โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถ้าสหรัฐฯแบนส่งชิปAIมาไทยจริงจะกระทบอย่างไร?เสียโอกาสเศรษฐกิจแค่ไหน?

Amarin TV

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น.
ถ้าสหรัฐฯ แบนส่งชิป AI มาไทยจริงจะกระทบอย่างไร? ไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจแค่ไหน?

ในวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ออกมาประกาศว่ากำลังมีแผนที่จะจำกัดการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปยังมาเลเซียและไทย โดยเฉพาะชิปจากบริษัทชั้นนำอย่าง Nvidia เพื่อป้องกันไม่ให้เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงถูกลักลอบส่งต่อไปยังจีน ซึ่งสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามการขายชิป AI ขั้นสูงให้กับจีนโดยตรงมาเป็นเวลานานแล้ว

รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการจัดทำร่างกฎใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ผ่านตัวกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซียและไทย แม้ว่าสหรัฐฯ จะออกมาตรการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีนตั้งแต่ปี 2022 และได้ขยายขอบเขตอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศ แต่ก็ยังมีความกังวลว่าชิปสำคัญอาจเล็ดลอดไปยังจีนผ่านเส้นทางทางอ้อม

ปัจจุบัน มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญในอุตสาหกรรมชิป โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Oracle ได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในประเทศอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลการค้าแสดงให้เห็นว่าการส่งออกชิปไปยังมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้รัฐบาลมาเลเซียจะให้คำมั่นว่าจะเข้มงวดในการตรวจสอบ แต่สหรัฐฯ ยังคงวิตกต่อความเสี่ยงที่ชิปจะถูกส่งต่อไปยังจีน

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวด คือคดีลักลอบส่งชิป Nvidia มูลค่า 390 ล้านดอลลาร์ในสิงคโปร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งเซิร์ฟเวอร์ผ่านมาเลเซียไปยังจีนโดยผิดกฎหมาย กรณีนี้เน้นย้ำว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นจุดอ่อนในระบบควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ

สำหรับไทย แม้จะไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรงในคดีลักลอบส่งเซิร์ฟเวอร์ AI ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ แต่การที่ไทยถูกเพิ่มชื่อในมาตรการจำกัดใหม่นี้ สะท้อนถึงความกังวลของสหรัฐฯ ว่าประเทศไทยอาจกลายเป็นเส้นทางผ่านของการลักลอบนำเข้าเช่นกัน

ที่มาของมาตรการ: AI Diffusion Rule

มาตรการควบคุมนี้มีรากฐานมาจาก "AI Diffusion Rule" หรือ "Framework for Artificial Intelligence Diffusion" ซึ่งรัฐบาลไบเดนได้ออกในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง กฎดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเทคโนโลยี AI ขั้นสูง โดยเฉพาะวงจรรวมสำหรับการประมวลผล (advanced computing ICs) เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

กฎ AI Diffusion แบ่งประเทศออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • Tier 1: กลุ่ม 17 ประเทศและไต้หวัน สามารถนำเข้าชิป AI ได้โดยไม่จำกัด
  • Tier 2: ประมาณ 120 ประเทศ รวมถึงไทยและมาเลเซีย สามารถนำเข้าชิป AI ได้ในปริมาณที่จำกัด
  • Tier 3: ประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ถูกห้ามนำเข้าโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามรัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิก AI Diffusion Rule ในเดือนพฤษภาคม 2025 และอาจเตรียมออกกฎชุดใหม่มาแทนที่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเข้มงวดยิ่งขึ้นต่อการควบคุมการส่งออกไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลกระทบที่ไทยต้องเผชิญจากข้อจำกัดการส่งออกชิป AI ของสหรัฐฯ

Innovest X บริษัทหลักทรัพย์ในเครือ SCBX ประเมินว่า หากกฎใหม่ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้จริง ไทยจะเผชิญผลกระทบที่สำคัญในหลายมิติ ดังนี้

1. จำกัดการเข้าถึงชิป AI ขั้นสูง: บริษัทในไทยอาจต้องขอใบอนุญาตพิเศษในการนำเข้าชิป AI โดยเฉพาะชิปจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Nvidia ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการจัดหาชิปเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อระยะเวลาการจัดส่ง

2. กระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: โครงการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) และการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในภาคอุตสาหกรรมของไทยอาจต้องเผชิญกับความล่าช้าหรือถูกชะลอออกไป เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงชิปที่จำเป็นต่อการประมวลผลขั้นสูง

3. กระทบอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์: อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งออกไทย (คิดเป็น 14% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด หรือราว 45,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2022) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเข้าถึงชิปขั้นสูงที่ยากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่

4. กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน: ข้อจำกัดนี้จะทำให้ผู้ผลิตในไทยเสียเปรียบในเวทีการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะในสินค้าประเภท AI อัจฉริยะและอุปกรณ์ IoT ที่ต้องพึ่งพาชิปขั้นสูง ส่งผลต่อการพัฒนาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทย

5. กระทบห่วงโซ่อุปทานระดับโลก: ไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตของเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขั้นสูง (มูลค่าการส่งออกกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส) อาจต้องเผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญและชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิต ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานในระยะกลางถึงยาว

ช่องทางผ่อนปรนและความเสี่ยงระยะยาว

ทั้งนี้ แม้ว่าข้อจำกัดใหม่จะเข้มงวด แต่ร่างกฎของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสให้เกิดช่องทางผ่อนปรนบางประการ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ได้แก่

  • การส่งชิปจากบริษัทสหรัฐฯ โดยไม่ต้องขออนุญาตทันที: บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ หรือในประเทศพันธมิตรยังสามารถส่งออกชิป AI ไปยังไทยได้ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนหลังจากกฎมีผลบังคับใช้ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยมีเวลาปรับตัว
  • การพิจารณายกเว้นกรณีเฉพาะ: สหรัฐฯ อาจอนุญาตข้อยกเว้นเป็นรายกรณีเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสูง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีช่องทางผ่อนปรนในช่วงแรก แต่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายของสหรัฐฯ ยังถือเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการวางแผนการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีของไทยในระยะยาว

หากข้อจำกัดเข้มงวดขึ้นหรือขยายระยะเวลานาน ไทยอาจเผชิญความเสียเปรียบเชิงโครงสร้างในการแข่งขันกับประเทศที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเสรีมากกว่า และอาจถูกลดบทบาทในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...