โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

‘ชาญอิสสระ’ฝ่าพายุเศรษฐกิจรักษาสภาพคล่องโฟกัสซูเปอร์ลักชัวรี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 18.07 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 00.56 น.

ในโลกที่เศรษฐกิจไร้ทิศทางและแรงกดดันจากทั่วสารทิศ “สภาพคล่อง” กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะยิ่งท้าทายกว่าช่วงที่ผ่านมา

“ตอนนี้ไทยหลังชนฝาแล้ว จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าไปทางซ้ายหรือขวา เราไม่มีทางรู้ว่าทางไหนจะประสบความสำเร็จ แต่ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ”

สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด สะท้อนสภาพเศรษฐกิจและมุมมองของผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าท่ามกลางความไม่แน่นอนจากทั้งในและต่างประเทศ

จากปัจจัยเสี่ยงในระดับโลก ทั้งสงครามการค้า นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์หลายพื้นที่และรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังอ่อนแรง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเริ่มชะลอ หนี้ครัวเรือนยังคงพุ่งสูง ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ในครึ่งปีหลัง 2568 โดยเน้น “บริหารต้นทุน-เพิ่มสภาพคล่อง” และมุ่งเป้า“ตลาดบน” วิกฤติด้วยการโฟกัสในกลุ่มซูเปอร์ลักชัวรี ที่ยังมีแรงซื้อและกระแสเงินสดจริง

บ้านหรูยัง “ไปต่อ” บนพฤติกรรมซื้อเงินสด

แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะชะลอตัว แต่กลุ่มบ้านหรูระดับราคา 80-150 ล้านบาทต่อยูนิต ยังคงเติบโตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเศรษฐีไทยและนักลงทุนต่างชาติ เช่น ชาวจีน และญี่ปุ่น ซึ่งนิยมซื้อแบบ Leasehold (สิทธิการเช่า 30 ปี) และมีพฤติกรรมการซื้อเงินสดถึง 50-60%

“กลุ่มนี้ไม่ได้ดูเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือความไม่มั่นใจทางเศรษฐกิจ แต่เน้นทำเลและคุณภาพชีวิตเป็นหลัก”

สงกรานต์ กล่าวว่า สินค้าหลักที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้คือโครงการ “บ้านอิสสระ บางนา” บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรีระดับราคา 130-150 ล้านบาท และโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวปลายปีนี้บนถนนกรุงเทพกรีฑา พื้นที่ 40 ไร่ วางแผนพัฒนา 2 เฟส ราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบเทรนด์การซื้อบ้านหรูเงินสดในทำเลต่างจังหวัด เช่น หัวหิน สะท้อนว่า ดีมานด์บ้านระดับบน ยังมีอยู่จริงแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

บทเรียนจากเศรษฐกิจอยู่ให้รอดก่อนโต

จากสถานการณ์อึมครึม ทำให้แบรนด์อสังหาริมทรัพย์หลายรายจะเร่งปล่อยของ ลดราคา หรือทำโปรโมชันเพื่อเร่งยอดขาย แต่ “ชาญอิสสระ” กลับเลือกคัดโครงการที่ “ใช่" และประคอง “กระแสเงินสด” ให้มั่นคง ซึ่งอาจดูช้าในสายตาคู่แข่ง แต่สะท้อนวิธีคิดแบบอนุรักษ์นิยมบนพื้นฐานความเสี่ยงที่มองทะลุรอบเศรษฐกิจ

“ตอนนี้ต้องรัดกุมให้มากขึ้น เลือกโครงการที่มีโอกาสจริง และพยายามควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด”

ประเทศไทยต้อง “เล่าเรื่องใหม่” ให้โลกฟัง

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ภาคเอกชนปรับตัวได้เร็ว แต่ภาครัฐกลับยังไม่มีทิศทางการลงทุนที่ชัดเจน! โดย สงกรานต์ มองว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้าง “Story ใหม่” ที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่างประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย ที่มีแรงงาน และค่าแรงถูกกว่าให้ได้

“วันนี้ไทยยังไม่มีอะไรดึงดูดเหมือน ‘อีสเทิร์นซีบอร์ด’ เมื่อ 30 ปีก่อน”

สงกรานต์ เสนอแนวคิดพัฒนาโครงการ คอคอดกระ เพื่อสร้างทางเลือกด้านโลจิสติกส์จากสิงคโปร์ ดึงดูดต่างชาติให้ย้ายฐานผลิตเข้ามาประเทศไทยในระยะยาว รวมทั้งนโยบายเพิ่มสิทธิการเช่าที่ดินจาก 30 ปี เป็น 50 เพื่อดึงดูดการลงทุนในรูปแบบ leasehold

เสียงเตือนของสงกรานต์ ไม่ได้สะท้อนแค่ความกังวลต่อเศรษฐกิจ แต่ยังส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจในการกำหนดทิศทางประเทศว่า หากไทยไม่เริ่ม “กล้า” ที่จะเปลี่ยน! ไม่มีเรื่องเล่าใหม่ๆ ให้โลกฟัง อาจ “เสียโอกาส” ให้กับคู่แข่งในภูมิภาคอย่างถาวร

สำหรับเศรษฐกิจไทย ปี 2568 มีการประเมิน GDP โตต่ำกว่า 2% ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก โรงแรม และ หนึ่งในนั้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเศรษฐกิจยังไร้ทิศทาง ธุรกิจที่อยู่รอดจึงไม่ใช่ผู้ที่เติบโตเร็วที่สุด แต่คือผู้ที่ “มีสภาพคล่องมากที่สุด” รู้จักเลือก “ตลาดที่ยังมีโอกาส” ซึ่งวันนี้ “บ้านซูเปอร์ลักชัวรี” คือคำตอบของ “ชาญอิสสระ” ท่ามกลางภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพื่อช่วงชิงโอกาสในการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...