โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรมขนาดเล็กเฮ! ‘มท.’ แก้กฎหมายให้ประกอบธุรกิจได้ หนุนท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

โรงแรมขนาดเล็กเฮ! ‘มท.’ แก้กฎหมายให้ประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กได้ หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 22 มิถุนายน 2566 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตามที่มีการนำอาคารประเภทอื่นมาให้บริการเป็นที่พักแก่ประชาชนใช้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยนำมาให้บริการในรูปแบบของโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหารายได้ซึ่งลักษณะและโครงสร้างของอาคารที่มีอยู่เดิมไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารกำหนดทำให้อาคารดังกล่าว ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารเป็นโรงแรมได้ และไม่สามารถขอรับใบประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมได้ เช่น ที่จอดรถยนต์ ที่ว่าง และระยะถอยร่นของอาคาร ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายในปัจจุบัน

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง สนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการขนาดเล็ก มีรายได้จากการท่องเที่ยว นำความคิดสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองรอง ให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกพักโรงแรมที่หลากหลายภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย จึงสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการจัดทำกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาตามนโยบายดังกล่าว

ด้านนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำกฎกระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารได้นำนโยบายของ รมว.มหาดไทย ที่เห็นว่า มีผู้ที่นำอาคารประเภทอื่นมาประกอบกิจการเป็นโรงแรม แต่ยังไม่สามารถขออนุญาตเปลี่ยนการใช้เพื่อเป็นโรงแรมได้ เพราะติดขัดข้อกำหนดบางประการ เช่น ความกว้างของช่องทางเดิน บันได ระยะร่นแนวอาคาร เป็นต้น จึงได้ดำเนินการจัดทำกฎกระทรวงเพื่อปลดล็อคดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา มีการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2561) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2564) และ คำสั่ง คสช.ที่ 6/2562 เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ผ่อนผันให้อาคารที่ไม่สามารถดำเนินการดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมได้ เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงแรม ให้ได้รับการยกเว้นการใช้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร ยกเว้นโทษทางอาญาสำหรับความผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง หรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารแล้วแต่กรณี คำสั่งดังกล่าวมีผลใช้บังคับถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2564

นายพงศ์รัตน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนั้น กรมโยธาธิการฯ ได้ดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 เพื่อขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 โดย ขยายออกไปอีก 3 ปี รวมเป็น 8 ปี นับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2559 โดยจะสิ้นผลการใช้บังคับวันที่ 18 สิงหาคม 2567 อย่างไรก็ตามแม้จะได้ขยายเวลาในการผ่อนผันให้แล้ว แต่ปรากฏว่า ยังคงมี อาคารที่ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้รับใบรับรองการดัดแปลงอาคาร หรือใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรมได้อีกเป็นจำนวนมาก

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้ดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 140 ตอนที่ 36ก ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2566 แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 เพื่อให้อาคาร ที่มีอยู่ก่อนวันที่ 19 สิงหาคม 2559 สามารถนำอาคารดังกล่าว ที่ประสงค์จะเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ให้เข้าสู่ระบบการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมได้ โดยได้รับการผ่อนผัน ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติในเรื่องเกี่ยวกับที่ว่างของอาคาร ช่องทางเดินในอาคาร ความกว้างของบันได ระยะถอยร่นแนวอาคาร ฯลฯ แต่ทั้งนี้ อาคารที่จะเปลี่ยนการใช้ดังกล่าวต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและมีระบบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งการประกาศใช้กฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว จะสามารถเป็นเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประกอบการในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระดับชุมชน และระดับประเทศ เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป” อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...