โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คดีดัง “มื้อเห็ดมรณะ” ลูกสะใภ้ป่วยมะเร็งทิพย์ หลอกครอบครัวผัวเก่ามาฆ่า

Thaiger

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • Thaiger ข่าวไทย

ลุ้นคดี เอริน แพตเตอร์สัน วางยาสุดเหี้ยม เห็ดหมวกมรณะ เครื่องมือสังหารญาติของอดีตสามี ผ่านมื้ออาหารกลางวัน ตลอด 35 วันแห่งการต่อสู้ทางคดีความ ชั้นเชิงของหลักฐานและคำให้การได้ถูกตีแผ่ คณะลูกขุนเตรียมชี้ขาดคดีขสยองสุดสะเทือนขวัญที่ทั่วประเทศเฝ้ารอบทสรุป

ที่เมลเบิร์นของออสเตรเลีย กระบวนการยุติธรรมได้เดินทางมาถึงบทสรุป เมื่อคณะลูกขุนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ชี้ขาดวาระสุดท้ายของคดีอื้อฉาวที่พันธนาการความรู้สึกของผู้คนทั้งชาติ ว่าด้วยหญิงสาวรายหนึ่งที่มีชื่อว่า เอริน แพตเตอร์สัน (Erin Patterson) กับข้อกล่าวหาฉกรรจ์ในการใช้ “เห็ดหมวกมรณะ” (Death Cap) เป็นเครื่องมือสังหารญาติของอดีตสามี ผ่านมื้ออาหารกลางวันที่แฝงไว้ด้วยความตาย

ตลอด 35 วันแห่งการต่อสู้ทางคดีความ ชั้นเชิงของหลักฐานและคำให้การได้ถูกตีแผ่ สร้างเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำและความคลางแคลงใจ

ภาพ @News.com.au.

วงจรแห่งความตายจากไตสู่ตับ

ภาพของความตายอันทุกข์ทรมานถูกฉายชัดผ่านคำให้การของผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ซึ่งได้จำแนกกลไกทำลายล้างของสารพิษ“อะมาทอกซิน” (amatoxin) ไว้อย่างน่าพรั่นพรึง

“อวัยวะภายในของเหยื่อจะเข้าสู่วงจรแห่งความตายอันรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อไตได้สูญเสียความสามารถในการชำระล้างพิษมรณะนี้ออกจากกระแสเลือด” ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงกร้าว

“และเมื่อปราการด่านแรกอย่างไตพังทลายลง สารพิษทั้งหมดที่ยังคงวนเวียนอยู่ จะพุ่งเป้าเข้าทำลายล้างตับเป็นลำดับถัดไป”

ท่ามกลางมัจจุราชที่มองไม่เห็น มีเพียง นายเอียน วิลกินสัน ชายผู้รอดชีวิตหนึ่งเดียว ที่สามารถประวิงเวลาแห่งความตายได้นานพอ จนกระทั่งร่างกายของเขาสามารถรองรับการปลูกถ่ายตับได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ฉุดรั้งชีวิตเขาไว้จากปากเหว

ภาพ @NINE

คำให้การ “ร่องรอยแห่งพิรุธ”

สำหรับ นางแพตเตอร์สัน เธอยืนกรานปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่จำนนต่อหลักฐานที่ว่าเห็ดมรณะนั้นปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่เธอเป็นผู้ปรุง เธอวาดภาพเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ และไร้ซึ่งเจตนาที่จะประทุษร้ายผู้ใด

เธออ้างว่าได้ซื้อเห็ดอบแห้งมาจากร้านชำเอเชียแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ทว่าความทรงจำของเธอกลับเลือนรางเกินกว่าจะระบุพิกัดที่แน่ชัดได้

คำให้การของเธอยิ่งปรากฏรอยร้าวมากขึ้น เมื่อในชั้นสืบสวน เธอปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่เคยเก็บเห็ดป่าและไม่ได้ครอบครอง “เครื่องอบแห้งอาหาร” ที่ฝ่ายสืบสวนเชื่อว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในการตระเตรียมเห็ดพิษ แต่แล้วในที่สุดเธอก็ยอมรับความจริงทั้ง 2 ประการในภายหลัง

  • บทสรุปในเงื้อมมือคณะลูกขุน

ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้คือ เหยื่อทั้งหมดล้วนเป็นสายเลือดของ ไซมอน อดีตสามีผู้เหินห่างของเธอ และทั้งหมดได้ลาโลกไปด้วยภาวะตับล้มเหลวเฉียบพลันภายในสัปดาห์เดียวกับที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารมื้อนั้น

บัดนี้ หลังการพิจารณาคดีอันยาวนานคณะลูกขุนได้ปลีกตัวเข้าสู่ห้องประชุมลับแล้ว

ในกำมือของพวกเขาคือชะตากรรมของเอริน และเหลือเพียงคำตัดสินของพวกเขาเท่านั้นที่จะกระชากหน้ากากความจริงออกจากเงาแห่งความคลางแคลงใจ เพื่อตอบคำถามว่านี่คือ “ฆาตกรรมเลือดเย็น” หรือ “โศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า” กันแน่.

ที่มา : เดอะซัน (The Sun)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...