ระบอบประชาธิปไตย และประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ กับการเลือกตั้ง
.
ประชาธิปไตย (Democracy) เป็นระบอบการปกครองแบบหนึ่ง ซึ่งประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเลือกผู้ปกครองซึ่งทำหน้าที่ออกกฎหมาย โดยประชาชนอาจใช้อำนาจของตนด้วยตนเองหรือผ่านผู้แทนที่เลือกไปใช้อำนาจแทนก็ได้ และการแบ่งปันอำนาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาและแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงในอัตราไม่เท่ากัน นอกจากการเลือกตั้งแล้ว ความคิดที่เป็นรากฐานของประชาธิปไตย ได้แก่ เสรีภาพในการชุมนุมและการพูด การไม่แบ่งแยกและความเสมอภาค สิทธิพลเมือง ความยินยอม สิทธิในการมีชีวิตและสิทธิฝ่ายข้างน้อย
.
ในส่วนของการปกครองของประเทศไทย "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" เพิ่งจะมีขึ้นในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2492 โดยบัญญัติว่า "ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า รัฐธรรมนูญร่างขึ้นภายใต้อิทธิพลของพลังอนุรักษนิยม แต่การปรากฏขึ้นครั้งแรกนี้ ยังไม่ได้ยืนยันความเป็นชื่อเฉพาะของระบอบการปกครองแต่อย่างใด หากแต่การปรากฏขึ้นซ้ำในภายหลัง คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 และ พ.ศ. 2519 เป็นสองฉบับแรกที่ยืนยันความชอบธรรมของ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” สมศักดิ์ได้ให้ความเห็นไว้อีกว่า หน้าที่ (function) ของการยืนยันในสองฉบับมีความต่างกัน
.
.
ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นการที่ทรงบริหารอำนาจอธิปไตยแทนปวงชนโดยแบ่งแยกอำนาจนั้นเป็นสามฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังสภานิติบัญญัติที่เรียก "รัฐสภา" ฝ่ายบริหาร อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังกลุ่มผู้บริหารสูงสุดที่เรียก "คณะรัฐมนตรี" และฝ่ายตุลาการ อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังศาลทั้งหลาย ซึ่งมีสามประเภท คือ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ
.
การเลือกตั้ง เป็นกระบวนการวินิจฉัยสั่งการอย่างเป็นทางการซึ่งประชาชนเลือกปัจเจกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง การเลือกตั้งเป็นกลไกปกติที่ใช้ในระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 การเลือกตั้งอาจเพื่อเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารและตุลาการ และสำหรับรัฐบาลภูมิภาคและท้องถิ่น
.
การเลือกตั้งของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นการเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลมาเพื่อ จัดสรรและดูแลประชาชน โดยมีนโยบายที่ไว้ใช้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือสานต่อนฎยบายที่ส่งผลต่อกาสรพัฒนาประเทศ และพัฒนาประชาชน เศรษฐกิจ สังคม การศึกาให้ดีขึ้น โดยในการเลือกตั้งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ค่อยดูแลให้การเลือกตั้งไปอย่างปกติ ใสสะอาดไม่คตโกง ไม่มีทุจริต เพื่อให้ได้ผลการเลือกตั้งมาจากประชาชนที่แท้จริง ซึ่งให้ได้นายกรัฐมนตรีมาเป็นเสาหลักในการบริหารประเทศ โดยสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี ซึ่งผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปี บริบูรณ์ ขึ้นไปจึงสามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้