แก๊งปล่อยกู้ดอกโหดร้อยละ 60 เหิม บุกบ้านหยอดกาวกุญแจแม่ค้าลูกหนี้หยุดส่งเงิน ป่วยโควิด 10 วัน
เซลส์ปล่อยเงินกู้โหดร้อยละ 60 ต่อเดือน เหิมหนัก! แม่ค้าลูกหนี้ติดโควิด หยุดขายของนอนรักษาตัว 10 วัน ทำให้ค้างจ่ายค่าดอก ถูกเซลส์บุกถึงบ้านหยอดกาวแม่กุญแจ ซ้ำเอากุญแจมาล็อกอีกชั้น ทำลูก 8 ขวบ ต้องนั่งตากยุงรอหน้าบ้านกว่า 3 ชม. แจ้งความสน.สายไหมแล้ว
เมื่อตอนตี 3 คืนที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.จิราภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี แม่ค้าตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตสายไหม พร้อมกับลูกสาววัย 8 ขวบ หลังถูกเซลส์ปล่อยเงินกู้ดอกโหดร้อยละ 60/เดือน บุกบ้านเอากาวตราช้างหยอดรูกุญแจ และนำแม่กุญแจมาล็อกซ้ำ ทำให้ไม่สามารถเข้าบ้านได้ พร้อมเขียนป้ายทวงเงินหน้าบ้าน
น.ส.จิราภรณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด ไม่เคยมีหนี้สินใดๆ ต่อมาจับได้ว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่น ตนจึงได้ขอหย่า และพี่สาวได้ชวนให้มาขายของด้วยกันที่กรุงเทพฯเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนจึงพาลูกสาวขึ้นมาอยู่ด้วย โดยพี่สาวเปิดร้านขายข้าวแกงอยู่ที่สายไหม ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม พี่สาวเกิดล้มป่วย ทำงานไม่ไหว ตนจึงต้องมาขายข้าวแกงเพียงลำพัง และช่วยพี่สาวผ่อนหนี้รายวันไปด้วยจนหมดไปแล้วหลายเจ้า จากยอดหนี้ 5 หมื่นกว่าบาท ตอนนี้เหลือเพียง 2 หมื่นกว่าบาท
ต่อมาเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาตนติดโควิด ทำให้ต้องหยุดขายของไป 10 วัน จึงแจ้งกับเซลส์ว่าขอเลื่อนไปก่อน 10 วัน เนื่องจากติดโควิด โดยเซลส์รายวันดอกร้อยละ 30/เดือน ยอมเลื่อนให้ มีเพียงเซลส์ดอกลอย ร้อยละ 60/เดือน เพียงเจ้าเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอม บังคับข่มขู่ให้ต้องไปหาหยิบยืมเงินจากเซลส์เจ้าอื่นมาจ่ายให้ได้ หากไม่ได้ก็ข่มขู่จะมาทำร้าย เวลาโทรมาก็จะข่มขู่ว่าจะบุกเข้ามาที่บ้าน ตนและลูกหวาดกลัวมาก แต่ก็ไม่ต้องการไปกู้เงินจากเซลส์เจ้าอื่นมาจ่ายเพราะจะเป็นงูกินหาง ไม่มีวันจบสิ้น จึงทำให้เซลส์โกรธมากโทรมาตามทวงเงินตามด่าทุกวัน วันนี้หลังหายจากโควิด จึงรีบกลับไปเปิดร้านขายของเพื่อนำเงินมาส่งเซลส์ให้หมด โดยก่อนติดโควิด ทุกวันตนจะตื่นตี 4 เพื่อออกไปขายกับข้าวตอนตี 5 ถึง 9 โมงเช้า จากนั้นจะเข้าบ้านมาทำกับข้าวเป็นอาหารตามสั่ง ส่งในแอพพ์ต่างๆ โดยมีไรเดอร์มารับอาหารไปส่ง พอช่วงเย็นตนจะออกไปขายอาหารที่ตลาดนัดอีกครั้งจนถึงเที่ยงคืน พอขายเสร็จก็จะไปตลาดสดเพื่อซื้อของมาเตรียมทำกับข้าวขายต่อในตอนเช้า ตนทำแบบนี้ทุกวันเพื่อหวังจะปลดหนี้สิน
ล่าสุดเมื่อตอนตี 1 หลังจากตนไปซื้อของที่ตลาดสด กลับมาถึงบ้านพร้อมกับลูกสาว พบว่ากุญแจถูกเซลส์นำกาวมาหยอด ไม่สามารถเข้าบ้านได้ ซ้ำยังเขียนป้ายทวงเงินมาติดประจานหน้าบ้าน ตนเดินไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยก็ไม่มีใครตื่นเพราะดึกมาแล้ว จึงนั่งรอที่หน้าบ้านโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนนานกว่า 3 ชั่วโมง จนยุงกัดลูกเต็มไปหมด ตนรู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องมาลำบากแบบนี้ จึงตัดสินใจพาลูกไปแจ้งความที่ สน.สายไหม ตั้งใจว่าจะให้ลูกนอนรอบนโรงพักด้วย แต่พอไปถึง สน. ตนกลัวว่าแจ้งแล้วหากเซลส์รู้อาจจะมาฆ่าตนกับลูก จึงไม่กล้าขึ้นไปแจ้งความ และนึกถึงเพจสายไหมต้องรอด เห็นว่าคอยช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก จึงตัดสินใจโทรไปขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพดังกล่าว นายเอกภพแจ้งว่าให้กลับมารอที่บ้าน พอผ่านไปประมาณ 10 นาที จนท.เพจสายไหมต้องรอด ก็พอถึงพร้อมนำอุปกรณ์มาตัดแม่กุญแจ จนสามารถเข้าไปภายในบ้านได้ นายเอกภพแนะนำให้พาลูกเข้าไปนอนพักผ่อนก่อนเพราะดึกมากแล้ว ส่วนเรื่องแจ้งความ จะช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ในวันรุ่งขึ้น
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า เซลส์ปล่อยเงินกู้ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นภัยสังคม ปกติทาง สน.สายไหม มีนโยบายกวาดล้างพวกแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหดอยู่แล้ว รายนี้อาจจะเป็นเซลส์มาจากต่างถิ่น เดี๋ยวบ่ายวันนี้ตนจะประสานไปยัง พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม เพื่อพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเซลส์ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด เนื่องจากเป็นพฤติกรรมบ้านป่าเมืองเถื่อน ยืนยันเป็นหนี้ต้องใช้หนี้แต่ถ้าเจ้าหนี้มีพฤติกรรมไม่ดี ก็ต้องจัดการไปตามกฎหมาย เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน
เวลา 14.19 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.จิราภรณ์แม่ค้าตลาดนัด พร้อมลูกสาวเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม และ พ.ต.ท.เสน่ห์ มณีฉาย รอง ผกก.สส.สน.สายไหม ที่สน.สายไหม เพื่อดำเนินคดีกับเซลส์เงินกู้ดอกเบี้ยโหด
นายเอกภพ กล่าวว่า เมื่อคืนช่วงเวลา 03.00 น. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นแม่ค้าตลาดนัดสายไหม ว่า เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้หยิบยืมเงินจากแก๊งเงินกู้รายนี้ เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ซึ่งได้เงินมาจำนวน 16,000 บาท โดยคิดดอกรายวัน วันละ 400 บาทยังไม่รวมเงินต้น ซึ่งมาถึงวันนี้ดอกที่ส่งไปคาดว่าเกินจำนวนเงินต้นแล้ว กระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เสียหายติดโควิด เลยไม่ได้ออกไปขายของ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ซึ่งผู้เสียหายกู้เงินมาประมาณ 3-4 เจ้า แต่เจ้าอื่นก็คุยกันเข้าใจทำให้ไม่มีปัญหา ปรากฎว่ามีเจ้าหนี้รายนี้ที่ไม่ยอมและบังคับให้ผู้เสียหายไปกู้เงินจากที่อื่นเพื่อมาให้ตน แต่ทางผู้เสียหายไม่สามารถทำได้เนื่องจากรู้ว่าไม่มีเงินที่จะส่ง ซึ่งก่อนหน้าที่ผู้เสียหายจ่ายดอกตรงมาโดยตลอด แต่เมื่อมาติดโควิดไม่ได้ขายของ เซลล์เงินกู้รายนี้กลับไม่ยอม ต่อมาหลังจากผู้เสียหายได้หายป่วยโควิดได้2 วัน ก็ออกไปซื้อวัตถุดิบเพื่อเตรียมขายของ เมื่อกลับมาถึงบ้านประมาณตี1 ก็พบว่ากุญแจบ้านถูกกาวร้อนหยอดที่รูกุญแจและมีกุญแจอีกตัวนึงล็อคบ้านไว้ ทางทีมไหมจึงต้องเข้าไปตัดลูกกุญแจออกให้
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายพยายามเดินหาเพื่อนบ้านและนั่งรอว่าจะมีรถผ่านมาเพื่อจะเรียกให้ช่วยจนถึงช่วง 03.00 น. จึงเดินทางที่โรงพักแต่ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากกลัวแก๊งเงินกู้จะตามฆ่า และจะให้ลูกนอนที่โรงพัก จึงตัดสินใจกลับไปบ้าน ก่อนที่ลูกจะแนะนำให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ทางเซลส์ก็ไม่ใช่ว่าไม่ผิดกฎหมาย หากปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนดก็ผิดอยู่แล้ว ซึ่งการกระทำแบบนี้คือบ้านป่าเมืองเถื่อน และไม่เคยมีในพื้นที่สายไหม คาดว่ามาจากต่างถิ่น ต้องเข้าใจคำว่าหาเช้ากินค่ำ เช้าขายของกลับมาซื้อข้าวมากินเงินก็หมดแล้ว เช้าก็ไปขายของวันไหนฝนตกไม่มีเงินลงทุนก็ต้องหา ตนมองว่าเซลล์ปล่อยเงินกู้ทำนาบนหลังคน เก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20-30-60 เพียง 3 เดือนก็คืนทุน ทั้งนี้จะแจ้งทุกข้อกล่าวหาที่มีทั้งปล่อยเงินกู้ไม่ได้รับอนุญาต, เก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด, ข่มขู่คุกคามและทำให้เสียทรัพย์
ขณะที่ น.ส.จิราภรณ์ กล่าวว่า กู้เงินจากการเห็นใบปลิวที่ตลาด เพราะจะนำไปจ่ายค่าบ้าน ค่ารักษาพี่สาวที่ป่วย และนำเงินไปลงทุนขายของ รวมถึงจ่ายหนี้รายวันที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว เมื่อขายของเสร็จทุนก็หมดต้องหาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นเจ้าหนี้จะไปบ้าน ไปรุมด่าจนไม่กล้าอยู่บ้าน ต้องพาลูกออกมาเดินตากฝนตามป้ายรถเมล์ ตนอยู่ไม่ได้จริงๆ ไม่อยากเป็นหนี้เลย หากไม่มีเงินจ่ายค่าบ้านเจ้าหนี้ก็ไม่ยอม
น.ส.จิราภรณ์ กล่าวอีกว่า กู้เงินมาทั้งหมด3 เจ้า เจ้าละ 8,000 บาทเป็นดอกลอย เจ้าอื่นยังพอคุยได้ มีเจ้านี้ที่บอกว่าต้องจ่ายมา ไม่งั้นต้องหาเงินมาให้ได้บางวันส่งคนมากดออดประตูเขย่าหน้าบ้านเพื่อจะเอาเงินให้ได้ แม้เงินในบัญชีมีแค่ 150 บาท ก็ต้องโอนให้ถ้าจ่ายไม่ครบนอนไม่ได้เลย มีครั้งนี้ที่หนักสุด และยังขู่ว่าจะเผาบ้าน ทำร้ายร่างกาย
ด้าน พ.ต.อ.กาหลง กล่าวว่า เบื้องต้น ทางฝ่ายสืบสวนตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 2 คนซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านเข้ามา และจะติดต่อเรียกมาพูดคุย รวมถึงเงินกู้เจ้าด้วย เนื่องจากผู้เสียหายกู้เงินมาจากหลายเจ้า โดยจะให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำทั้งผู้เสียหายเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมข้อมูลหากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไป