โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เรียกอีก 5 พยานคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. สอบปากคำเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • เดลินิวส์
”DSI“ ร่อนหมายเรียกพยานคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพิ่มอีก 5 ราย สอบปากคำเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่จริงและจำลองเหตุการณ์ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI คือ การใช้ AI และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ พิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว. อีกทั้งยังใช้ระบบ AI ในการตรวจจับใบลงคะแนนที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการกาหมายเลขชุดเรียงกันซ้ำๆ หลายฉบับ หรือโหวตลงคะแนนตามโพย กระทั่งมีการสืบสวนเส้นทางการเงินจากรายการเดินบัญชีของธนาคาร ตามคำให้การของพยานรายสำคัญที่รู้เห็นขบวนการฮั้ว จนพบบุคคลกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย มีเส้นทางการเงินใกล้ชิดกับขบวนการจัดฮั้ว สว. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงออกหมายเรียกพยานลอตแรกนี้ เพื่อสอบสวนปากคำในวันที่ 1 ก.ค.68 เป็นต้นไป ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. "ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์" ได้รับการเปิดเผยความคืบหน้าจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ว่า ภายหลังจากที่มีการออกหมายเรียกพยานกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) 2.น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) 3.นายสุบิน (สงวนนามสกุล) 4.น.ส.ญาณี (สงวนนามสกุล) 5.น.ส.ภัณนิภา (สงวนนามสกุล) 6.นายอากร (สงวนนามสกุล) และ 7.นายอาทร (สงวนนามสกุล) ให้เข้าชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน เนื่องด้วยพนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงพบพฤติการณ์ของทั้ง 7 พยานมีส่วนเชื่อมโยงสัมพันธ์ คือ มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู รวมถึงยังพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, สตูล, สงขลา, ระนอง, กระบี่, ภูเก็ต ชุมพร, หนองบัวลำภู, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สิงห์บุรี, นนทบุรี, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, เพชรบุรี, ลำพูน, ลำปาง และตราด ปรากฏว่า ในวันที่ 1-3 ก.ค.ที่ผ่านมา มีพยานเข้าพบแล้ว 3 ราย คือ น.ส.สินิตา นายสุบิน และนายอาทร โดยทั้งหมดล้วนให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว สว. พร้อมยืนยันว่า เงินจำนวนดังกล่าวที่ปรากฏในเส้นทางการเงินนั้น เป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไป ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงมีการระบุว่าเป็นการโอนเงินเนื่องด้วยมูลหนี้ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้อยคำให้การของพยานนั้น ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไร พนักงานสอบสวนจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นดุลพินิจที่ต้องดูประกอบกับพยานหลักฐานอื่น เพราะไทม์ไลน์ที่พบเส้นทางการเงิน มันเกิดขึ้น 3 ห้วงเวลา คือ ก่อนการเลือก สว.67 ระหว่างการเลือก สว.67 และหลังการเลือก สว.67 จึงต้องโฟกัสไปที่ช่วงการใช้เงินจ้างผู้สมัคร สว.

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 เผยอีกว่า ภายในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. และวันอังคารที่ 8 ก.ค. จะเป็นการสอบสวนปากคำพยานที่เหลือ คือ นายวรพจน์, น.ส.ญาณี, น.ส.ภัณนิภา, นายอากร ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม จากการที่พนักงานสอบสวนได้สืบสวนเส้นทางการเงินต่อเนื่อง และพบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะนิติกรรมเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันและคล้ายเคียงกัน จึงออกหมายเรียกพยานเพิ่มอีก 5 ราย ให้เข้าชี้แจงรายละเอียดการเงินดังกล่าว ซึ่งทั้ง 5 รายนี้ เป็นบุคคลภายนอก และเป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองเหมือนกับ 7 รายแรก โดยยังไม่ใช่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือสมาชิกผู้แทนราษฎร (สส.) แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตลอดทั้งเดือน ก.ค. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะยังมีการพิจารณาออกหมายเรียกพยานเพิ่มเติมอีกแน่นอน เนื่องจากหลักฐานเส้นทางการเงินบ่งชี้ จึงต้องเชิญมาให้ข้อมูลชี้แจงในรายละเอียดข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรม ส่วนจะต้องมีการเรียกพยานที่เคยให้การแล้วมาให้ปากคำซ้ำอีกครั้งหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า หากมีหลักฐานใดที่คิดว่าจะแสดงต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ก็สามารถนำส่งภายหลังได้ ซึ่งหลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อเรียกบุคคลใดมารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...