โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รวบแพทย์หญิงคนดัง รพ.ตำรวจ อ้างชื่อ 11 คลินิกสั่งซื้อ “ยาเสียสาว” พบ เงินหมุนกว่า 80 ล้าน

The Better

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.46 น. • THE BETTER
สธ.จับมือ อย.-ตำรวจ ปส. ร่วมกันตรวจค้นแฟลตตำรวจ พร้อมคุมตัวแพทย์หญิงสังกัด รพ.ตำรวจ หลังพบหลักฐานสั่งซื้อยาเสียสาว มาขายนอกระบบ ตั้งแต่ปี 65 อ้างชื่อ 11 คลินิก เงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาท

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ลงพื้นที่ตรวจค้นแฟลตตำรวจเฉลิมลาภ กรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหาคดีลักลอบจำหน่ายยาควบคุมประเภทออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เพื่อนำไปใช้ผสมเป็น “ยาเสียสาว”

ดร.ธนกฤต เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับความผิดปกติในการสั่งซื้อยานอนหลับและยาควบคุมจากสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่ามีการนำยาไปใช้ในลักษณะผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการผสมในน้ำดื่มเพื่อให้ผู้บริโภคหมดสติหรือมึนงง จึงประสานงานกับ พล.ต.ต.นพสิทธิ์ และ พ.ต.อ.สุรพงษ์ จาก ปส.1 เข้าดำเนินการสอบสวนและขยายผล ข้อมูลจาก อย. ระบุว่า ระหว่างปี 2565–2568 มีการสั่งซื้อยาดังกล่าวรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท แต่เมื่อสืบเส้นทางการเงินกลับพบว่ามีความเคลื่อนไหวทางบัญชีสูงถึงกว่า 80 ล้านบาท

จากการขยายผลพบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็น พ.ต.อ.หญิง ซึ่งเป็นแพทย์ในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ และมีพฤติกรรมจำหน่ายยาให้คลินิกอื่นไม่ต่ำกว่า 12 แห่ง ขณะเดียวกัน แฟลตตำรวจที่ตรวจค้นยังเป็นแหล่งพักยาที่มีทั้งยาเสพติดประเภท 2 และ 4 โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง และเตรียมขยายผลสอบสวนต่อไป ทั้งยังพบว่ามีข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 6 ราย โดยทั้งหมดเป็นบุคลากรในโรงพยาบาลตำรวจเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีและรายงานให้กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวต่อไป

ด้านกระทรวงสาธารณสุขยังได้ประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งรองอธิบดีฯ ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ เนื่องจากสถานที่บางแห่งเป็นคลินิกที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ซึ่งจำเป็นต้องเข้าตรวจโดยไม่ต้องขอหมายค้น ดร.ธนกฤต กล่าวว่า กรณีนี้เป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง เพราะยาที่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เหล่านี้ ก่อให้เกิดผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อประชาชนอย่างร้ายแรง ยืนยันว่าทุกหน่วยงานจะร่วมกันขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้านพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีลักลอบนำเข้ายาควบคุมไปใช้ในทางผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยานอนหลับที่ถูกนำไปผสมเป็น “ยาเสียสาว” ว่า การขยายผลจากผู้ต้องหาในคดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ กลุ่มที่มีหน้าที่เก็บรักษายา และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ซึ่งเบื้องต้นพบว่าผู้ดูแลการเก็บรักษายา เป็นนายแพทย์หญิงยศพันตำรวจเอก ซึ่งอาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจโดยใช้สิทธิ์ข้าราชการในการพักอาศัย แต่กลับนำห้องมาเป็นสถานที่เก็บยาและลักลอบจำหน่ายยานอกระบบ

จากการสืบสวนพบหลักฐานชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการติดต่อซื้อขาย การโอนเงิน และการเชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย โดยมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินนอกระบบจำนวนมาก ในทางคดี เจ้าหน้าที่ได้พยานหลักฐานเชิงนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ดีเอ็นเอที่ตรวจพบในอุปกรณ์เกี่ยวกับยา และวัตถุพยานอื่น ๆ ซึ่งช่วยยืนยันตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและการกระทำความผิดได้อย่างชัดเจน โดย พล.ต.อ.สุชาติ ระบุว่า “พยานหลักฐานทั้งหมดมัดแน่น ไม่น่ามีปัญหาในการดำเนินคดี”

สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไป จะมีการแจ้งข้อหาหลายประการกับผู้ต้องหา รวมถึงการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นอกจากนี้ยังมีการสอบสวนความผิดทางวินัย อาทิ การนำบุคคลภายนอกเข้าพักในแฟลตข้าราชการ และการกระทำผิดในฐานะเจ้าพนักงานซึ่งมีโทษทางอาญาสูงกว่าปกติ

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยถึงความผิดปกติในกระบวนการจัดซื้อยาควบคุมที่ใช้เป็นส่วนประกอบใน “ยาเสียสาว” ว่า ยาดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของ อย. โดยสามารถสั่งซื้อและจ่ายยาได้เฉพาะแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ซึ่งระบบสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง ไปจนถึงการรายงานการใช้ยา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ามีการสั่งซื้อยาปริมาณมากผิดปกติ โดยใช้ชื่อแพทย์คนเดียวกันในการสั่งซื้อให้กับคลินิกหลายแห่งในเครือข่าย แม้เบื้องต้นจะพบว่าเกี่ยวข้องกับแพทย์รายเดียว แต่การสอบสวนเชิงลึกยังพบพฤติกรรมแอบอ้างใช้รายชื่อผู้เสียชีวิตในการเบิกจ่ายยา ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการนำยาดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

ด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบ พบว่ารายชื่อที่ใช้เบิกยาบางรายเสียชีวิตไปนานแล้ว สะท้อนถึงความจงใจในการกระทำความผิด และเมื่อมีการสืบสวนเพิ่มเติมก็พบว่า มีการกระจายยาดังกล่าวออกจากคลังในลักษณะรวดเร็ว โดยอาศัยบริการรับส่ง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีทั้งในแง่ความผิดตามกฎหมายยาเสพติด การฟอกเงิน และการกระทำผิดวินัยข้าราชการ โดยผู้ต้องหารายสำคัญขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว และจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...