ส่องเลย!! ถ้าแบงก์ชาติ ‘ลดดอกเบี้ย’ หุ้นอะไร? ได้ประโยชน์
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 ต.ค. 2567 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 07.43 น. • The Bangkok Insightส่องเลย! หุ้นกลุ่มไหนได้รับประโยชน์ เมื่อดอกเบี้ยเป็นขาลง ขณะที่นโยบายการเงินในประเทศ ยังอิงอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก
ความผันผวนของค่าเงินบาท คือสิ่งที่เป็นประเด็นร้อนแรงมากในโลกการลงทุน หลังจากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วจาก 36 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2567 มาอยู่ที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์ ในเดือนกันยายน หรือคิดเป็นการแข็งตัวขึ้นเกือบ 10% เลยทีเดียว
หลายคนมองว่าเหตุผลสำคัญที่หนุนให้เงินบาทแข็งนั้น มาจากปัจจัยของฝั่งดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% สู่ระดับ 4.75-5.00% โดยเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี
ตามปกติแล้วเมื่อธนาคารกลางประเทศใดลดดอกเบี้ย ค่าเงินมักมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปโดยปริยาย เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำลง ย่อมหมายถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากที่ลดลงด้วย ทำให้เกิดการโยกย้ายของเงินลงทุนไปยังประเทศอื่นที่ให้ผลตอบแทนในแง่ของดอกเบี้ยที่น่าสนใจกว่า
เงินบาทก็คือหนึ่งสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และทำให้บาทแข็งขึ้นตามไปด้วยในทางเดียวกัน อีกทั้งยังเจอโมเมนตัมที่ทำให้บาทแข็งขึ้นไปอีก จากมุมมองของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.)"เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" มักให้สัมภาษณ์ว่า ธปท. ไม่จำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย ตาม Fed โดยย้ำว่า นโยบายการเงินในประเทศ ยังอิงอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. เศรษฐกิจ 2. เงินเฟ้อ 3. เสถียรภาพทางด้านการเงิน
แต่อย่างไรก็ดี การที่บาทแข็งเกินไปก็ส่งผลโดยตรงต่อภาคการส่งออก เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย เพราะว่าเมื่อบาทแข็งจะทำให้สินค้าของไทยในสายตาต่างชาติดูแพงขึ้น และเป็นผลให้ผู้ซื้อหันไปหาทางเลือกอื่นที่ถูกกว่า ดังนั้นจึงเกิดกระเรียกร้องให้แบงก์ชาติรีบตัดสินใจใช้เครื่องสำคัญ อย่างการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเร็ว
หุ้นกลุ่มไหนได้รับประโยชน์ เมื่อดอกเบี้ยเป็นขาลง
การปรับลดอัตราดอกเบี้ย มักส่งผลดีต่อการลงทุนในหุ้น เพราะดอกเบี้ยต่ำช่วยกระตุ้นการกู้ยืมและการบริโภค ส่งผลให้บริษัทเติบโตและราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น โดยธุรกิจที่มักได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ REITs อุตสาหกรรมสินค้าฟุ่มเฟือย เทคโนโลยี การเงิน และสาธารณูปโภค จะมีการเติบโตและผลประกอบการที่ดีในสภาวะแบบนี้
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์บล.พาย ได้ทำการคัดเลือกหุ้นที่คาดว่า จะได้ประโยชน์หากแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย โดยใช้ 3 เงื่อนไขในการคัดกรองหุ้น ดังนี้
1. ราคาหุ้นในอดีตมักปรับตัวขึ้น หลักจากมีการลดดอกเบี้ย
2. เป็นหุ้นที่มีหนี้เยอะ และจะได้ประโยชน์จากการที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลง
3. เป็นหุ้นที่ยังมี Upside จากราคาพื้นฐาน
จะเห็นว่ามี 6 หุ้นที่เข้าเงื่อนไขการพิจารณา ประกอบด้วย
1. AP หรือ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ราคาเป้าหมาย 11.1 บาท ยังเหลือ Upside 13%
2. BGRIM หรือ บษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ราคาเป้าหมาย 27.7 บาท ยังเหลือ Upside 18%
3. CK หรือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ราคาเป้าหมาย 26.3 บาท ยังเหลือ Upside 26%
4. CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ราคาเป้าหมาย 77.9 บาท ยังเหลือ Upside 20%
5. CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจค้าปลีกศูนย์การค้า ราคาเป้าหมาย 39.8 บาท ยังเหลือ Upside 20%
6. DOHOME หรือ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ราคาเป้าหมาย 11.7 บาท ยังเหลือ Upside 6%
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยอาศัยแหล่งข้อมูลจาก Bloomberg และ Pi Research อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่องหุ้นอาหารสัตว์เลี้ยง 'ITC' โมเมนตัมกำไรยังดี
- OR แสดงความยินดี OKJ เข้าตลาดหลักทรัพย์วันแรก ต่อยอดสร้างการเติบโตยั่งยืน
- GC จับมือ OR ร่วมมือ 'ด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน' สู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx