได้ว่ามันกำลังกัดกร่อนเซลล์ของเขาอย่างผิดธรรมชาติ
ทันใดนั้นเอง จี้ห้อยคอสีทองแดงขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อกาวน์ผ่าตัดของนางเริ่มร้อนขึ้น หีบโอสถเทวะ…สมบัติล้ำค่าที่ตกทอดมาในตระกูลกู้มากว่าพันปี ซึ่งมีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่สามารถเปิดและใช้พลังของมันได้
ความร้อนจากหีบโอสถ…นำพาสติของเธอย้อนกลับไปสู่วันแรกที่โชคชะตาเริ่มต้นขึ้น
…ยี่สิบห้าปีก่อน…
เด็กหญิงตัวเล็กวัยสามขวบนั่งขมวดคิ้วอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดของตระกูลกู้ ท่ามกลางกองหนังสือการแพทย์ที่สูงเท่าตัวเธอ ปู่ทวดกู้เหวินจือ ผู้เป็นเจ้าตระกูลแพทย์โอสถกู้ กำลังอ่านวารสารทางการแพทย์ฉบับล่าสุดที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อไม่กี่ปีก่อน ในนั้นมีบทความเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจด้วยเทคนิคที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น พลางถอนหายใจกับความเสี่ยงที่ยังคงสูงอยู่
"เฮ้อ…การผ่าตัดด้วยเทคนิค เปิดช่องอก ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในตอนนี้ ก็ยังน่าเป็นห่วง โอกาสรอดไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลย…"
ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ ใสๆ ก็ดังขึ้นจากกองหนังสือ
"คุณปู่ทวด คุณปู่อ่านข้ามรายละเอียดสำคัญไปหนึ่งจุดแล้วค่ะ"
กู้เหวินจือชะงัก ก้มลงมองเหลนสาวตัวน้อยที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านตำราของตัวเอง
"เสี่ยวอวิ่นอวิ๋น ของปู่…เมื่อครู่หลานว่าอะไรนะ?"
เด็กหญิงยังไม่เงยหน้า แต่กลับอธิบายถึงขั้นตอนที่ซับซ้อนในบทความนั้นได้อย่างแม่นยำ
"ในบทความกล่าวว่า 'ต้องใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อหนีบเส้นเลือดใหญ่…' แต่ว่า…เสียงในหัวของหนูบอกว่า วิธีนี้…ยังมีข้อบกพร่องอยู่มากค่ะ"
"ข้อบกพร่องรึ?" กู้เหวินจือเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
"ใช่แล้วค่ะ" เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาดำวาววับเป็นประกายอย่างน่าทึ่ง
"เสียงในหัวหนูบอกว่า หากใช้สายสวนขนาดเล็กสอดเข้าไปตามหลอดเลือด และใช้กล้องขนาดจิ๋วช่วยนำทางแทนที่จะเปิดแผลกว้าง…ผู้ป่วยแทบจะไม่เสียเลือดเลย โอกาสรอดจะเพิ่มขึ้นอีกสี่ส่วนเป็นอย่างน้อย และแผลก็จะเล็กนิดเดียวด้วย"
กู้เหวินจือถึงกับทำวารสารในมือร่วงหล่น!
วิธีการที่เหลนสาวของเขากล่าวมานั้น มันคือหลักการผ่าตัดผ่านกล้องแบบ Minimally Invasive Surgery ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยังไม่มีใครในยุคนี้รู้จัก!
"เสี่ยวอวิ่นอวิ๋น ของปู่…ทำไมหลานถึงรู้เรื่องเหล่านี้? ใครเป็นคนสอนหลานรึ?"
เด็กหญิงเอียงคออย่างน่ารัก
"คุณปู่ หนูไม่รู้เหมือนกันค่ะ เมื่อไหร่ที่หนูอ่านหนังสือ มันเหมือนมีเสียงกระซิบบอกคำตอบเอาไว้แล้วในหัว แล้วก็มีภาพของการรักษาคนไข้ผุดขึ้นมาเองด้วย"
ปู่ทวดกู้เหวินจือมองจ้องไปที่หลานน้อยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง แล้วเดินไปที่ตู้เซฟโบราณที่ปิดล็อกด้วยกลไกลับๆ เอาของสิ่งหนึ่งออกมา..เป็นหีบโลหะสีทองแดงขนาดเท่านิ้วก้อย มีลวดลายแกะสลักอันวิจิตรบรรจงที่ดูเก่าแก่เหลือประมาณ
"นี่คือหีบโอสถเทวะของตระกูลเรา" เสียงของปู่ทวดแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้ง
"ตกทอดมาหลายร้อยปีมาแล้ว ไม่เคยมีใครเปิดมันได้สำเร็จ บรรพบุรุษเล่าขานว่าผู้ใดที่สามารถเปิดหีบนี้ได้ จะกลายเป็นแพทย์เทวดาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"
เด็กหญิงมองหีบด้วยความสนใจ พลางเอื้อมมือไปแตะ
"อย่า! เสี่ยวอวิ๋น!!"
แต่ปู่ทวดห้ามไม่ทัน หีบโลหะนั้นเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ขึ้นมาทันทีที่นิ้วมือเล็กๆ ของเด็กหญิงแตะโดน เสียง 'คลิก' เบาๆ ดังขึ้น หีบเปิดออกเอง! แสงสีฟ้าน้ำเงินพุ่งออกมาจากในหีบ รอบๆ ตัวเด็กหญิงเต็มไปด้วยละอองแสงระยิบระยับราวกับเกล็ดหิมะ เสียงกระซิบนุ่มนวลดังมาจากหีบ
"ผู้ถูกเลือก…ยินดีต้อนรับสู่มรดกแห่งการรักษา เจ้าได้รับพรจากเทพเจ้าแห่งการแพทย์ จงใช้พลังนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ทรมาน"
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กู้ชิงอวิ๋นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้การชี้นำของหีบโอสถ เธอสามารถเรียนรู้วิชาการแพทย์ทั้งแผนจีนและแผนปัจจุบันได้อย่างน่าอัศจรรย์
เมื่ออายุสิบสี่ปี พรสวรรค์ของเธอได้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น ดวงตาของเธอพัฒนาความสามารถในการมองเห็นที่เหนือมนุษย์ เธอมองเห็นโครงข่ายเส้นเลือด เส้นประสาท และพลังงานลมปราณในร่างกายของมนุษย์ได้ราวกับเป็นภาพเอกซเรย์สามมิติที่มีชีวิต ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ เธอสามารถมองเห็นบริเวณที่เป็นโรคร้ายหรือเซลล์ที่กำลังจะกลายพันธุ์เป็นเนื้อร้ายได้ โดยมันจะปรากฏเป็นจุดสีคล้ำที่แผ่พลังงานแห่งความเจ็บป่วยออกมา ทำให้เธอสามารถระบุตำแหน่งที่ต้องผ่าตัดได้อย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร
พออายุยี่สิบปี เธอก็พัฒนาความสามารถแบบก้าวกระโดด ซึ่งเมื่อรวมกับดวงตาพิเศษของเธอแล้ว…มันทำให้ทุกการลงมีดผ่าตัดของเธอไม่เคยมีความผิดพลาด!
หีบโอสถไม่ใช่เพียงที่เก็บของธรรมดา มันคือพื้นที่มิติส่วนตัวขุมทรัพย์ไร้ขีดจำกัดที่เก็บสมุนไพรหายาก, ยาต่างๆ ที่เธอจัดเก็บไว้ทั้งจากที่เธอคิดค้นเองและจากแพทย์ที่เก่งกาจคนอื่น, เครื่องมือแพทย์ที่ล้ำสมัย, และองค์ความรู้ที่ลึกลับนับไม่ถ้วน
แต่นอกเหนือจากเรื่องการแพทย์แล้ว หีบใบนี้ยังเป็นดั่งคลังสมบัติส่วนตัวที่เธอใช้เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสนใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เธอเดินทางไปประชุมทางการแพทย์หรือท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เธอมักจะซื้อข้าวของและเสบียงที่ดีที่สุดเก็บสะสมไว้เสมอ ในมิติของเธอจึงเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์พืชหายาก, ตำราอาหาร เครื่องเทศจากทั่วทุกมุมโลก, เสบียงอาหารแห้งคุณภาพเยี่ยม, ไปจนถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ปริมาณของที่สะสมไว้ตลอดหลายปีนั้นมหาศาลมากพอที่จะทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เป็นสิบๆ ปีโดยไม่ต้องพึ่งพาโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย
และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อเธอไปอ่านนิยายจีนโบราณที่นางเอกมักทะลุมิติแบบไม่รู้ตัวเข้าด้วยความอินในนิยาย โดยเฉพาะนิยายของนักเขียนชื่อดังอย่างprimพริมโรส ที่เธอจะต้องคอมเมนต์ว่า 'สนุกมาก ขออีก10 ตอน ไรท์สวยที่สุด!!' ด้วยความที่มิติของเธอนั้นสามารถเก็บของได้ทั้งของสดของแห้ง เธอก็กลัวว่าตัวเองจะทะลุมิติเหมือนคนอื่นแล้วอดอาหาร หมอกู้จึงได้กระหน่ำซื้อข้าวปลาอาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ต่าง จนในมิติในนั้นเต็มไปหมด แน่นอนว่าสิ่งที่เธอสั่งไปมากสุดคือ ซาลาเปา และอาหารปรุงสำเร็จไม่ว่าเจ้าดังแค่ไหนเธอก็สั่งมาตุนเอาไว้ ซึ่งหลังจากที่ซื้อแบบกระหน่ำแล้ว หนึ่งปีผ่านไปเธอก็ยังไม่ทะลุมิติสักที…
ของที่อยู่ในมิติหีบโอสถโบราณนั้นเนื่องจากมันเล็กมากเธอจึงได้นำมาใส่สร้อยให้กลายเป็นจี้ห้อยคอเสียเลย และเธอสามารถหยิบฉวยสิ่งที่ต้องการออกมาได้ทันที เพียงแค่คิด แต่ที่สำคัญที่สุด หีบโอสถยังเป็นผู้นำทางแห่งจิตใจของนาง เป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำตลอดหลายปีที่ผ่านมา
…กลับมาสู่ปัจจุบัน…
"ดร.กู้! เขาหยุดหายใจแล้ว! สัญญาณชีพจรเป็นเส้นตรง!" เสียงของแพทย์ผู้ช่วยสั่นเครือและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
กู้ชิงอวิ๋นเพ่งมองเศษระเบิดประหลาดที่ฝังอยู่ใกล้หัวใจของผู้บัญชาการ พลังงานสีน้ำเงินรอบเศษนั้นแผ่ขยายออกมาราวกับม่านหมอกแห่งความตาย กำลังจะกลืนกินชีวิตของชายหนุ่มผู้นี้ไปตลอดกาล
ไม่!
ดวงตาของนางจับจ้องไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาที่ซีดเซียวของเขา ชายผู้นี้…ผู้บัญชาการหลี่จิ่นหยาง…เขาอุทิศทั้งชีวิตปกป้องผู้คนนับไม่ถ้วนจากภยันตราย วิ่งเข้าหาความตายครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้คนอื่นมีชีวิตรอด ชีวิตของเขามีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้จบสิ้นลงบนเตียงผ่าตัดนี้!
ในฐานะแพทย์…หน้าที่ของข้าคือการต่อสู้กับยมทูต และชายคนนี้…คือคนที่ข้าจะยอมเดิมพันด้วยทุกสิ่งเพื่อดึงเขากลับมา!
หีบโอสถที่คอของเธอร้อนจนแทบไหม้ แสงสีทองเล็ดลอดออกมาจากใต้เสื้อผ่าตัด เธอรู้สึกถึงการเรียกหาจากหีบ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นในจิตใจของนาง
"พลังแห่งกาลเวลากำลังบิดเบี้ยว…หากเจ้าต้องการฝืนชะตาเพื่อช่วยเขา…เจ้าต้องเสี่ยงทุกสิ่ง…แม้กระทั่งชีวิตของเจ้า"
กู้ชิงอวิ๋นหลับตาลงชั่วครู่ ตัดเสียงร้องไห้และความโกลาหลรอบข้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"ฉันยินยอม"
เธอกระซิบเบาๆ โดยไม่สนใจความแปลกใจของทีมแพทย์รอบข้าง เสียงของเธอแม้จะแผ่วเบา…แต่กลับหนักแน่นดุจคำสาบานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ!
เธอวางมือทั้งสองข้างลงบนอกของผู้บัญชาการ หีบโอสถเปล่งแสงจ้าจนทุกคนในห้องต้องหลับตา พลังชีวิตจากเธอถ่ายเทเข้าไปในร่างกายของชายหนุ่ม แต่พร้อมกันนั้น เศษระเบิดแปลกๆ ก็เริ่มสั่นสะเทือนและส่องแสงแรงขึ้น
"ดร.กู้! อันตราย! หลบเร็วเข้า!" พยาบาลตะโกนเตือน
แต่สายเกินไปแล้ว เศษระเบิดระเบิดขึ้น แต่แทนที่จะเป็นการระเบิดที่ทำลาย มันกลับเป็นการระเบิดของพลังงานมิติ แสงสีน้ำเงินและสีทองพันเกี่ยวกันจนไม่อาจแยกออก กู้ชิงอวิ๋นรู้สึกว่าโลกรอบตัวหมุนไป ร่างกายเบาไปราวกับใยแมงมุม เสียงสุดท้ายที่นางได้ยินคือเสียงเต้นของหัวใจผู้บัญชาการที่เริ่มเต้นกลับมาอีกครั้ง…แล้วความมืดก็กลืนกินทุกสิ่ง
ในความมืดนั้น เธอรู้สึกถึงมือใหญ่ของใครบางคนกำมือเธอไว้แน่น เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูกระซิบ:
"ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน..ผมจะหาคุณให้พบ"
กู้ชิงอวิ๋นยิ้มในสติสัมปชัญญะสุดท้าย ก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดมิด… หีบโอสถเทวะระยิบระยับในแสงน้ำเงินและทอง ก่อนที่จะหายไปพร้อมกับเจ้าของของมัน
****ถึงรีดที่รัก
อย่าลืมกดไลท์ กดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะเจ้าคะ เรื่องใหม่มาแล้ว!!! ****
อยากขายบุตรสาวฮูหยินเอก…เจ้ามีเอกสารอำนาจรึ??
บทที่ 2 อยากขายบุตรสาวฮูหยินเอก…เจ้ามีอำนาจรึ??
ณ ลานเล็กๆ หน้าเรือนพักที่ทรุดโทรมที่สุดท้ายจวนแม่ทัพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล
"ปล่อยคุณหนูใหญ่ของบ่าวนะเจ้าคะ! ท่านจะทำแบบนี้กับนางไม่ได้!"
อาหนิง สาวใช้ร่างผอมบางในเสื้อผ้าเก่าขาด พุ่งเข้ามาขวางหน้าร่างอ้วนใหญ่ของแม่สื่อหลี่อย่างไม่คิดชีวิต นางกางแขนออกปกป้องร่างที่อ่อนแอของคุณหนูของนาง แม้ว่าทั้งร่างจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"ไสหัวไป นังบ่าวชั้นต่ำ!" แม่สื่อหลี่ตวาดลั่นพร้อมกับผลักอาหนิงจนกระเด็นไปกระแทกกับเสาไม้ผุๆ
"โอ๊ย!"
"เร็วเข้าสิ นังตัวขี้โรค! มัวอืดอาดอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็เสียฤกษ์ยามหมดพอดี!"
"อย่า…อย่าทำอะไรคุณหนูใหญ่นะเจ้าค่ะ…ปล่อยนาง…ปล่อยนาง…ฮื่อๆ!" อาหนิงที่ล้มลงไปกองกับพื้น พยายามคลานเข้ามาเกาะชายกระโปรงของแม่สื่อหลี่ไว้ น้ำตาไหลอาบใบหน้าที่ซูบตอบ
เสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่สื่อหลี่ดังลั่น พร้อมกับแรงกระชากหยาบกร้านที่ต้นแขน เรียกให้สติที่เลือนรางของกู้ชิงอวิ๋นกลับคืนมาอย่างฉับพลัน
เจ็บ…
ความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งศีรษะราวกับถูกค้อนทุบ ความทรงจำสองสายปะปนกันมั่วซั่วจนแทบคลั่ง ภาพห้องผ่าตัดปลอดเชื้อสีขาวซ้อนทับกับภาพเรือนไม้ผุพังอับชื้น แสงไฟสว่างจ้าจากโคมไฟผ่าตัดกลายเป็นแสงแดดยามบ่ายที่ส่องลอดรูหลังคาลงมาเป็นลำ
เกิดอะไรขึ้น?
ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือการผ่าตัดมาราธอนช่วยชีวิตผู้บัญชาการหนุ่มคนสำคัญคนนั้น หลังจากนั้น…ทุกอย่างก็ดับมืดลง แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้? สวมเสื้อผ้าผ้าป่านเนื้อหยาบที่บาดผิว และถูกหญิงร่างท้วมท่าทางน่ารังเกียจลากถูลู่ถูกังไปไหนก็ไม่รู้
"ปล่อย!"
กู้ชิงอวิ๋นเปล่งเสียงออกมา แต่มันกลับแหบพร่าและอ่อนแรงจนแทบไม่ได้ยิน
"หา? ว่าอะไรนะ นังเด็กโง่!"
แม่สื่อหลี่หันขวับมาตวาดใส่ ใบหน้าอวบอูมมันย่องขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นปากเหม็นเปรี้ยว
"อย่าคิดถ่วงเวลา ฮูหยินรองอุตส่าห์ให้ข้าหาบ้านดีๆ ให้เจ้าแท้ๆ ได้ไปเป็นภรรยาบ่าวของใต้เท้าซ่ง ถึงเขาจะอายุหกสิบ แต่ก็ยังมีชีวิตสะดวกสบายกว่าตายอยู่ในจวนนี้ใช่หรือไม่
‘ใต้เท้าซ่ง?ใครกัน’
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ทะลักเข้ามาในหัวของกู้ชิงอวิ๋นอย่างรุนแรง…
เด็กสาวผู้นี้ก็ชื่อ กู้ชิงอวิ๋น เช่นเดียวกับเธอ เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพกู้ผู้เลื่องชื่อในอดีต แต่ปัจจุบันกลับร่วงโรยใกล้สิ้นอำนาจ มารดาผู้เป็นฮูหยินเอกสิ้นใจไปนานแล้ว ทิ้งให้นางอยู่ในความดูแลของฮูหยินรองใจร้ายนามว่า หลิวซื่อนางถูกตราหน้าว่าเป็นตัวอัปมงคลตั้งแต่เกิด เพราะมีปานแดงอัปลักษณ์น่ากลัวบนใบหน้าซีกซ้าย ทั้งยังร่างกายอ่อนแอขี้โรค สติปัญญาทึบ ทำให้ถูกบิดาแท้ๆ อย่างแม่ทัพกู้เจิ้นเทียนเมินเฉย และถูกฮูหยินหลิวไล่ให้มาอยู่เรือนบ่าวรับใช้ ทรุดโทรมท้ายจวนเพียงลำพัง
และตอนนี้…ชีวิตที่ตกต่ำถึงขีดสุดของเด็กสาวผู้นี้กำลังจะถูกปิดฉากลง ด้วยการถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขายให้กับเจ้าใต้เท้าซ่งขุนนางเฒ่าวัยหกสิบกว่าที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ด้านทารุณกรรมภรรยาและบ่าวไพร่!
"ไม่ไป!"
กู้ชิงอวิ๋นในร่างใหม่เค้นเสียงพูดอีกครั้ง คราวนี้มันดังและหนักแน่นขึ้น
แม่สื่อหลี่เลิกคิ้ว
"เจ้ากล้าขัดขืนรึ! นี่เป็นคำสั่งของฮูหยินรอง หากเจ้าไม่ไปดีๆ ข้าจะมัดเจ้าไป!"
พูดจบ นางก็ออกแรงลากกู้ชิงอวิ๋นอีกครั้ง แต่คราวนี้…ทุกอย่างเปลี่ยนไป
กู้ชิงอวิ๋นที่เคยเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งและคุ้นเคยกับศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว แม้จะอยู่ในร่างที่อ่อนแอ แต่สัญชาตญาณของเธอยังคงเฉียบคม ในจังหวะที่แม่สื่อหลี่ออกแรงดึง เธอกลับบิดตัวเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักไปด้านตรงข้าม พร้อมกับใช้นิ้วโป้งกดลงไปบนจุดชีพจรบริเวณข้อมือของแม่สื่ออย่างแม่นยำ!
"โอ๊ย!"
แม่สื่อหลี่ร้องลั่นและสะบัดมือออกตามสัญชาตญาณ ความเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มแทงแล่นปราดจากข้อมือขึ้นไปถึงต้นแขน นางมองกู้ชิงอวิ๋นอย่างตื่นตระหนก ไม่เข้าใจว่าเด็กโง่คนนี้ไปเอาเรี่ยวแรงและวิชาประหลาดนี้มาจากไหน
กู้ชิงอวิ๋นยืนนิ่งอย่างมั่นคง ดวงตาที่เคยเหม่อลอยบัดนี้ฉายแววเย็นชาและคมกริบราวกับมีดผ่าตัด เธอมองแม่สื่อหลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินแบบมืออาชีพ
"ยายเฒ่า! ฉัน…ข้าไม่ไปกับเจ้า"
กู้ชิงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจกดดันอย่างประหลาดจนแม่สื่อหลี่ถึงกับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ทว่าไม่ทันที่นางจะได้โต้ตอบ ทันใดนั้นเองเสียงแหลมเล็กอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าเรือน
"ไม่ได้! เจ้าจะไม่ไปได้อย่างไร ข้ารับเงินมัดจำจากใต้เท้าซ่งมาแล้ว!"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของสตรีสองนางในอาภรณ์หรูหราก็ปรากฏตัวขึ้น ผู้ที่เดินนำหน้ามานั้นแต่งกายด้วยผ้าไหมปักลวดลายดอกโบตั๋นอย่างวิจิตร ทั่วทั้งร่างประดับด้วยเครื่องหยกและทองล้ำค่า มวยผมถูกจัดแต่งอย่างประณีต ปักด้วยปิ่นทองรูปหงส์…นางคือฮูหยินรองแห่งจวนแม่ทัพ…หลิวซื่อ
นางก้าวเข้ามาในเรือนโทรมๆ ด้วยท่าทีสง่างามราวกับหงส์ฟ้าเยื้องย่างเข้ามาในเล้าไก่ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ดูเปี่ยมเมตตา แต่แววตากลับเย็นชาไร้ความรู้สึก
ข้างกายนางคือบุตรสาวแท้ๆ …หลิวชิงเหลียน คุณหนูรองแห่งจวน ผู้ซึ่งมองมายังกู้ชิงอวิ๋นและสภาพรอบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"อวิ๋นเออร์" หลิวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสายน้ำ
"เหตุใดจึงพูดจาหยาบคายกับแม่สื่อหลี่เช่นนี้เล่า? แม่เป็นห่วงอนาคตของเจ้ามากนะลูกรัก…ใต้เท้าซ่งแม้จะอายุมากหน่อย แต่ก็เป็นถึงขุนนางใหญ่ การได้ไปเป็นอนุของเขาก็ยังดีกว่าต้องทนลำบากอยู่ที่นี่นะ"
ทุกถ้อยคำของนางเคลือบไว้ด้วยน้ำผึ้ง แต่ภายในกลับอาบด้วยยาพิษ กู้ชิงอวิ๋นเค้นความทรงจำของร่างเดิม…ภาพของสตรีใจยักษ์ผู้นี้ที่มอบรอยยิ้มจอมปลอมให้เสมอ ในขณะที่ลับหลังก็สั่งให้บ่าวไพร่กลั่นแกล้งนางสารพัดผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ
กู้ชิงอวิ๋นมองรอยยิ้มจอมปลอมของหลิวซื่อแล้วแค่นเสียงเย็นชาออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทุกคนในโถงได้ยินอย่างชัดเจน
“หากว่าใต้เท้าซ่งประเสริฐเลิศล้ำถึงเพียงนั้น เหตุใดท่านไม่ลองเสนอให้คุณหนูรองบุตรสาวของเจ้าไปแทนเล่า?..ของดีของสูงเช่นนั้น พวกเจ้าชอบมิใช่รึ?”
ประโยคเดียว…ราวกับตบหน้าฉาดใหญ่กลางโถง!
รอยยิ้มเปี่ยมเมตตาราวพระโพธิสัตว์ของหลิวซื่อแข็งค้างในทันที ส่วนกู้ชิงเหลียนที่ถูกพาดพิงถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"กู้ชิงอวิ๋น! เจ้ากล้าดียังไงมาเปรียบเทียบข้ากับเจ้า!" นางแผดเสียงแหลม
"ดูสารรูปตัวเองเสียก่อน ทั้งอัปลักษณ์ทั้งขี้โรค ใครเขาจะอยากได้! การที่ใต้เท้าซ่งยอมรับเจ้าก็ถือเป็นบุญคุณท่วมหัวแล้ว!"
"กู้ชิงเหลียน" กู้ชิงอวิ๋นหันไปมองนางช้าๆ สายตาคมกริบราวกับมีดผ่าตัดกวาดมองใบหน้าของกู้ชิงเหลียนแวบหนึ่ง
"เจ้ากำลังโกรธจัดจนลมปราณติดขัด ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาโปนออกมาเล็กน้อย หากยังโมโหเช่นนี้บ่อยๆ ระวังเลือดลมจะตีกลับทำลายตับได้นะ…ความโกรธทำให้คนแก่เร็วนะ เจ้ารู้หรือไม่?"
"นังบ้า!! หน็อยแน่! มาว่าข้าแกได้อย่างไร ท่านแม่ดูมันสิ..!" กู้ชิงเหลียนหันไปฟ้องแม่ของนางทันที
"พอได้แล้ว!" หลิวซื่อตวาดเสียงดังเพื่อหยุดบุตรสาวของตนก่อนที่นางจะเสียกิริยาไปมากกว่านี้ นางหันกลับมามองกู้ชิงอวิ๋นอีกครั้ง คราวนี้แววตาของนางไม่มีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่ความเย็นชาและอำมหิต
"ดูเหมือนว่าหลังจากป่วยไปหนึ่งครั้ง เจ้าจะหัดปากดีขึ้นมานะกู้ชิงอวิ๋น! แต่เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว เงินมัดจำก็รับมาแล้ว เจ้าต้องไป! แม่สื่อหลี่! ลากตัวนางไป!"
แม่สื่อหลี่ที่ได้ยินคำสั่งก็รีบปรี่เข้ามาหมายจะจับตัวกู้ชิงอวิ๋นอีกครั้ง
"เงินมัดจำ?"
คำพูดสั้นๆ ของกู้ชิงอวิ๋นดังขึ้น ทำให้แม่สื่อหลี่ชะงักไปอีกครั้ง
กู้ชิงอวิ๋นหยักมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันจนน่าขนลุก
"ตามกฎหมายของแคว้นจินหลง การซื้อขายหรือแต่งตั้งบุตรหลานของภรรยาเอกให้เป็นภรรยาบ่าวโดยที่บิดายังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เว้นแต่จะมีเอกสารยินยอมพร้อมตราประทับจากเจ้าบ้าน… ไหนล่ะ เอกสารที่ว่า?"
แม่สื่อหลี่อ้าปากค้าง "จะ…เจ้า…" นางหันไปมองฮูหยินหลิวอย่างขอความช่วยเหลือ
บัดนี้ แม้แต่หลิวซื่อก็ไม่สามารถรักษาท่าทีสงบนิ่งได้อีกต่อไป นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านังเด็กโง่ที่นางเหยียบย่ำมาตลอดสิบกว่าปี จะลุกขึ้นมาต่อกรกับนางด้วยข้อกฎหมายที่นางมองข้ามไป!
"เอกสารนั่น…" หลิวซื่อพยายามจะหาข้อแก้ตัว
"ไม่มีสินะ" กู้ชิงอวิ๋นกล่าวสรุปให้ด้วยรอยยิ้มเดิม
"เช่นนั้นแล้ว…การกระทำของพวกเจ้าในวันนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการ 'ลักพาตัว' คุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ…โทษทัณฑ์คือโบยหนึ่งร้อยไม้ และจำคุกสามปี…ท่านแม่เลี้ยง ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่?"
เด็กโง่คนนี้รู้เรื่องกฎหมายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! และยังมาเรียกนางว่าแม่เลี้ยงอีก
กู้ชิงอวิ๋นหันไปมองแม่สื่อหลี่และก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว สายตาของเธอยังคงเย็นชา
"อีกอย่าง…ข้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ ถึงจะตกยาก แต่ก็ยังมีสายเลือดของตระกูลแม่ทัพกู้อยู่เต็มตัว การที่เจ้าใช้กำลังฉุดคร่าข้าเยี่ยงนี้ หากเรื่องถึงศาลาว่าการ เจ้าคิดว่าโทษทัณฑ์จะเป็นอย่างไร? หรือเจ้าคิดว่าเส้นสายของฮูหยินรองจะใหญ่พอคุ้มกะลาหัวเจ้าได้จริงๆ งั้นหรือ?"
ทุกคำพูดของเธอชัดถ้อยชัดคำ มีเหตุมีผลและแทงใจดำจนแม่สื่อหลี่เริ่มหน้าซีดเผือด นางไม่เคยเห็นคุณหนูใหญ๋ในมุมนี้มาก่อน สายตาคู่นั้น…มันไม่ใช่สายตาของเด็กสาวอายุสิบสี่ แต่มันคือสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนและมองทุกสิ่งทะลุปรุโปร่ง!
"ข้า…ข้าแค่ทำตามคำสั่ง…" แม่สื่อหลี่เสียงอ่อยลง
"งั้นหรือ?"
กู้ชิงอวิ๋นเลิกคิ้ว สายตาเหลือบไปเห็นไฝเม็ดหนึ่งที่ขมับขวาของแม่สื่อหลี่ จากประสบการณ์ของแพทย์ เธอรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ไฝธรรมดา
"ยายเฒ่า…ช่วงสามเดือนมานี้ เจ้ามีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ใช่หรือไม่? โดยเฉพาะเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงจะยิ่งปวดมากขึ้น บางครั้งก็รู้สึกคลื่นไส้ วิงเวียนตาลาย…ใช่หรือเปล่า?"
แม่สื่อหลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด!
"จะ…เจ้ารู้ได้อย่างไร!" นางถามเสียงสั่น นี่คืออาการป่วยประจำตัวที่นางไม่เคยบอกใคร!
กู้ชิงอวิ๋นยิ้มอย่างเยือกเย็น "ไฝที่ขมับของเจ้า..มันไม่ใช่ไฝธรรมดา แต่เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งที่กำลังกดทับเส้นประสาท หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อีกไม่เกินครึ่งปี…เจ้าอาจจะตาบอด หรือโชคร้ายหน่อยก็อาจจะเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต"
"ปีศาจ! เจ้าคือปีศาจ!" แม่สื่อหลี่ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจนสะดุดล้มก้นกระแทกพื้น นางชี้นิ้วมาที่กู้ชิงอวิ๋น ตัวสั่นงันงกราวกับเห็นผีสาง
****ถึงรีดที่รัก ***
อย่าลืมกดไลท์ กดหัวใจ คอมเมนต์ เพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะเจ้าคะ เรื่องใหม่มาแล้ว!!! ****
หีบโอสถเทวะของตระกูลกู้
บทที่ 3 หีบโอสถเทวะของตระกูลกู้
“ฝากไว้ก่อนเถอะ พวกเรากลับ”
หลังจากแม่สื่อหลี่วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว คณะของหลิวซื่อที่ตามมาอย่างเอิกเกริกก็สะบัดหน้ากลับไปเช่นกันด้วยความโมโห เมื่อขบวนฮูหยินรองจากไป ความเงียบสงัดก็กลับคืนสู่เรือนทรุดโทรมท้ายจวนอีกครั้ง กู้ชิงอวิ๋นทรุดกายนั่งลงบนตั่งไม้เก่าๆ ที่ขาโยกเยกจนแทบจะหักเต็มที พลังที่ใช้ข่มขู่ฮูหยินรองและแม่สื่อเมื่อครู่ทำให้นางเหนื่อยอ่อนกว่าที่คิด
"คุณหนูใหญ่!"
อาหนิงรีบถลาเข้ามาประคองร่างที่โซซัดโซเซของคุณหนูของนางด้วยความห่วงใย น้ำตายังคงนองหน้า
"คุณหนูใหญ่เป็นอะไรไหมเจ้าคะ? บ่าวสมควรตาย! บ่าวปกป้องคุณหนูไม่ได้!"
ร่างกายนี้…อ่อนแอเกินไปจริงๆ เธอยกมือขึ้นจับชีพจรของตัวเองตามสัญชาตญาณแพทย์ คิ้วเรียวขมวดมุ่น
"ชีพจรเบาและเต้นช้าผิดปกติ ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ… สภาพแบบนี้ แค่เดินเร็วหน่อยก็อาจจะหัวใจวายตายได้เลยนะเนี่ย"
นี่ไม่ใช่การประชด แต่คือการวินิจฉัยตามหลักการแพทย์ล้วนๆ!
ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ เรือนซอมซ่อหลังนี้อีกครั้ง มันแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากฝุ่นและความผุพัง โต๊ะเก้าอี้เก่าคร่ำคร่า เตียงไม้แข็งกระด้างที่ปูด้วยฟางแห้งๆ ไม่กี่กำ ไม่มีแม้แต่ถ้วยชาดีๆ สักใบ… นี่น่ะหรือคือชีวิตของคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพ? ช่างน่าสมเพชสิ้นดี!
แต่แล้วสายตาของเธอก็สว่างวาบขึ้นเมื่อนึกถึงหีบโอสถของตน มือเล็กผอมแห้งรีบคว้าคลำไปที่คอของตัวเองทันที ทันทีที่มือสัมผัสกับจี้หีบอันเล็กที่ติดตัวร่างนี้อยู่ มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นมาข้างหนึ่ง ก่อนที่เธอหลับตาลง ส่งกระแสจิตเชื่อมต่อเข้าไปในหีบโอสถ ในพริบตาเดียว โลกภายนอกก็ดับหายไป ปรากฏเป็นมิติส่วนตัวอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุดขึ้นในมโนนึกของเธอ
หลังจากที่กู้ชิงอวิ๋นได้สัมผัสกับจี้หีบโอสถบนลำคอ เธอหลับตาลง ส่งกระแสจิตเชื่อมต่อเข้าไป…
ในพริบตาเดียว โลกภายนอกที่ซอมซ่อก็ดับหายไป ปรากฏเป็นมิติส่วนตัวอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุดขึ้นในมโนนึกของเธอ ที่นี่ถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับมหานครแห่งองค์ความรู้ส่วนตัวของเธอ
เบื้องหน้าของเธอคือ โกดังหลังที่หนึ่ง…ศูนย์การแพทย์แห่งอนาคตของเธอ มันส่องสว่างด้วยแสงสีขาวนวลสะอาดตา ชั้นวางที่ทำจากโลหะไร้สนิมเรียงรายเป็นทิวแถว บนนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 จะสร้างได้ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ทุกชนิดที่เธอได้ขนใส่เข้ามา ทั้งเครื่องสแกนร่างกายแบบพกพา, มีดเลเซอร์สำหรับการผ่าตัดไร้รอยแผล,และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ในตู้ควบคุมอุณหภูมิที่ปิดผนึกอย่างดีนั้น คือยาปฏิชีวนะรุ่นล่าสุด, วัคซีน, และยาเฉพาะทางต่างๆ ที่นางคิดค้นหรือรวบรวมมาจากแพทย์ผู้เก่งกาจทั่วโลก หรือแม้กระทั่งยาสามัญประจำบ้านเธอก็ใส่มาด้วย ทุกอย่างถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ รอคอยวันที่เธอจะหยิบมันออกมาใช้งาน
ถัดไปทางขวาคือ โกดังหลังที่สอง…คลังเสบียงของนาง ที่นี่มีขนาดใหญ่โตราวกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์และถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบตามหมวดหมู่ชัดเจน ทุกครั้งที่เธอเดินทางไปต่างประเทศ เธอมักจะซื้อข้าวของที่ดีที่สุดเก็บสะสมไว้เสมอ ภายในโกดังอาหารของเธอนั้นจึงจัดแบบเป็นโซนอย่างเป็นระเบียบ
โซนของแห้งและธัญพืช: ชั้นวางมหึมาทอดยาวสุดสายตา เต็มไปด้วยข้าวสารหอมมะลิจากไทย, ข้าวบาสมาติจากจากอินเดีย, ข้าวญี่ปุ่นสำหรับทำซูชิ, พาสต้าเส้นต่างๆ จากอิตาลี,ชีสชั้นเลิศ และแป้งหลากหลายชนิด ถัดไปเป็นชั้นของเครื่องกระป๋อง อาหารกระป๋องและของหมักดอง ทั้งปลาซาร์ดีนในน้ำมันมะกอก, มะกอกดอง, แยมผลไม้โฮมเมด, และผงปรุงรส ผงชูรส ซีิอิ้ว น้ำปลา น้ำตาล ซอสปรุงรสจากทั่วโลกทุกอย่างล้วนเป็นของเกรดพรีเมียม
โซนเครื่องเทศและเครื่องดื่ม ราวกับยกตลาดเครื่องเทศมาไว้ที่นี่ ทั้งแท่งอบเชย, โป๊ยกั้ก, พริกไทยดำจากมาดากัสการ์, หญ้าฝรั่นสีแดงสดจากอิหร่าน, วานิลลาจากตาฮิติ, และสมุนไพรแห้งของจีนอีกนับร้อยๆ ชนิด ในส่วนของเครื่องดื่ม มีใบชาชั้นเลิศจากจีนหลากสายพันธุ์, เมล็ดกาแฟคั่วบดจากบราซิลและเอธิโอเปีย, และผงโกโก้บริสุทธิ์จากเบลเยียม เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำอัดลม น้ำหวานทุกชนิดอัดแน่นเต็มชั้นวางไปหมด ไม่ว่าอยากจะลองจากประเทศไหนล้วนมีให้ได้ชิมทั้งหมด แม้แต่น้ำแร่น้ำเปล่านางก็ขนใส่ถังขนาดใหญ่มาด้วย ใครว่าน้ำดื่มนั้นสำคัญขนาดไหนจริงไหม…
โซนของสดและเนื้อสัตว์แช่แข็ง ที่สุดของความอลังการคือตู้แช่ขนาดใหญ่ที่ควบคุมอุณหภูมิด้วยพลังของหีบโอสถ ภายในเต็มไปด้วยเนื้อวัววากิว A5 จากญี่ปุ่นที่ถูกแล่และซีลอย่างดี, สเต็กโทมาฮอว์ก, ขาแกะจากนิวซีแลนด์, ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์, และอาหารทะเลสดๆ กุ้งลอสเตอร์ใหญ่ยักษ์ หอยเชลล์ตัวเท่าฝ่ามือ ที่ถูกแช่แข็งทันทีเพื่อรักษารสชาติที่ดีที่สุดเอาไว้ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเปฺ็ด ถูกแล่เอาไว้พร้อมใช้งาน ปลาชนิดต่างๆ เครื่องในสัตว์ที่ถูกทำความสะอาดเอาไว้เรียบร้อยในกรณีที่เธออยากจะนำมาประกอบอาหารเอง และยังมีพวกอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วหลายร้อยหลายพันชนิดจากทั่วทุกมุมโลกที่เธอได้ชิมแล้วชอบก็สั่งซื้อยกหม้อเข้าเก็บทันที ดังนั้นหากว่าเธอไม่อยากจะปรุงอาหารก็สามารถนำออกไปกินได้ทันที สะดวกสุด
โซนผักและผลไม ด้วยพลังของมิติเวลา ผักและผลไม้ในโซนนี้จึงสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดจากต้น ทั้งสตรอว์เบอร์รีลูกโต, องุ่นไชน์มัสแคท, อะโวคาโด,มะม่วง แตงโม และผักสลัดนานาชนิด
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโซนเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นครบครัน ตั้งแต่สบู่, แชมพู,ยาสระผม,ครีมต่างๆ ไปจนถึงเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องประดับ เพชร ทอง ผ้าไหมและผ้าฝ้ายคุณภาพเยี่ยม ปริมาณของที่สะสมไว้ทั้งหมดนี้มหาศาลพอที่จะทำให้เธออยู่รอดได้สบายๆ แม้จะเกิดภัยพิบัติวันสิ้นโลกก็ตาม
แต่สิ่งที่ทรงพลังที่สุด…คือ โกดังหลังที่สาม ที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติ มันไม่ได้มีลักษณะเหมือนโกดังสมัยใหม่ แต่เป็นตำหนักไม้จันทน์หอมโบราณที่แผ่กลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์และดึกดำบรรพ์ออกมา ที่นี่คือมรดกที่มาพร้อมกับหีบโอสถเทวะตั้งแต่แรกเริ่ม
ทันทีที่จิตของนางก้าวเข้าไป ชั้นวางที่ทำจากหยกและไม้มะเกลือก็ปรากฏแก่สายตา บนนั้นไม่ได้บรรจุยาทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นของวิเศษที่เหนือจินตนาการ…หญ้าคืนวิญญาณ ที่ส่องแสงสีเงินเรืองรอง, ดอกบัวหิมะพันปี โสมสีทองพันปี เห็ดหลินจือสีทองพันปี ที่แผ่ไอเย็นบริสุทธิ์ออกมาและสมุนไพรในตำนานอีกนับไม่ถ้วนที่ถูกบันทึกไว้แค่ในตำราหมอหัตว์เทวะ
สายตาของเธอจับจ้องไปยังขวดหยกสีขาวบริสุทธิ์ใบหนึ่งที่วางอยู่ในตำแหน่งสูงสุด บนขวดสลักคำว่า "ยาเม็ดฟื้นฟูร่างกาย"
กู้ชิงอวิ๋นจำได้ดี…ในชาติก่อนเธอเคยทดลองใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่เซลล์ร่างกายถูกทำลายขั้นรุนแรง มันให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เทียบเท่ากับการใช้สเต็มเซลล์บำบัดด้วยเทคโนโลยีในอีกห้าสิบปีข้างหน้า พลังในการฟื้นฟูของมันเกือบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ 100%
ตอนนี้…นางรู้ได้ทันทีว่าร่างกายเล็กๆ ที่แสนอ่อนแอและขาดสารอาหารมานานปีของกู้ชิงอวิ๋นผู้นี้ ต้องการยานี้มากที่สุด!
กู้ชิงอวิ๋นเพ่งจิตระลึกถึงยาฟื้นฟูร่างกายเม็ดนั้นทันที ทันใดนั้นบนชั้นวางยาใกล้ตัวที่สุด ขวดหยกใบหนึ่งก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้น ยาเม็ดสีเขียวมรกตกลิ่นหอมสดชื่นหนึ่งเม็ดก็ลอยออกมาแล้วปรากฏขึ้นจริงในฝ่ามือของเธอ!
นี่แหละ! ไพ่ตายที่จะใช้พลิกสถานการณ์ของเธอ!
กู้ชิงอวิ๋นมองยาเม็ดสีเขียวมรกตในฝ่ามือด้วยแววตาแน่วแน่ นางไม่ลังเลที่จะกลืนมันลงไปในทันทีทันทีที่ยาเม็ดสัมผัสกับลิ้น มันก็ละลายกลายเป็นกระแสธาราแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์และทรงพลัง พุ่งตรงลงสู่ท้องน้อยก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายอย่างรวดเร็ว!
มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกอุ่นๆ ธรรมดา แต่เป็นพลังงานชีวิตอันเข้มข้นที่กำลังเข้าซ่อมแซมร่างกายนี้อย่างจริงจัง กู้ชิงอวิ๋นรู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่ไหลผ่านเส้นลมปราณที่เคยตีบตันของเธอ ชำระล้างความอ่อนแอและความเจ็บป่วยที่สะสมมานานหลายปีให้มลายหายไป กล้ามเนื้อที่เคยฝ่อลีบเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ความหนาวสะท้านที่เกาะกินลึกถึงไขกระดูกถูกขับไล่ออกไปจนหมดสิ้น ความเหนื่อยล้าที่ถ่วงร่างกายนางไว้เมื่อครู่หายไปกว่าครึ่ง!
ภายนอกนั้น อาหนิงมองนายสาวของตนที่นั่งนิ่งหลับตาด้วยความประหลาดใจ นางไม่เห็นกระแสพลังงานที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่นางเห็นนั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า!
ใบหน้าที่เคยซีดขาวราวกับกระดาษของคุณหนูใหญ่ ค่อยๆ ปรากฏสีเลือดฝาดจางๆ ขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ริมฝีปากที่เคยแห้งแตกกลับดูชุ่มชื้นขึ้น ลมหายใจที่เคยแผ่วเบาและติดขัด บัดนี้กลับลึกและสม่ำเสมอ…ราวกับต้นไม้ที่ใกล้จะเหี่ยวเฉาตาย กลับได้รับน้ำทิพย์จากสวรรค์จนฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ต่อหน้าต่อตา!
อาหนิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางเผลอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมาที่อยู่ๆ คุณหนูของนางที่เพียงแค่นั่งหลับตา ก็ดูสุขภาพกายแข็งแรงขึ้นมา
ครู่ต่อมา กู้ชิงอวิ๋นก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของนางสุกใสและเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
นางรู้สึกได้…ร่างกายนี้ยังไม่แข็งแรงเต็มร้อย แต่ก็ดีขึ้นมากพอที่จะทำให้นางเริ่ม แผนการขั้นต่อไปได้แล้ว!
“คุณหนูใหญ่ เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ” อาหนิงพูดด้วยความเป็นห่วง
กู้ชิงอวิ๋นมองอาหนิง…สาวใช้ที่ซื่อสัตย์ของนาง จากสาวใช้คนสนิทข้างกายฮูหยินใหญ่ เมื่อฮูหยินใหญ่เสียชีวิตนางถูกลดขั้นให้มาทำงานหนักและถูกรังแกสารพัด แต่ก็ยังลอบนำอาหาร แม้จะเป็นเพียงมันเผา มาให้คุณหนูของนางเสมอ สภาพของอาหนิงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ร่างกายผอมแห้ง ผิวเหลืองซีด และมีรอยฟกช้ำจางๆ ที่ข้อมือ ใบหน้ามีรอยฟกช้ำหลายแห่งกู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับยื่นมือไปจับชีพจรที่ข้อมือของอาหนิงอย่างแผ่วเบา
"คุณหนูใหญ่?" อาหนิงมองอย่างไม่เข้าใจ
“ร่างกายของเจ้าก็อ่อนแอไม่ต่างจากข้า” กู้ชิงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ
“การไอเรื้อรังและอาการอ่อนเพลียของเจ้า…หากปล่อยไว้นานกว่านี้จะยิ่งรักษายาก”
“บ่าว…บ่าวไม่เป็นไรเจ้าค่ะ!”
“เงียบ” กู้ชิงอวิ๋นกล่าวสั้นๆ แต่น้ำเสียงกลับเด็ดขาดจนอาหนิงไม่กล้าพูดอะไรต่อ
“เจ้าคือคนของข้าคนแรกและคนเดียวในตอนนี้ หากเจ้าล้มป่วยไปอีกคน แล้วข้าจะพึ่งพาผู้ใดได้?”
คำพูดนั้นทำให้อาหนิงถึงกับน้ำตารื้น นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญถึงเพียงนี้มาก่อน!
กู้ชิงอวิ๋นเพ่งจิตระลึกถึงยาฟื้นฟูร่างกายอีกครั้ง ทันใดนั้นยาอีกหนึ่งเม็ดก็ปรากฎบนฝ่ามือทันที เพราะว่ายานั้นเม็ดเล็กทำให้อาหนิงนั้นไม่เห็นว่ามันมาอยู่ในมือของคุณหนูใหญ่ได้อย่างไร กู้ชิงอวิ๋นยื่นยาเม็ดหนึ่งให้แก่อาหนิง
“กินเข้าไปเสีย”
อาหนิงมองยาที่อยู่ในมือคุณหนู นางไม่รู้ว่ายานี้เป็นยาแก้อะไร
“กินเถอะยานี้จะช่วยให้ร่างกายของเจ้าแข่งแรงขึ้น ร่างกายของเจ้าสำคัญต่อแผนการของข้า…จงจำไว้”
อาหนิงรับยามาด้วยมือที่สั่นเทา นางมองยาเม็ดสีเขียวมรกตในมือสลับกับใบหน้าที่แน่วแน่ของคุณหนูใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจกลืนมันลงไปทั้งน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ
ทันทีที่อาหนิงกลืนยาเม็ดฟื้นฟูร่างกายลงไป มันก็ละลายกลายเป็นกระแสธาราแห่งชีวิตอันทรงพลัง แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายเพื่อเข้าซ่อมแซมอย่างจริงจัง นางรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังชำระล้างความอ่อนแอและความเจ็บป่วยและบาดแผลที่ถูกทำร้าย รวมถึงขับไล่ความหนาวสะท้านที่เกาะกินลึกถึงไขกระดูกให้หมดไป ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าของนางหายไปกว่าครึ่งในทันที
อาหนิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงความรู้สึกของร่างกายที่แข็งแรงและมีชีวิตชีวาจากยาที่คุณหนูให้มา
"คุณหนูใหญ่! ท่าน…ท่านคือเทพธิดามาโปรดโดยแท้! บ่าว…บ่าวขอถวายชีวิตนี้ให้ท่าน!"
ทันใดนั้น บานประตูไม้ผุๆ ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง สาวรับใช้หญิงอายุราวยี่สิบสองยี่สิบสามปีคนหนึ่งเดินเชิดหน้าเข้ามา ในมือถือถาดอาหารที่วางชามบิ่นๆ ไว้ใบหนึ่ง นางวางถาดลงบนโต๊ะเสียงดังปัง จนน้ำแกงกระฉอกออกมา
"อาหารของเจ้า!"
นางพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ และสายตาดูแคลน
กู้ชิงอวิ๋นเหลือบมองอาหารในชาม…ข้าวเย็นชืดแข็งๆ คลุกกับเศษผักเหี่ยวๆ และน้ำแกงใสโจ๋งที่มีไขมันลอยฟ่อง กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจางๆ บ่งบอกว่ามันคือของเหลือที่ใกล้จะบูดเต็มที
นี่คืออาหารสำหรับคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพงั้นรึ?
"เอากลับไป" กู้ชิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ
สาวรับใช้คนนั้นเลิกคิ้ว "ว่าไงนะ?"
"ข้าบอกให้เอาอาหารขยะนี่กลับไป"
"เจ้า!" สาวรับใช้หญิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"นังเด็กโง่ มีให้กินก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว ยังจะเรื่องมากอีก! ไม่อยากกินก็อดตายไปเลย!"
พูดจบนางก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ
แต่แล้ว…เสียงเย็นๆ ของกู้ชิงอวิ๋นก็ดังขึ้นข้างหลัง
"เดี๋ยวก่อน"
สาวใช้ชะงัก หันกลับมามองอย่างเอาเรื่อง
"มีอะไรอีก!"
กู้ชิงอวิ๋นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะผอมบาง แต่แววตาของเธอกลับกดดันจนน่ากลัว นางก้าวไปขวางหน้าสาวใช้คนนั้นไว้
"เจ้าบอกว่าอาหารนี่กินได้ใช่หรือไม่?"
"ก็ใช่น่ะสิ! พวกข้าก็กินกันแบบนี้!" นางเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
"ถ้าเช่นนั้น…" กู้ชิงอวิ๋นหยิบชามข้าวบูดขึ้นมา ยื่นไปตรงหน้าสาวใช้จนเกือบจะชิดจมูกของนาง
"…เจ้าก็กินมันให้ข้าดูสิ"
"บ้าไปแล้วรึ!" สาวใช้ผลักมือนางออกอย่างแรง
"ข้าจะกินอาหารขยะแบบนี้ได้ยังไง!"
"อ้อ…เจ้าก็รู้ตัวนี่ว่ามันคืออาหารขยะ'" กู้ชิงอวิ๋นยิ้มเยาะ "ในเมื่อเจ้าไม่กล้ากิน แล้วเหตุใดจึงกล้านำมาให้ข้าที่เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพกิ ผู้ใดกันที่ให้ความกล้ากับพวกเจ้ามากมายเช่นนี้…ข้าอยากจะรู้จริงๆ?"
"ก็เจ้ามัน…"
ฟุ่บ!
ไม่ทันที่สาวใช้จะได้พูดจบประโยคดูถูกนั้น กู้ชิงอวิ๋นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ นางใช้ปลายนิ้วสองนิ้วจิ้มลงไปที่จุดชีพจรบริเวณต้นคอของสาวใช้ผู้นั้นอย่างแม่นยำ!
"อึก!"
สาวใช้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของนางพลันแข็งทื่อราวกับถูกสาป แขนขาชาวาบจนไร้เรี่ยวแรง นางพยายามจะอ้าปากกรีดร้อง แต่กลับพบว่าลิ้นของตัวเองแข็งจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ในลำคอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"เห็นหรือไม่?" กู้ชิงอวิ๋นกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"นี่เป็นเพียงอาการเริ่มต้นของพิษซากศพที่อยู่ในอาหารชามนั้น…มันเริ่มจากอาการชาที่ปลายประสาท ทำให้ลิ้นแข็ง พูดไม่ได้ แขนขาขยับไม่ไหว…อีกไม่นานมันก็จะลามไปทั่วร่างจนเจ้ากลายเป็นอัมพาต…ทำได้เพียงนอนมองเพดาน รอให้ร่างกายเน่าเปื่อยอย่างช้าๆ ทั้งที่ยังมีลมหายใจ"
แววตาของสาวใช้เต็มไปด้วยความหวาดผวาและอ้อนวอน น้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างเย็นชา
"ในฐานะบ่าว…เจ้ากลับกล้าเหยียบนายขึ้นไปอยู่บนหัว ในฐานะมนุษย์…เจ้ากลับไร้ซึ่งความเมตตา…คนอย่างเจ้า สมควรแล้วที่จะได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่เจ้ามอบให้ผู้อื่น"
นางปล่อยให้สาวใช้จมอยู่กับความหวาดกลัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้นิ้วกดลงไปที่จุดเดิมอีกครั้งเบาๆ
พลั่ก!
ความรู้สึกทั้งหมดกลับคืนสู่ร่างของสาวใช้ในทันที นางทรุดลงไปกองกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างเสียสติ พลางก้มลงโขกศีรษะกับพื้นซ้ำๆ
"คุณหนูใหญ่เจ้าขา! บ่าวผิดไปแล้ว ได้โปรดเมตตาบ่าวด้วย ได้โปรดยกโทษให้บ่าวด้วยเจ้าค่ะ!"
กู้ชิงอวิ๋นมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า
"อาหารขยะนั่น…เอาไปทิ้งซะ"
นางหันหลังเดินไปนั่งที่ตั่งไม้ตัวเดิมอย่างไม่ใส่ใจ
"แล้วคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนกว่าข้าจะอนุญาตให้ลุก…คิดทบทวนให้ดีว่าเจ้าควรจะปฏิบัติต่อนายของเจ้าอย่างไร"
สิ้นคำพูดนั้น กู้ชิงอวิ๋นก็ไม่มองไปยังสาวใช้ผู้นั้นอีกเลย ปล่อยให้นางคุกเข่าตัวสั่นร้องไห้อยู่บนพื้นเย็นๆ เพียงลำพัง ส่วนตัวนางนั้น…กำลังวางแผนขั้นต่อไป
"ครัวใหญ่สินะ…น่าสนุกดีนี่"
***มาถึงก็จะล้างบางเขาเลยนะน้องกู้****
***นางเอกจะใช้คำแทนตัวว่า นางแล้วเพราะเริ่มปรับตัวได้**
***ขออภัยรีดที่รักทุกท่าน วันนี้ลงช้า พอดีคุณแม่ของไรท์หกลุ้มข้อมือหักสะโพกหัก..วันนี้ไรท์วุ่นอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวัน เพิ่งจะได้ห้องค่ะ ช่วงนี้อาจจะลงช้าหน่อยนะเจ้าคะ ****