โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดอะคอนเสิร์ตชวนคุย Greasy Cafe จาก 'ก้าวแรก' สู่ 'ประตูบานใหม่' ก่อนพบกันใน GATES TO THE OTHER SIDE

The Concert

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 11.00 น. • The Concert

เดอะคอนเสิร์ตชวนคุย ‘พี่เล็ก อภิชัย’ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ Greasy Cafe นักเล่าเรื่องผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีมาอย่างยาวนาน ที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปี

“มันไม่ใช่แค่ 10 ปีต่อมา แต่มันคือตั้งแต่ 26 ปีที่เล่าผ่านเพลงและแสดงด้วยชีวิต แต่ละเพลงมันเกิดขึ้นจากต่างช่วงเวลา ต่างช่วงชีวิต แต่ละเพลงเป็นเหมือนประตูที่พาเราไปสู่ที่บางที่ ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลง กำลังใจ หรืออดีต คอนเสิร์ตครั้งนี้มันเป็นการรวบรวมบานประตูแบบนั้นมาอยู่ด้วยกัน เพื่อหอบหลากหลายเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง” คอนเซปต์คร่าวๆ ของคอนเสิร์ต “Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE” ที่พี่เล็กเล่าให้เราฟัง ก่อนที่จะไปร่วมค้นหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูบานนั้นด้วยกัน The Concert อยากพาทุกคนย้อนไปที่ ‘ก้าวแรก’ ของ Greasy Cafe ตั้งแต่จุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรี ประสบการณ์ พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังของแต่ละอัลบั้มที่สะท้อนตัวตนของผู้ชายคนนี้

ขอบคุณรูปภาพจากเพจ : Greasy Cafe

ดนตรีคือรักแรก การถ่ายภาพคือโอกาส

พี่เล็ก : คิดว่าเพลง ใช่ ดนตรีมาก่อน การถ่ายภาพมันเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส ช่วงที่เราเข้าไปช่วย ‘พี่เอก เอี่ยมชื่น’ ที่เป็นโปรดักชั่นที่ทำกับ ‘พี่อุ๋ย นนทรีย์’ เราเป็นคนหาพร็อพทำอาร์ต แล้วจะต้องถ่ายรูปเอากลับมาล้างให้พี่เอกดูว่าได้ไหม มันเริ่มจากตรงนั้นโดยที่เราไม่ได้ระแวดระวังตัวว่าแบบ เอ๊ะ ถ่ายรูปสนุกดี ไม่คิดเลย แล้วพอไปเรียนที่เมืองนอกเรียนภาษาจบปุ๊บ ก็เลยรู้สึกว่าเราจะเรียนอะไรต่อดีวะ ครูที่เป็นคนสอนภาษาก็เลยบอกว่ายูสนใจถ่ายรูปไหม ก็เลยลองดู ซึ่งตอนนั้นพอเรียนไปได้ปีนึงเราก็ไปทำวงกับคนอังกฤษสามคน ซึ่งเราก็เป็นมือกีตาร์แล้วก็ร้องประสาน ก็แบบสนุกดีนะ แต่พอวีซ่ามันจะหมดก็เลยต้องกลับ ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรแบบนั้นต่อ ก็ทิ้งไปเลยแล้วก็มาถ่ายรูปเลย

ก้าวแรกของ Greasy Cafe

พี่เล็ก : เราว่ามันอาจจะเป็นเรื่องนึงที่มันค้างคาใจตั้งแต่เด็กมั้ง คือหมายความว่ามันเป็นสิ่งนึงแหละที่เราชอบทำ แล้วก็มันเป็นจังหวะที่ ‘พี่รุ่ง’ จะทำค่าย Smallroom เขาเลยชวนทำรวมศิลปินครับ ชวนเรามาทำแค่เพลงเดียว

เวทีแรกของ Greasy Cafe

พี่เล็ก : อาจจะไม่ 100% แต่ว่าเท่าที่จำได้นะ อาจจะเป็นคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มเรากับ Tattoo Colour สถานที่เป็นฮอลล์ แต่จำได้ว่าวันนั้นตื่นเต้นแบบตื่นเต้นมาก แล้วพอเล่นไปสักพักนึงสายมันขาด สายขาดคือใจเสีย แบบจบแล้วมึงชีวิต จบแล้วเลย คือแบบแย่มากรู้สึกแย่มาก แต่ว่ามันก็เป็นครั้งแรกด้วยนะครับในการที่เจอกับคนเยอะขนาดนั้นสำหรับเรา แล้วก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ระแวดระวังมาก่อน มันก็เลยไม่ทันได้เตรียมใจ อืม เป็นหลายๆ อารมณ์รวมกัน

ขอบคุณรูปภาพจากเพจ : Greasy Cafe

Greasy Cafe แนวดนตรีที่ใครฟังก็ได้

พี่เล็ก : Greasy Cafe มันเป็นคาเฟ่ที่ขายพวกของทอดหรืออะไรอย่างนี้ ซึ่งมันเป็นสถานที่ที่ใครจะเข้ามากินก็ได้ ก็เลยรู้สึกว่าเออ จริงๆ เพลงของเรามันไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มไหน นึกออกปะ มันก็อาจจะเป็นเหมือนกับร้านคาเฟ่นี่แหละใครมากินก็ได้ ใครจะฟังก็ได้

เสน่ห์ของ Greasy Cafe คือภาษา

พี่เล็ก : ไม่แน่ใจครับ เราว่าอาจจะเป็นในมุมที่คนอื่นมองเข้ามามากกว่า แต่สำหรับเรามันก็เขียนแบบที่รู้สึก ซึ่งเราว่าช่วงแรกอะหลายคนก็พูดแล้วว่ามันฟังยากมาก แต่เราก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากจะโกหกตัวเอง ก็เลยเขียนแบบที่รู้สึกจริงๆ มาโดยตลอดครับ

‘สิ่งเหล่านี้’ อัลบั้มแรกของ Greasy Cafe

พี่เล็ก : ไม่ได้คิดว่ามันจะได้รางวัล แค่คนฟังรู้เรื่องก็ดีใจแล้ว ผมดีใจมากดีใจมากว่า เออ แสดงว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำมันก็มีคนเห็นจริงๆ นะ มันก็มีคนได้ยิน มีคนได้ฟัง สิ่งที่เราพูดมันถึงหูคนจำนวนนึง

ฉีกตัวตนด้วยอัลบั้ม ‘ทิศทาง’

พี่เล็ก : ตอนทำอัลบั้มแรกมันเป็นดนตรีที่แบบอยากทำกีตาร์โปร่งก็ทำกีตาร์โปร่ง อยากทำกีตาร์ไฟฟ้าอะไรอย่างนี้ แต่พออัลบั้มทิศทางมันเป็นเหมือนกับ เฮ้ย เราอยากทำร็อกวะ อัลบั้มนี้อยากทำร็อกมากขึ้น ก็เลยถูกปักหมุดไว้ว่าเป็นอัลบั้มที่มันค่อนข้างร็อก แต่ว่ามันก็เป็นช่วงเวลาที่มันยังหมั่นเขี้ยวอยู่มั้งครับ แล้วมันยังมีเรื่องคาใจอยู่เยอะมันก็เลยแบบทำต่อกันมาเลย

‘The Journey without Maps’ อัลบั้มที่ทำให้ภาพของ Greasy Cafe ชัดเจนขึ้น

พี่เล็ก : อัลบั้มแรกอะโอเค แต่พออัลบั้มสองเริ่มดรอป แล้วเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง เลยรู้สึกว่าเราอยู่ไม่ได้จริงๆ ละ ก็เลยตัดสินใจไปอังกฤษแต่ก็บอกทาง Smallroom ว่าเราอาจจะกลับมามือเปล่านะ แต่พอไปอยู่ที่นั่นพร้อมกับอุปกรณ์นิดหน่อย พอใจมันนิ่งเราก็เลยเริ่มพูดถึงสิ่งที่มันรู้สึกในตอนนั้น รู้สึกว่าทำไปทำมาพอเราเล่าแบบที่ไม่ได้กดดันตัวเองมาก กลับกลายเป็นสิ่งที่แบบ เป็นอัลบั้มที่เริ่มทำให้มีงาน เริ่มทำให้คนรู้จักมากขึ้น เราว่าอัลบั้มสามอะมันเป็นหมุดหมายที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า โอเค เรามุ่งมาทางนี้จริงๆ ละ

‘Technicolor’ อัลบั้มที่พี่เล็กโคตรรัก

พี่เล็ก : เป็นอัลบั้มที่คนไม่ค่อยเก็ตกัน การตอบรับไม่ค่อยดีพูดแบบนี้ดีกว่า แต่เราดีใจมากที่ได้ทำและทำได้ แม้แต่วินาทีนี้กลับไปฟังก็ยังรู้สึกสดชื่นมาก เราพูดเรื่องนี้หลายๆ ครั้งเรารู้สึกว่าการที่คนคนนึงทำเรื่องเรื่องนึงมาแบบเดียวโดยตลอด ลองทำอย่างอื่นดูไหมเป็นเรื่องเดียวกันนี่แหละแต่ลองทำแบบอื่นดู ซึ่งมันเป็นการท้าทายตัวเองมากว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้ เป็นการวัดใจตัวเองมากว่าเราจะก้าวข้ามสิ่งที่เราถนัดได้ไหม ซึ่งมันก็ตามมากับเวลาที่ถูกใช้ไปเยอะมาก จนมันก็มีช่วงที่เรารู้สึกว่า เออ หรือว่าเราแม่งทำไม่ได้วะ แต่ก็นั่นแหละก็ดื้อ ดื้อจนมันเกิดเพลงแรกขึ้น เพลงที่สองก็ตามมาจนมันเสร็จเป็นอัลบั้มอัลบั้มนึง ดีใจจริงๆ คือต่อให้ใครไม่ชอบมันเราแม่งโคตรรักเลยอะ

จากภาพ เสียง สู่การแสดงที่เล่าความรู้สึก

พี่เล็ก : มันเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวเรามั้ง ผ่านร่างกายเรา รู้สึกว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องท้าทายเรามาก แต่ก็เป็นเรื่องที่เราสนใจมันมาก จริงๆ มันเริ่มจาก ‘พี่คงเดช’ ที่ชวนไปเล่นเรื่อง ‘แต่เพียงผู้เดียว’ ซึ่งในตอนนั้นเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าชอบการแสดงอะไรขนาดนั้น แต่พอผ่านเรื่องนี้ไปมันทำให้รู้สึกว่า เออวะ มันเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่น่าสนใจมากเลยในการยกตัวเราออกไป แล้วเอาตัวคนอื่นเข้ามาไว้ในช่วงขณะหนึ่ง มันเป็นการถ่ายทอดอีกแบบหนึ่ง เป็นการสื่อสารอีกแบบหนึ่ง ดนตรีมันมีสนามให้เราลองเยอะ ออกไปเล่นคอนเสิร์ตนู่นนี่นั่น แต่ว่าการแสดงเราไม่ค่อยมีสนามได้ลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น เราเลยสร้างสนามให้ตัวเองคือการเล่นมิวสิกวีดีโอของตัวเอง ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’

‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ เพลงที่พี่เล็กได้สวมบท ‘เจ๊โอ๊ต’

พี่เล็ก : บทมาจากมาจาก ‘จั๊ก’ ผู้กำกับ แต่ว่าสิ่งที่เรามองเห็นจริงๆ จากเรื่องนี้มันคือคนคู่นึงที่รักกันโดยที่มีเงื่อนไขบางอย่างที่มันทำให้ไปต่อไม่ได้ ไม่ต้องมองว่าเป็นเจ๊โอ๊ตทรานส์เจนเดอร์หรือเป็นใคร ว่าเพศไหน แต่ว่ามันเป็นคู่รักคู่หนึ่งที่มีเหตุผลที่มันหนักมากจนต้องยอมปล่อยมืออะไรอย่างนี้ สำหรับเรามันแค่นั้น แต่ว่านั่นแหละพอมันถูกเล่าในบริบทอีกแบบนึง มันก็เป็นเรื่องที่เราเสียวมากว่าถ้าสารมันไม่ถูกส่งไปถึงหูคน ตาคนดีๆ อะมันจะตลกมากเลยนะ แต่ในที่สุดแล้วก็พยายามทำให้ดีที่สุดละ ฉากคลอดลูกเป็นหมอนเราห่วงมากเลยเป็นหนึ่งซีนที่ห่วงว่า โอ้โห คนแม่งจะฮาแตกมากเลยอะว่าแบบพี่เล็กมึงทำอะไรของมึง แต่เราแอบเชื่อนิดนึงว่าถ้าคนมันเชื่อตั้งแต่แรกในบทที่มันเกิดขึ้น คนจะไม่หัวเราะ คนจะแบบเอาใจช่วยเจ๊โอ๊ต เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่ท้าทายตัวเราด้วยว่า ชอบการแสดงจริงๆ ใช่ไหม ลองดูดิบทที่ไม่มีทางที่จะได้เจอ บทยากขนาดนี้สำหรับเรายากนะคนอื่นอาจจะง่าย ทำได้หรือเปล่า แล้วมันก็พิสูจน์อะไรให้เห็นบางอย่างว่า เออ เราก็พอทำมันได้แหละ

‘หาย’ เพลงล่าสุดของ Greasy Cafe

พี่เล็ก : หายมันเกิดขึ้นก่อนโปรเจกต์เรื่องอากาศสะอาด มันถูกเขียนขึ้นมาในตอนที่เรารู้สึกว่าถ้าเกิดมันจะมีคนคนนึงหายไปจากชีวิตเรา แบบอยู่ดีๆ ก็ติดต่อไม่ได้ บล็อกนู่นบล็อกนี่ ซึ่งเราว่ามันเป็นเรื่องปกติในการที่คนที่ยังอยู่ตรงนั้นพยายามหาคำตอบ กูผิดอะไรวะทำไมต้องเลิกกัน แล้วเขาทำไมไม่รับโทรศัพท์ ทำไมบล็อกเรา และถ้าเราจะมาคิดเป็นว่าเราเหมือนทำสิ่งของสิ่งหนึ่งที่มีค่ามากๆ หายไปอะ แค่นั้น แค่นั้นเลย ง่ายกว่าไหม มันจะทำใจให้วางเรื่องนี้ลงได้ง่ายกว่าหรือเปล่า โจทย์มันแค่นั้นเลย

‘GATES TO THE OTHER SIDE’ ประตูบานใหม่ของ Greasy Cafe

พี่เล็ก : มันไม่ใช่แค่ 10 ปีต่อมา แต่มันคือตั้งแต่ 26 ปีที่เราเริ่มทำงาน แต่ละเพลงมันเกิดขึ้นจากต่างช่วงเวลา ต่างช่วงชีวิต แต่ละเพลงเป็นเหมือนประตูที่พาเราไปสู่ที่บางที่ ไม่ว่าจะเป็นประตูที่ออกไปหาใครบางคน ออกไปหาความเปลี่ยนแปลง ออกไปเพื่อหากำลังใจ คอนเสิร์ตครั้งนี้มันเป็นการรวบรวมบานประตูแบบนั้นมาอยู่ด้วยกัน เพื่อหอบหลากหลายเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง ก่อนหน้านี้คอนเสิร์ตเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมันอาจจะเป็นเสียงแล้วก็แสง แต่คราวนี้มันเป็นเรื่องภาพเรื่องอะไร ก็คือฟูลโปรดักชั่นนะครับ บางทีเราไปเล่นตามร้านนู่นร้านนี่เราอาจจะไม่ได้สัมผัสในในมวลบรรยากาศแบบทั้งภาพและเสียง แต่คราวนี้มันเป็นอะไรที่แบบ เฮ้ย เราสร้างมันขึ้นมาทั้งหมด สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในนั้นมันเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัสสิ่งนั้นจริงๆ เรารู้สึกว่ามันเหมือนการกลับบ้านมาเจอกัน สำหรับคนที่ไม่ได้เจอนานๆ หรือแบบอาจจะเจอบ้างไม่เจอบ้าง หรือคนใหม่ๆ ที่ไม่เคยมาเที่ยวบ้านเราเลย มันเหมือนแบบมาบ้านเราเหอะเดี๋ยวเราเตรียมของไว้ให้

สปอยความพิเศษของ “Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE”

พี่เล็ก : สิ่งที่ VIP PASS จะได้รับคือเรารู้สึกว่าประตูแต่ละประตูมันจะต้องใช้ลูกกุญแจที่ต่างกัน คือมันไม่ใช่กุญแจดอกเดียวที่มันจะไขได้ทุกประตู แต่ละประตูที่มันเกิดขึ้นน่ะมันเกิดขึ้นจากต่างช่วงเวลา ต่างความรู้สึกของแต่ละสิ่งที่มันเกิดขึ้น หมายความว่าประตูบางบานมันอาจจะเปิดไปสู่ความหวัง ประตูบางบานที่เปิดไปเพื่อกลับไปหาอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับใครบางคนก็ได้ หรือกุญแจบางดอกอาจจะเปิดไปเพื่อต้องการกำลังใจบางอย่าง กุญแจของแต่ละดอกที่มันอยู่ในพวงเดียวกันมันจะทำหน้าที่แบบนี้ในต่างช่วงเวลา ในต่างช่วงชีวิตที่มันได้ผ่านมาอะไร เพราะงั้นกุญแจมันจะถูกเข้าไปไขในคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้น ในประตูที่มันจะเกิดขึ้นของแต่ละบาน แต่ละช่วงของคอนเสิร์ต

กิจกรรมสุดพิเศษที่ Greasy Cafe มอบให้แฟนๆ

พี่เล็ก : ก่อนที่คอนเสิร์ตมันจะเกิดขึ้น มันจะมีกิจกรรมที่เราเตรียมไว้ให้แฟนๆ โดยเราจะเอาแม่กุญแจไปล็อกในสถานที่ต่างๆ อาจจะไม่ได้ทุกจังหวัดแต่ว่าบางจังหวัดทั่วประเทศ แล้วให้แฟนๆ ไปล่ากุญแจนั้นเพื่อจะปลดล็อกตัวเองก่อนที่จะไปดูคอนเสิร์ตเรา อาจจะมีไม่ได้เยอะแต่มันสำคัญ เราทำขึ้นมาพิเศษทำขึ้นมาโดยเฉพาะ

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ต ‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ พิเศษมากๆ อยากให้ทุกคนมาร่วมค้นหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประตูเหล่านั้นด้วยกัน ว่ามันจะเป็นการกลับไปหาอดีตอีกครั้ง หรือเพื่อพบกับสิ่งที่ไม่เคยได้ค้นเจอ วันที่ 23 สิงหาคม 2568 ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

กดบัตรพร้อมกัน : วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน เวลา 10.00 น.
ราคาบัตร : บัตรยืน 2,800 | 2,300 บัตรนั่ง 2,800 | 1,900
กดบัตรได้ที่ : www.theconcert.com/concerts/yuedpao-presents-greasycafe
เปิดจำหน่าย LIMITED MERCH + VIP PASS ของที่ระลึกจากโรงหล่อพระ พร้อมสิทธิ VIP PASS ซื้อเพิ่ม +1,500 บาท สามารถซื้อได้กับตั๋วทุกประเภท จำหน่ายในวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 เวลา 10:00 น.

ติดตามความเคลื่อนไหวของ “Greasy Cafe” ได้ที่

Facebook : www.facebook.com/GreasyCafe
Instagram : www.instagram.com/GreasyCafe
Website : https://greasycafe.bentoweb.com


ติดตาม The Concert แหล่งรวมคอนเสิร์ตอันดับ 1 ของไทยได้ที่นี่

Website : www.theconcert.com

Application : http://onelink.to/xg82rs

Instagram : www.instagram.com/theconcertapplication

Twitter : https://twitter.com/the_concertapp

Facebook : www.facebook.com/theconcertapplication

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...