โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ข้อควรรู้กองทุนตราสารหนี้

Finnomena

อัพเดต 27 มิ.ย. 2567 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2567 เวลา 07.00 น. • Park Kathawut

ว่ากันว่าช่วงนี้กำลังเป็นโอกาสทองครั้งสุดท้ายของการซื้อกองทุนตราสารหนี้ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงในรอบ 10 ปี และ Capital Gain ของราคาตราสารหนี้ หากธนาคารกลางต่าง ๆ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครึ่งปีหลัง

จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 2024 กองทุนตราสารหนี้ Comeback อย่างโดดเด่น และเป็นตัวเลือกที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก คำถามคือถ้าอยากจะลงทุนตราสารหนี้ในจังหวะนี้ มีอะไรบ้างที่เราควรรู้ ? บทความนี้ได้สรุปทุกเรื่องสำคัญออกมาให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ ใน 10 ข้อ

ตราสารหนี้ คืออะไร ?

ตราสารหนี้เป็นตราสารทางการเงินชนิดหนึ่งที่รัฐบาลหรือบริษัทเอกชนออกขายให้กับนักลงทุน โดยที่ผู้ซื้อจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบ "ดอกเบี้ย" กลับมาคืนมาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และจะได้รับ "เงินต้นคืน" เมื่อครบกำหนดอายุตราสาร

คล้ายมีคนมายืมเงินเราไปใช้ แล้วสัญญาว่าจะจ่ายดอกผลให้เป็นการตอบแทน

การแบ่งประเภทของตราสารหนี้

ความจริงแล้วเราสามารถแบ่งประเภทตราสารหนี้ได้หลายแบบ เช่น แบ่งตามอายุ แบ่งตามระดับความเสี่ยง แต่ในที่นี้จะขอแบ่งให้เห็นภาพง่าย ๆ ตามประเภทผู้ออกตราสาร ดังนี้ 1. ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ก็อย่างเช่น ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐบาล ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชน นำไปใช้ในพัฒนาประเทศ ผ่านการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายทางการเงิน 2. ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น ตั๋วแลกเงิน (BE) ที่เป็นตราสารหนี้ระยะสั้น อายุไม่เกิน 270 วัน และหุ้นกู้ ตราสารหนี้ระยะยาวที่มีอายุเกิน 270 วัน ซึ่งเอกชนจะระดมทุนเพื่อใช้ในเป้าหมายที่แตกต่างกันไป อาทิ เป็นเงินทุนขยายธุรกิจ เสริมสภาพคล่อง รวมถึงชำระหนี้ เป็นต้น

ความเสี่ยงของตราสารหนี้

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ตราสารหนี้ก็เช่นกัน ซึ่งความเสี่ยงหลักที่ต้องระวังก็คือ การผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) หรือพูดง่าย ๆ ว่า "ยืมเงินไปแล้วไม่คืน" เราสามารถดูความเสี่ยงนี้ได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจลงทุน จากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating โดยทั่วไปจะแบ่งเกรดของตราสารหนี้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก 1. Investment Grade หรือกลุ่มน่าลงทุน ได้รับ Credit Rating ตั้งแต่ AAA ไปจนถึง BBB- ถือว่าเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ มั่นคง และมีความน่าเชื่อถือสูง 2. Speculative Grade หรือกลุ่มเก็งกำไร ได้รับ Credit Rating ตั้งแต่ BB+ ไปจนถึง D โดยเรามักเรียกกลุ่มนี้ว่า High Yield Bond เพราะให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ก็แลกมากับโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้ได้มากกว่า

ราคาตราสารหนี้กับอัตราดอกเบี้ย

จำไว้ว่าราคาของตราสารหนี้จะขึ้นลงสลับกับอัตราดอกเบี้ย เรื่องนี้หลายคนอาจจะงงว่าทำไม ขออธิบายแบบสั้น ๆ ว่า

เพราะผลตอบแทนของตราสารหนี้ อิงตามอัตราดอกเบี้ย แปลว่าถ้าตราสารหนี้ที่ออกขายเมื่อปีก่อนให้ดอกเบี้ยแค่ 2% ในราคาขาย 1,000 บาท แต่ตราสารหนี้ที่จะออกใหม่ให้ดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 5% แบบนี้นักลงทุนต้องอยากซื้อตราสารหนี้ที่เพิ่งออกใหม่มากกว่า ทำให้ราคาตราสารหนี้เดิมในตลาดต้องถูกลงนั่นเอง

ตราสารหนี้ระยะสั้น vs. ตราสารหนี้ระยะยาว

เพราะฉะนั้น ตราสารหนี้ที่มีอายุยาวกว่า ก็จะมีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของราคาจากอัตราดอกเบี้ยมากกว่าด้วย โดยช่วงที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ลดลง จะเห็นเลยว่าราคาของตราสารหนี้ระยะยาว นั้นได้รับผลกระทบมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น ในทางกลับกันหากดอกเบี้ยกลับทิศเป็นขาลง ตราสารหนี้ระยะยาวก็จะได้รับผลตอบแทนที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าด้วยเช่นกัน

กองทุนตราสารหนี้ ทำไมถึงตอบโจทย์นักลงทุน

ปกติแล้วการลงทุนในตราสารหนี้มักจะถูกจำกัดไว้สำหรับนักลงทุนสถาบัน และผู้ที่มีเงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น ทางเลือกลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้จึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์นักลงทุนรายย่อยได้ดีกว่าไปลงทุนตราสารหนี้รายตัว ทั้งการใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า มีสภาพคล่องสูง และมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล

ซื้อกองทุนตราสารหนี้ เมื่อไหร่ดี?

แล้วจังหวะแบบไหนที่เราควรลงทุนกองทุนตราสารหนี้ สรุปง่าย ๆ ในช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้น เราควรจะเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่อายุสั้น เช่น อายุน้อยกว่า 1 ปี เพราะเวลาที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ตราสารหนี้กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบของราคาไม่แรงมาก ในทางกลับกัน หากดอกเบี้ยเป็นขาลง ก็ควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่อายุยาว มากกว่า 1 ปีขึ้น ซึ่งเหมาะกับแผนการลงทุนระยะยาว และมีโอกาสรับผลกำไรจากการปรับตัวขึ้นของราคาตราสารหนี้

A Final Call for High Rates

A Final Call for High Rates! เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนสำหรับครึ่งปีหลัง 2024 ที่ Finnomena Funds มองเป็นโอกาสทองสุดท้ายก่อนธนาคารกลางหลายแห่งจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มตราสารหนี้ มีโอกาสรับทั้ง Capital Gain และดอกเบี้ยที่สูงระดับทศวรรษ

FundTalk Call แนะนำ MUBONDUH-A

แนวทางการลงทุนในยุคดอกเบี้ยโลกขาลง ตามคำแนะนำการลงทุนรูปแบบ The Contrarian Investor ซึ่งเน้นเฟ้นหาสินทรัพย์ดี ในตอนที่ราคาไม่แพง แต่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต

FundTalk Call แนะนำเข้าซื้อ MUBONDUH-A กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ของสหรัฐอเมริกา ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Aggregate Bond Fund ที่มีอายุ Duration ยาวประมาณ 6 ปี และเป็นกองทุนที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged)

MUBONDUH-A เหมาะกับผู้ที่เชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ เพราะถ้าดอกเบี้ยเป็นขาลง ก็จะส่งผลดีเต็ม ๆ ต่อกองทุนตราสารหนี้ที่ถือสินทรัพย์อายุยาวอย่าง MUBONDUH-A นอกจากนี้ ยังเป็นการลงทุนที่ Downside จำกัด เนื่องจากราคาของ U.S. Aggregate Bond Index ปรับตัวลงมาจาก 120 สู่ระดับต่ำสุดที่ 92 และเพิ่งรีบาวด์มาที่ 97 จึงยังมีโอกาสให้ฟื้นตัวอีกมาก

MEVT Call แนะนำ UGIS-N และ KFSINCFX-A

แต่สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสการลงทุนระยะยาวในกองทุนตราสารหนี้ที่มีความยืดหยุ่น เน้นความผันผวนต่ำ ตามคำแนะนำรูปแบบ The Long-Term Investor ซึ่งพิจารณาปัจจัยรอบด้านทั้งพื้นฐานและเทคนิค

MEVT Call แนะนำทยอยเข้าสะสม กองทุนตราสารหนี้โลกคุณภาพสูง ได้แก่ UGIS-N (ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน) และ KFSINCFX-A (ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน)

ทั้ง 2 กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active ผ่านหน่วยลงทุนของ PIMCO GIS Income Fund ที่มีอายุ Duration ประมาณ 4 ปี และถือเป็น บลจ. ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านตราสารหนี้ เน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอ บนความผันผวนที่ต่ำเป็นหลัก ด้วยนโยบายการปรับพอร์ตที่ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป สรุป ถ้าเชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ จึงอยากล็อกผลตอบแทนเต็มที่จากตราสารหนี้ระยะยาว แนะนำ MUBONDUH-A แต่ถ้าอยากถือตราสารหนี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตในระยะยาว และอยากได้กองทุนที่ผันผวนต่ำ และมีการปรับพอร์ตให้สม่ำเสมอ แนะนำ UGIS-N (ไม่อยากรับความเสี่ยงค่าเงิน) หรือ KFSINCFX-A (รับความเสี่ยงค่าเงินได้) คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในกรอบระยะเวลาตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่แตกต่างกันตามคำแนะนำ | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ |สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...