โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อมะกันมองไทย!!! การเมืองผันผวนฉุดรั้งความพยายามฟื้นเศรษฐกิจ

แนวหน้า

เผยแพร่ 31 ส.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 สำนักข่าว Voice of America สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ Political change prompts concerns about Thailand's economy ว่าด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ผันผวนของประเทศไทย ส่งผลต่อความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งปัจจุบันกำลังดิ้นรนกับภาวะซบเซาและการเติบโตที่ช้ากว่าเพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเดียวกัน

ในเดือน ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญของไทย มีคำวินิจฉัยให้ เศรษฐา ทวีสิน (Srettha Thavisin) พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมตรี ด้วยข้อหา “ละเมิดจริยธรรม” เนื่องจากแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติเคยถูกจำคุกเนื่องจากพัวพันกับข้อกล่าวหาพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ จากนั้นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเลือกนายกฯ คนใหม่ คือ แพทองธาร ชินวัตร (Paetongtarn Shinawatra) ลูกสาวของ ทักษิณ ชินวัตร (Thaksin Shinawatra) อดีตนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งเดินทางกลับไทยเมื่อปี 2566 หลังลี้ภัยในต่างประเทศนานถึง 15 ปี

ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ (Thitinan Pongsudhirak) อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยมีปัญหามายาวนานเนื่องจากความไม่มั่นคงทางการเมืองในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2549 ประเทศไทยเสียหลัก มีทั้งการรัฐประหารสองครั้ง (ในปี 2549 และ 2557) การเลือกตั้ง การที่พรรคการเมืองหลักหลายพรรคถูกยุบ มีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น 3 ฉบับ แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการเสื่อมถอยทางการเมือง

ในวันที่ 22 ส.ค. 2567 ซึ่งอดีตนายกฯ ทักษิณ กล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะครั้งแรกหลังจากเดินทางกลับประเทศไทย ได้วางกลยุทธ์ 14 ประการเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งแต่การปฏิรูปหนี้สาธารณะ ภาคการเกษตร การส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุนในศูนย์รวมความบันเทิง และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.ฐิตินันท์ ชี้ว่า ประเทศไทยคงต้องมองไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

“ผมคิดว่าตอนนี้ทุกอย่างได้ก้าวไปข้างหน้าแล้ว ดังนั้นต้องพูดถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลมากขึ้น เศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่องจักร การปฏิรูปการศึกษา ประเทศไทยพลาดนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และตอนนี้ก็พลาดกระแสบูมของปัญญาประดิษฐ์ เหตุผลก็เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว

นักรัฐศาสตร์ผู้นี้ ยังมองไปที่เครือข่ายของขั้วอำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยมจารีตของไทย ว่า ตนไม่แน่ใจว่า รัฐบาลที่นำโดยคนของตระกูลชินวัตรจะอยู่ได้นานเพียงใด จะได้รับอนุญาตให้บริหารงประเทศหรือไม่ หรือจะยังคงถูกสกัดขัดขวาง ซึ่งหากคำตอบคือไม่ ประเทศไทยจะไปต่อไม่ได้เลย มีแต่จะหยุดชะงักและถอยหลัง ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังมีแผนอยู่ นั่นคือโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” หรือการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ให้กับประชาชน 50 ล้านคน ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2566

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ซึ่งในขณะที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ระบุว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะเริ่มในเดือน ก.ย. 2567 แต่ก็มีการคาดเดากันว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในฝ่ายรัฐบาล ต้องการยกเลิกโครงการนี้ โดย ศ.ดร.ฐิตินันท์ ให้ความเห็นว่า แหล่งเงินจะมาจากปีงบประมาณปัจจุบันและปีงบประมาณหน้า ดังนั้นผลที่เกิดขึ้นจะลดน้อยลง และเพื่อให้มีประสิทธิผล จำเป็นต้องมีการกระตุ้นทางการคลังครั้งใหญ่ในช่วงเวลาสั้นๆ และปล่อยให้สิ่งนั้นสร้างผลกระทบทวีคูณ โดยปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิ์เข้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตราว 20 ล้านคน และหากยังคงเดินหน้าต่อไป ก็จะใช้งบประมาณเกือบ 5 แสนล้านบาท

ด้าน ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว (Kiatanantha Lounkaew) อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีปัญหาสำคัญ 2 ประการ คือ 1.หนี้ครัวเรือน ซึ่งสูงถึงร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ กับ 2.โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นแบบเดิมนับตั้งแต่ปี 2543 จึงทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ดังนั้นต้องมีแผนงานกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในอีก 3 ปีข้างหน้า ภาพรวมจะต้องน่าเชื่อถือ ประเทศไทยจึงจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ภาคส่วนเศรษฐกิจหลัก 3 ประเภทที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทย ได้แก่ การผลิต (อุตสาหกรรม) เกษตรกรรม และบริการ (ท่องเที่ยว) ซึ่งการผลิตได้ชะลอตัวลง โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีโรงงานเกือบ 2,000 แห่งปิดตัวลง ส่งผลให้คนงานหลายพันคนต้องตกงาน นอกจากนั้น สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่า การนำเข้าสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะจากประเทศจีน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยขาดความสามารถในการแข่งขัน

“ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดหาวิธีใหม่ๆ ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือภาคส่วนสำคัญ เช่น เกษตรกรรม เราเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีมาเป็นเวลานานแล้ว เราสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อเพิ่มเศรษฐกิจหลักของเราได้ ตัวอย่างเช่น [เปลี่ยน] เกษตรกรรมให้เป็นเกษตรกรรมอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มมูลค่ามากกว่าการส่งออกวัตถุดิบ” ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังมีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐฯ และจีน ต่างก็ลงทุนอย่างมากในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ระบุว่า ไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนของแรงงานที่มีทักษะสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสร้างความมั่นใจกับนักลงทุน ว่า เมื่อพวกเขาเลือกประเทศไทยแล้วจะมีคนทำงาน

อนึ่ง การท่องเที่ยวเป็นเพียงภาคส่วนเดียวของเศรษฐกิจไทยที่ยังถือว่าดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ย้อนไปในปี 2562 ภาคส่วนดังกล่าวมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 11.5 ขณะที่สถิติ ณ เดือนสิงหาคม 2567 มีชาวต่างชาติเดินทางไปเยือนประเทศไทยแล้วถึง 21 ล้านคน และคาดว่าตลอดทั้งปี 2567 จะมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 36 ล้านคน เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์การเข้าเมือง โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ 60 วันเมื่อเดินทางมาถึง นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัววีซ่า Destination Thailand เพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่สามารถทำงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลจากที่ใดก็ได้ (Digital Nomad) เลือกไทยเป็นสถานที่ทำงานและท่องเที่ยว

นักเศรษฐศาสตร์จาก ม.ธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตมากขึ้นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องมีการปรับปรุง เพราะยังคงเน้นไปที่แหล่งท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เมือง เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และเชียงราย นั่นยังคงเป็นปัญหา จนกว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะกระจายไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ มากขึ้น อนึ่ง บริการด้านสุขภาพสามารถเสริมศักยภาพของภาคการท่องเที่ยวได้ โดยผสมผสานระหว่างการที่นักท่องเที่ยวเดินทางมารับบริการด้านสุขภาพผสมผสานไปกับการพักผ่อน ซึ่งนี่เป็นความถนัดของประเทศไทย

“การท่องเที่ยวยังคงเป็นเป้าหมาย แต่ต้องยั่งยืน เราต้องดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยกำลังซื้อที่มากขึ้น” ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...