โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ThaiBMA หั่นเป้าหุ้นกู้ 8 แสนล้าน พบครึ่งปีแรก 14 บริษัทขอเลื่อนจ่ายหนี้ 1.7 หมื่นล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.สมจินต์ ศรไพศาลกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายภาษีนำเข้าแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างชัดเจน

จากสถานการณ์ดังกล่าว สมาคมฯ ได้ปรับประมาณการยอดการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนตลอดทั้งปี 2568 ลงมาอยู่ที่ระดับ 800,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ 850,000-900,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกของปี มีการออกหุ้นกู้เพียง 398,000 ล้านบาท ลดลง 19.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยทั้งกลุ่ม Investment Grade และ High Yield ต่างหดตัว

สำหรับมูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้ไทย ณ ครึ่งปีแรก 2568 อยู่ที่ 17.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 93% ของ GDP เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.1% จากปี 2567 โดยส่วนใหญ่เป็นการออกพันธบัตรรัฐบาล

ด้านนางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ThaiBMA เปิดเผยว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ในช่วงครึ่งปีแรก พบว่ากลุ่มพลังงานมีการออกหุ้นกู้สูงสุด แซงหน้ากลุ่มการเงินและอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ออกหุ้นกู้สูงถึง 30,000 ล้านบาท ตามมาด้วย IRPC และบางจากฯ เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจและควบรวมกิจการ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอยาวทำให้บริษัทหลายแห่งเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง โดยในครึ่งปีแรกมีบริษัท 14 รายขอเลื่อนชำระคืนหุ้นกู้ มูลค่ารวม 17,500 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ 9-11 รายเป็นผู้ที่เลื่อนชำระครั้งแรก และคาดว่าทั้งปีอาจมีจำนวนผู้ขอเลื่อนชำระแซงหน้าปี 2567 ที่มี 17 ราย มูลค่ารวม 37,900 ล้านบาท

นางสาวอริยาระบุเพิ่มเติมว่า แม้กลุ่ม High Yield จะยังถูกจับตามอง แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทจะมีปัญหา โดยบางรายเป็นบริษัทใหม่ที่ยังไม่ได้จัดอันดับเครดิตแต่มีฐานะมั่นคง ในทางกลับกัน บริษัทขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการไม่ดีก็อาจมีความเสี่ยงได้เช่นกัน

ทั้งนี้ มองว่าเป็นจังหวะที่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะกลุ่ม High Net Worth หันมาลงทุนในหุ้นกู้บริษัทใหญ่ที่ผลตอบแทนอาจต่ำลงแต่มีความมั่นคงมากกว่า ในขณะที่ผู้ถือหุ้นกู้และบริษัทผู้ออกต่างปรับตัว โดยการสื่อสารและวางแผนเป็นกุญแจสำคัญในการผ่านช่วงวิกฤตนี้

นอกจากนี้ ThaiBMA ยังคงเดินหน้าพัฒนาแนวทาง Bond Governance และการกำกับดูแลตราสารหนี้ High Yield เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดตราสารหนี้ไทย พร้อมทั้งยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...