โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อเหล่าออนนี่เขย่าเกาหลีใต้: การขับเคลื่อน 'Girl Power' เพื่อนหญิงพลังหญิงด้วยเรียลลิตี้และทีวีโชว์

Dek-D.com

อัพเดต 18 ม.ค. 2565 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2564 เวลา 02.28 น. • DEK-D.com
การขับเคลื่อน Girl Power ด้วยรายการเรียลลิตี้และทีวีโชว์

สวัสดีค่ะชาวDek-Dหากพูดถึงบทบาทของผู้หญิงในประเทศเกาหลีใต้ หลายๆ คนอาจนึกถึงภาพสังคมแบบผู้ชายเป็นใหญ่อยู่ใช่ไหมคะ แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทมากกว่าเดิม แต่เราก็ยังสามารถเห็นความแตกต่างในบทบาทครอบครัวหรือการทำงานที่ยังยึดคติเรื่องเพศอยู่เลย และนั่นก็ทำให้เกิด movement ของกลุ่มเฟมินิสต์ขึ้นมานั่นเอง (และก็ได้รับการต่อต้านจากผู้ชายไม่น้อย TT)

แต่ทางสื่อต่างๆ ของเกาหลีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ เพราะในปัจจุบันได้มีการผลักดันผ่านทางคอนเทนต์สื่อโซเชียลรวมถึงในรายการทีวีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้พี่ปลื้มจะพาทุกคนไปรู้จักรายการทีวีที่มีเหล่าเพื่อนหญิงพลังหญิงซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Girl Power ให้มาอยู่ในแนวหน้าได้ในตอนนี้กันค่ะ Who run the world? GIRLS!

ก่อนที่จะเริ่มดูรายการ เรามาดูศัพท์เกาหลีคำว่า Ssen Eunni (쎈언니 เซ็น ออนนี่)กันก่อนนะคะ คำนี้หมายถึง 'ผู้หญิงที่มีบุที่แข็งแกร่ง'ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะจำกัดความให้เฉพาะผู้หญิงที่กล้าทำอะไรแหวกแนวค่ะ เช่นแต่งอายแชโดว์แบบฟาดๆ ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด และการด่าแบบไฟแล่บ แต่ในตอนนี้คำจำกัดความ Ssen Eunni “ของจริง” คือผู้หญิงที่มีความสามารถ มีแพชชั่นในการทำงาน และแข่งขันอย่างยุติธรรมมากกว่าที่จะพูดจาหยาบคายใส่คู่แข่งหรือสร้างซีนดราม่าเท่านั้น และยังถือเป็นคนที่สามารถสร้างกำลังใจและภาพลักษณ์ในแง่บวกให้แก่สังคมได้อีกด้วย

หลังจากรู้ความหมายเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดูเหล่า Ssen Eunni ในรายการ TV กันค่าาา

เริ่มแรกกับรายการแข่งเตะฟุตบอล ปกติต้องมีเหล่าดาราชายลงแข่งเยอะใช่ไหมคะ แต่คดีพลิกค่ะ เพราะ “The Girls Who Hit Goal” นั้นเป็นรายการสำหรับนักบอลหญิงโดยเฉพาะ แต่ละทีมคือเก่งกาจและไม่กลัวการบาดเจ็บใดๆ และด้วยความสนุกนี้ก็ทำให้รายการได้รับเรตติ้งเป็นอย่างดีจนประกาศมีซีซั่นที่ 2 ตามมาติดๆ เลยค่ะ

โดยทั่วไปแล้วภาพลักษณ์ของผู้หญิงในรายการทีวีหรือซีรีส์ของเกาหลีมักถูกทำให้มองว่าเป็นคนขี้หึง ตีสองหน้าเก่ง ขยันสร้างซีน และเป็นตัวสร้างความขัดแย้งภายในครอบครัวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เรียกง่ายๆ ก็คือไม่สามารถสร้างจริงใจต่อกันได้เลยค่ะ โดยในเกาหลีจะมีวลีที่ชอบเอามาใช้กันบ่อยๆ คือ “กรรมตามสนองของผู้หญิงก็คือผู้หญิงด้วยกันเอง” (ประมาณว่าไม่มีใครร้ายเท่าผู้หญิงอีกแล้ว5555)

แต่แนวคิดที่ล้าสมัยพวกนี้ก็กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วค่ะ อย่างน้อยก็ในหนัง ซีรีส์ และรายการทีวีอื่นๆ ที่ได้ทำลายอคติเหล่านั้นและได้โชว์ให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถทำงานเป็นทีมได้เหมือนกัน

อย่างรายการเซอร์ไววัลนักเต้นที่เรตติ้งถล่มทลายสุดๆ อย่าง“Street Woman Fighter” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว ถึงแม้ในรายการช่วงแรกจะดูเหมือนผู้เข้าแข่งขันพร้อมจะตีกันก็ตาม 55555 แต่สุดท้ายนอกจากแสดงถึงความสามารถในการเต้นแล้ว เราก็ได้เห็นถึงความสนิทสนม ความเคารพระหว่างทีมที่แข่งขันกันท่ามการแข่งขันที่ดุเดือดด้วย // ตอนนี้เหล่าอออนนี่แต่ละทีมก็คืองานชุกไม่ไหว ใครๆ ก็เต้น Hey Mama กันทั้งบ้านทั้งเมืองไปเล้ย

“ดูให้ดีนะจ๊ะ ตอนนี้คือยุคของเหล่าออนนี่แล้วล่ะ!”

- Honey J. ผู้ชนะจากรายการ SWF

หรืออย่างรายการวาไรตี้อย่าง“Radio Star” ของ MBCก็ได้นำเสนอเรื่องทีมวอลเลย์บอลหญิงของเกาหลี และทำให้อีพีนี้มีเรตติ้งสูงกว่าปกติ โดยมีผู้ชมจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นว่าพวกเขารู้สึกซึ้งเมื่อได้รู้ว่าผู้เล่นว่าพวกนักกีฬาเขาดูแลกันอย่างไร

“เมื่อไม่นานมานี้ ฉันรู้สึกเกลียดผู้หญิงที่ฉันเห็นในทีวี”อีซึงฮยอน วัย 35 ปีกล่าว “การแต่งหน้าหนักๆ และวิธีการพูดที่หยาบคายทำให้ฉันรู้สึกว่ามันก้าวร้าวเกินไป”

“แต่การได้ดูรายการวาไรตี้ในปีนี้ ฉันรู้สึกประทับใจมากกับการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่งในหมู่ผู้หญิง มันทำให้ฉันรู้สึกว่ามุมมองของสังคม (เกี่ยวกับความสามัคคีของผู้หญิง) กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ

แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะรายการบันเทิงเท่านั้นนะคะ เพราะในซีรีส์ช่องtvNเรื่อง “Mine”มีตัวละครนำที่เล่นโดยนักแสดง‘คิมซอฮยอง’และ‘อีโบยอง’ ซึ่งรับบทเป็นพี่สะใภ้ และได้มาเป็นผู้หญิงที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่เลวร้าย

เหตุผลที่บทของ Mine ได้รับคำชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะปกติในซีรีส์เกาหลีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว (โดยเฉพาะในครอบครัวคนรวย) จะมีผู้หญิงได้รับบทเป็นคนมีอิทธิพล และจะมีตัวละครหญิงอีกคนที่ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจภายในครอบครัวซึ่งนับว่าเป็นบทที่ซ้ำซากที่สุดค่ะ

คุณ Baek Mi-kyung ผู้เขียนบท Mine ได้ให้สัมภาษณ์เสริมว่า “บทที่เขียนนี้เกี่ยวกับความสามัคคีของผู้หญิงที่ต่อสู้เพื่อยืนหยัดต่อสู้กับอคติทางสังคม”

คุณฮาแจกึน (Ha Jae-keun) นักวิจารณ์วัฒนธรรมก็ได้มีความเห็นเกี่ยวกับสื่อที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้หญิงว่าสิ่งเหล่านี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากมีโอกาสได้บทบาทเป็นตัวเอกมากขึ้นในรายการบันเทิงและซีรีส์

“ในอดีต ผู้หญิงเป็นองค์ประกอบรองและส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นเพียงวัตถุทางเพศแต่ทุกวันนี้ผู้หญิงก็ได้เป็นตัวเอกของรายการโทรทัศน์เช่นกันคนรุ่น MZ (คนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน Z)จะอ่อนไหวกว่าเมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องเพศ และรายการโทรทัศน์ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิดในหมู่ผู้ชมหลัก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...