โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด นร.หญิงวัย 17 ปี พลัดตกอาคารเรียน รร.ย่านสมุทรปราการ เสียชีวิต

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 16.24 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 07.06 น. • Bright Today

ตำรวจเร่งหาสาเหตุ! นักเรียนหญิงวัย 17 ปี โรงเรียนดังย่านสมุทรปราการ พลัดตกอาคารเรียนชั้น 4 กระแทกพื้นเสียชีวิต

เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เวลา 12.20 น วันที่ 11 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเด็กนักเรียนพลัดตกอาคารเรียนลงมาเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าอาคาร 6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน ชุดสืบสวน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสมุทรปราการ พร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าอาคาร 6 เป็น อาคารเรียน สูง 6 ชั้น ห่างจากอาคารเรียนประมาณ 6 เมตร เจ้าหน้าที่ พบ ร่างผู้เสียชีวิต เป็น นักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อายุ 17 ปี สภาพมีบาดแผลฉกรรณ์ที่ศีรษะเลือกไหลอาบหน้า เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ก่อนประสานผู้ปกครองของเยาวชนดังกล่าว ก่อนเวลาไม่นาน ผู้ปกครองของเยาวชนดังกล่าว ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด โดยจากการสอบถามทาง ผู้ปกครอง นั้นไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของเยาวชนหญิงดังกล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบ ว่าเยาวชนหญิงดังกล่าวได้กระโดดมาจากชั้นที่ 4 ของตัวอาคารดังกล่าว ที่สูงกว่า 15 เมตร ตกกระแทกพื้นเสียชีวิตทันที โดยประวัติของตัวเยาวชนหญิงดังกล่าว นั้น ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยมีประวัติการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

นายสมชาย ทองสุทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า ตนเองรับแจ้งจากครูว่ามีนักเรียนโดดตึกที่อาคาร 6 จึงได้รายงายผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น และ แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่นักเรียนที่กระโดดตึกนั้น เรียนอยู่ ม.4/4 สายวิทย์-คณิต เป็นเด็กเรียนดี โดยที่เยาวชนหญิงคนดังกล่าวเรียนที่นี้ตั้งแต่ ม.1 แล้วต่อ ม.4 มีปัญหาในเรื่องของโรคซึมเศร้าและเครียด มีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ตั้งแต่ชั้น ม.1 โดยมีภาวะเครียดได้กระโดดช่วงเวลา 12.18 น ครูจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ปกครองมาที่เกิดเหตุแล้วและจะไปที่โรงพยาบาลต่อไป ทางผู้ปกครองก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ โดยทางโรงเรียนมีระบบการดูแลในการที่นัดเรียนป่วย มีการเยี่ยมบ้าน ประสานงานกับผู้ปกครอง.

นายวัชรินทร์ โตขาว รอง ผอ.สพม.สมุทรปราการ ที่ผู้ปกครองรู้ว่าเด็กป่วย มีปัญหาก็จะคอยคุยด้วย เมื่อวานเด็กมีอาการซึม แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้น เพราะผู้ปกครองคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำอยู่แล้ว ผู้ปกครองบอกว่าเด็กเป็นๆหายๆอยู่แล้ว จากการสอบถามครูประจำชั้น เด็กก็เรียนปกติ ถ้ามีปัญหาครูจะแจ้งมาอยู่แล้วเพราะเด็กคนนี้ทางโรงเรียนดูแลเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงพักเที่ยง

เบื้องต้นได้ประสานนักจิตวิทยาของจังหวัดมาที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้เพื่อเยียวยาจิตใจของนักเรียนในโรงเรียนที่เจอเหตุการณ์นี้

จากการสอบถาม ผู้ปกครอง ทราบว่า มีลูก 3 คน น้องเป็นคนกลาง ช่วงโควิดเรียนออนไลน์ ทำให้เด็กทั้งสามคนอยู่บ้าน ซึ่งน้องผู้เสียชีวิตรับผิดชอบทำงานบ้าน เคยบ่นกับพ่อว่าทำไมผู้หญิงต้องทำงานบ้านแล้วทำไมผู้ชายไม่ทำ เนื่องจากพี่คนตรงกับคนเล็กเป็นผู้ชายและไม่ช่วยทำงานบ้าน พ่อก็เลยแก้ปัญหาโดยการแบ่งงานให้เท่าเทียมกัน พร้อมดูแลให้ความอบอุ่นอย่างเท่าเทียมแล้วก็สอน ตามวิถีที่พ่อแม่พอจะสอนได้ ยอมรับว่าครอบครัวไม่ได้มีเงินมากพอที่จะพาลูกไปเที่ยวเหมือนคนอื่น ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกเกิดภาวะซึมเศร้า จนกระทั่งเข้าชั้นมัธยมต้น ตั้งแต่ปี 2564 ก็รับทราบจากน้องว่าถูกเพื่อนบูลลี่ จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้น้องซึมเศร้ากว่าเดิม ทางครอบครัวเคยพาหมอพาน้องไปหาหมอแล้ว ได้รับยาอยู่ในความดูแลมาโดยตลอด ไม่ได้ขาดยา

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ น้องมีอาการขณะทำการบ้านอยู่แล้วหยุดทำการบ้านไป พ่อก็เลยปลอบใจด้วยการซื้อขนมของหวานมาให้ ก็ดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้วไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ขณะที่เมื่อเช้านี้น้องก็มาโรงเรียนตามปกติ โดยพ่อจะโทรหาน้องในช่วงพักกลางวัน แต่ปรากฏว่าวันนี้ตอนเที่ยง โทรหาน้องน้องปิดเครื่อง พ่อเข้าใจว่าน้องน่าจะมีเรื่องเครียดและไม่น่าจะมีเหตุร้ายแรงอะไร หลังจากนั้น ไม่ถึง 5 นาทีก็จะรับสายจากทางโรงเรียนว่าน้องตกตึกแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...