นักล่าสมบัติ แห่หาขุมทรัพย์โบราณ ใต้แม่น้ำบางปะกง เจอทั้งแหวนทอง-เงินตราโบราณเพียบ
นักล่าสมบัติ แห่หาขุมทรัพย์โบราณ ใต้แม่น้ำบางปะกง เจอทั้งแหวนทอง-เงินตราโบราณสมัยรัชกาลที่ 4 ฮือฮากลางคืนชาวบ้านมาร่อนทองได้กันไปเพียบ
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลงพื้นที่บริเวณต้นแม่น้ำบางปะกง เขตเทศบาล ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์วิดีโอที่มีชาวบ้านใช้เครื่องตรวจจับโลหะ กำลังตรวจหาของมีค่าอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ที่กำลังปรับภูมิทัศน์ทำแนวกั้นตลิ่งพัง และมีรูปภาพเหรียญสมัยเก่า พร้อมทั้งเครื่องปั้นดินเผาสมัยโบราญจำนวนมาก
จากการลงตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวหรือที่เรียกกันว่าตลาด 100 ปี ที่ค้าขายทางน้ำโดยทางเรือ มีทั้งชาวไทยและชาวจีนที่เดินทางมาค้าขายและเป็นตลาดที่รุ่งเรืองที่สุดในสมัยนั้น พบมีรถแบ๊คโฮหลายคันกำลังขุดลอกร่องน้ำ แม่น้ำแควหนุมานปรับปรุงภูมิทัศน์โดยกรมเจ้าท่า และพบว่ามีนักล่าสมบัติประมาณ 10 คน ใช้เครื่องตรวจจับโลหะตรวจหาวัตถุมีค่าอยู่ตามแนวดินริมแม่น้ำ
พบว่าสิ่งของมีค่านั้นได้ทั้งเงินตราโบราณสมัยรัชกาลที่ 4-5 เครื่องใช้สมัยโบราณ มีดโบราณ ลูกปืนใหญ่โบราณ แหวนทองหัวแหวนเป็นภาษาจีน พระเครื่อง และหัวปืนมีรูปมังกรเนื้อสัมฤทธิ์หน้าเป็นปืนประจำกษัตริย์จีน และยังทราบอีกว่าช่วงกลางคืนจะมีชาวบ้านมาร่อนทองได้กันไปจำนวนหนึ่ง
จากการสอบถามทราบว่า ปากน้ำกบินทร์เป็นท่าน้ำในการค้าขายสมัยก่อน ประมาณปี พ.ศ.2450 ที่เห็นบ้านเรือนด้านหน้าปัจจุบันคือชุมชนตลาดเก่า หรือตลาด 100 ปี พบเนินดินด้านซ้ายคือเก่าวัดท่าพาณิชย์ จุดที่ยืนถ่ายภาพจะมีศาลจังหวัดกบินทร์ สถานีตำรวจและสถานที่ราชการอื่นๆ ปัจจุบันเป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจชื่อสวนต้นน้ำบางปะกง แควด้านหน้าคือหนุมาน แควด้านขวาคือพระปรง มาบรรจบกันจึงเรียกว่าปากน้ำ เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำบางปะกง (หรือแม่น้ำปราจีนบุรี)
ในย่านนี้มีวัดพระยาทำ โดยมีเกจิแห่งเมืองกบิน พระครูกบิน จริยาธิมุต (หลวงพ่อพุก) วัดพระยาทำ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2375 เจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต(สิงห์) เป็นแม่ทัพไปออกรบกับเขมร ร่วมกับพระยาภิรมย์ หลังเสร็จศึกเขมรแล้ว จึงสร้างวัดขึ้นที่บ้านกระโดน อ.กบินทร์บุรี ใช้ชื่อว่า "วัดพระยาทำ"
แต่วัดท่าพาณิชย์เก่านั้นยังคงพบโครงสร้างของวัดที่ผุพังอยู่ ปากน้ำกบินทร์เมื่อก่อนเป็นตลาดน้ำที่มีชาวบ้าน และผู้ค้าทั้งชาวจีนและฝรั่งใช้เส้นทางแม่น้ำตรงนี้บรรทุกสินค้าไปขาย ช่วงบริเวณต้นน้ำนั้นจะมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จึงทำให้มีเรือสินค้าถูกกระแสน้ำพัดทำให้เรืออับปางจมหายลงในแม่น้ำพร้อมสินค้าและทรัพย์สินที่บรรทุกมา
นางสาวดรุณี ธาราทิพยกุล (ประธานชุมชนตลาดเก่า) เล่าว่าเมื่อ 50-60 ปี ที่แล้วตรงนี้เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดมีท่าเรือไว้ให้ผู้โดยสารนั่งเรือมาเพื่อมาซื้อของ เมื่อก่อนค้าขายกันทางเรือก็จะมีอุบัติเหตุบ้าง ก็มีสินทรัพย์จมอยู่ในแม่น้ำ เรือสินค้าจะต้องผ่านเส้นนี้กันทั้งนั้น
จากกรณีที่มีชาวบ้านมาหาของมีค่าตนทราบว่ามีอยู่ 1 ราย ที่ได้ของมีค่าไป แต่ที่ไม่ทราบมีอีกเท่าไหร่ คนที่ถ่ายรูปมาให้ดูว่าเป็นแหวนทองเก่าภาษาจีนและพระเก่าและเครื่องปั้นดินเผาเก่าที่แตกแล้ว คาดว่าน่าจะมีอีก เพราะตอนนี้คนก็ยังมาไม่หยุด
นายปรมัตถ์ ถวรกา (ชาวบ้าน) กล่าวว่า สมัยตนยังเป็นเด็กทางพ่อแม่เล่าให้ฟังเกิดมาแม่น้ำสายนี้เขาเรียกแควน้อยแล้วไปชนกับแควใหญ่ที่หน้าบ้านตนพอดีตนเกิดที่นั่น เมื่อก่อนจะมีเรือสำเภาเรือจีนขนสินค้ามาขาย ตรงนั้นจะเป็นสถานที่ราชการทั้งหมด โรงพัก ศาล อำเภอ และเรือนจำ เวลาเรือมาน้ำเชี่ยวเรือก็ล่ม สมบัติที่บรรทุกมาก็จมอยู่อย่างนั้นไม่มีใครเอา เพราะสมัยก่อนน้ำมันลึกมาก
"ท้ายบ้านตรงโค้งจะมีวัดท่าพาณิชย์ตอนนี้ย้ายไปอยู่ข้างโรงเรียน ท.2 เป็นวัดใหม่ท่าพาณิชย์ สมบัติจะอยู่ตรงนั้นเยอะ เพราะเรือจม ทางกรมชลประทานนำรถแบ๊คโฮมาลอกคลอง ชาวบ้านก็เอาเครื่องตรวจจับโลหะมาก็เจอสมบัติ บางทีคนเขามาร่อนทองก็จะเจอทองเก่าที่จมน้ำอยู่ พระและของมีค่าทั้งหลาย และจะมีถ้วยชามสมัยโบราณ ของจีนก็เยอะเพราะเรือสำเภาเขาจม แม่น้ำจะเป็นแม่น้ำสองสายคือแควน้อยแควใหญ่หนุมานกับพระปรง" นายปรมัตถ์ กล่าว