โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยายสุดเศร้า! ฟ้าผ่าเปรี้ยง'วัวงาม'ตายเกือบยกคอก 8 ตัวสูญกว่าครึ่งล้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

น้ำตาท่วมยายเลี้ยงวัววัย 62 ปีชาวตำบลโนนสูง อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ วอนภาครัฐช่วยเยียวยา หลัง "วัวงาม" ลูกผสมเพศเมีย 3 ตัวที่กำลังท้องแก่ใกล้ตกลูกทั้ง 3 ตัว และวัววัยรุ่นอีก 2 ตัว ถูกฟ้าผ่าตายหมู่ 8 ตัว รอดปาฏิหาริย์เพียง 3 ตัว พอรู้ว่าปศุสัตว์และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่เยียวยาแทบช็อค ด้วยเหตุผล "ฟ้าผ่าเป็นภัยที่ป้องกันได้" เข่าอ่อนทรุดแทบเป็นลม พนมมือไหว้ผ่านสื่อขอความช่วยเหลือ

วันที่ 31 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเหตุฟ้าผ่าลงกลางคอกวัวที่บริเวณสวนยางพารา ด้านทิศเหนือบ้านนางาม หมู่ 6 ต.โนนสูง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ความแรงของสายฟ้าทำให้วัวในคอกพันธุ์บรามัน ตายเกือบยกคอก โดยเป็นวัวเพศเมีย 3 ตัวที่กำลังท้องแก่ใกล้ตกลูกและวัววัยรุ่นอีก 2 ตัว และมีรอดปาฏิหาริย์ 3 ตัว ซึ่งหากนับรวมกับวัวที่เป็นตัวอ่อนในท้องแม่ก็จะพบว่าถูกฟ้าผ่าตายหมู่ถึง 8 ตัวทีเดียว

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่พบนางปราณี ภูจอมแก้ว อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ 6 ชาวบ้านนางาม เจ้าของวัวที่ถูกฟ้าผ่าตาย ซึ่งยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ ต่อการสูญเสีย “วัวงาม” ไปพร้อมกันถึง 5 ตัว และที่เป็นตัวอ่อนในท้องอีก 3 ตัว

โดยนางปราณี ระบุว่า เหตุฟ้าผ่าวัวตายหมู่ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนวันที่ 29 พ.ค.66 ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของวัวตกอยู่ในความเศร้า ไม่ต่างกับฝันร้าย แทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ท่ามกลางความเห็นใจของเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ได้เกิดเสียงวิจารณ์ไปต่างๆนานา ว่าวัวที่ถูกฟ้าผ่าจะ “ตายฟรี” หรือมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยเยียวยาจากภาครัฐหรือไม่

นางปราณี กล่าวว่า คืนเกิดเหตุตนเข้าไปนอนในหมู่บ้าน ขณะที่สามีจะเป็นคนนอนเฝ้าฝูงวัว โดยทำคอกไว้ด้านทิศตะวันตกของสวนยางพารา ห่างที่พักประมาณ 30 เมตร ซึ่งได้มานอนเฝ้าวัวเป็นเวลากว่า 6 ปีเดิมเคยทำคอกวัวอยู่ด้านทิศตะวันออกของที่พัก แต่เมื่อปีที่ผ่านมาเกิดเหตุฟ้าผ่าวัวเพศเมียตาย 1 ตัวก็ไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานใด จากนั้นก็ได้ย้ายคอกวัวมายังจุดที่เกิดเหตุฟ้าผ่าในครั้งนี้ ซึ่งเป็นความสูญเสียครั้งที่ 2 และรุนแรงกว่าครั้งแรกมาก เนื่องจากสูญเสียวัวงาม ที่ตนเลี้ยงมาด้วยความรักใคร่เอ็นดูไปพร้อมๆกันถึง 5 ตัว

นางปราณีกล่าวอีกว่า คืนเกิดเหตุวันที่ 29 พ.ค.66 นั้นฝนตกหนัก มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระยะ ก็ไม่ได้สังหรณ์ใจอะไรเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับตน จนถึงเวลาประมาณ 07.00 น.ของวันที่ 30 พ.ค.66 ตนได้ออกไปดูวัวในคอกเพื่อจะนำออกไปกินหญ้า ขณะที่สามีซึ่งเป็นคนนอนเฝ้าวัวไปหาเก็บเห็ดป่า พอเดินเข้าใกล้คอกวัวก็เห็นความผิดปกติ มองเข้าไปในคอกเห็นวัวนอนนิ่ง หันหัวไปคนละทิศคนละทาง บางตัวคอพับ ขาเหยียดเกร็ง เข้าใจทันทีว่าวัวตายแล้ว ก็แทบช็อค ร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว จนเพื่อนบ้านผ่านมาเห็นและปลอบใจ พอตั้งสติได้ก็ประเมินเหตุการณ์ จึงรู้ว่าวัวถูกฟ้าผ่าตาย เหลือรอดปาฏิหาริย์เพียง 3 ตัว

นางปราณี กล่าวเพิ่มเติมว่าวัวทั้ง 5 ตัวตนทั้งรักและผูกพันกับมันมาก เพราะเลี้ยงเอง เกี่ยวหญ้าให้กินเอง เคยมีคนมาติดต่อขอซื้อราคาหลักแสน หรือขายแบบยกคอก 4-5 แสนแต่ตนไม่ยอมขาย อยากจะเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน เหมือนเป็นเงินเก็บเงินฝากก้อนสุดท้ายในชีวิต แต่กลับเคราะห์ร้ายถูกฟ้าผ่าตายเกือบหมดทั้งคอกอย่างนี้ จากกรณีวัวถูกฟ้าผ่าตาย ญาติได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้คำตอบว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา โดยให้เหตุผลว่าฟ้าผ่าเป็นภัยที่ป้องกันได้ ไม่ถือว่าเป็นสาธารณภัย ทำให้ตนแทบหมดหวัง เข่าอ่อนทรุดแทบจะเป็นลม

"จึงอยากวิงวอนภาครัฐ เข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะฟ้าผ่าถือว่าเป็นภัยธรรมชาติ ใครจะไปป้องกันฟ้าผ่าได้ ในเมื่อมันเป็นภัยธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา ว่าสัตว์เลี้ยงถูกฟ้าผ่า ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐหรือไม่ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ควรจะเปลี่ยนระเบียบใหม่ เพื่อให้มีการช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน" นางปราณีกล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบระเบียบของกระทรวงมหาดไทย หมวด 5/1 "การให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ" กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ เพื่อฟื้นฟูเยียวยาสงเคราะห์ บรรเทาผลกระทบของประชาชน ให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาช่วยเหลือประชาชนได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐกำหนด จึงขอฝากไปถึงราชการส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารเทศบาลตำบลโนนสูง ได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือและเยียวยา กรณีวัวถูกฟ้าผ่าตายหมู่ในครั้งนี้ด้วย - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...