โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดยุทธศาสตร์ K-content ทำอย่างไร “กระแสเกาหลี” จึงไม่มอด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 09.37 น.

กระแสเกาหลี ยังไม่มอดมูลค่าตลาดปัจจุบันทะลุ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คาดภายในปี 2573 ตัวเลขใช้จ่ายสินค้าเชิงวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลกขยายตัวเกือบเท่าตัวแตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ เตรียมใช้ AI ช่วยเขียนบทซีรีส์-ภาพยนตร์

กระแสเกาหลี หรือ K-content ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจุดเริ่มต้นของ K-content ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกเกิดขึ้นในปี 1997 หลังวิกฤต IMF

ซึ่งเกาหลีใต้เล็งเห็นว่า“วัฒนธรรม” เป็นสินค้าส่งออกได้นำมาซึ่งการส่งออกซีรีส์“แดจังกึม” เป็นหัวหอกตีตลาดโลกก่อนจะขยายไปสู่กระแสวงการเพลง K-POP ที่โด่งดังอย่างมาก โดยมีแพลตฟอร์มอย่าง “ยูทูบ” ช่วยกระจายวัฒนธรรมเกาหลีออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว

และในปี 2000 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกิดใหม่จำนวนมาก ทำให้ K-content สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายไปไกลจากเดิมที่มีแค่กลุ่มวัยรุ่น ส่งผลให้มูลค่าการค้าเติบโตจาก 106 ล้านล้านวอนในปี 2016 เป็น 137 ล้านล้านวอนในปี 2021 ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจนี้ จึงไม่แปลกที่รัฐบาลเกาหลีให้ความสำคัญกับผลิตผลนี้มาก

คาดมูลค่า กระแสเกาหลี ทะยานแตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573

นอกจากนี้งานวิจัยฉบับใหม่จาก ติ๊กต๊อก และ บริษัทวิเคราะห์คันทาร์ ยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าการใช้จ่ายด้านสินค้าเชิงวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวขึ้นเกือบเท่าตัวสู่ระดับ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

จากอิทธิพลของคอนเทนต์ไวรัลเกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีที่ดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่ใหญ่ขึ้นในตลาดสำคัญต่าง ๆ เช่น สหรัฐ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการใช้จ่ายโดยรวมอาจสูงถึง 198 ดอลลาร์ต่อหัวภายในช่วงปลายทศวรรษนี้ หากผู้ที่มีกำลังซื้อเริ่มซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริการ และความบันเทิงของเกาหลี

นางสาว ซุน จู ลี ตัวแทนจากองค์กรคอนเทนต์สร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Creative Content Agency: KOCCA) ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนการพัฒนา K-Content อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหลาย ๆ หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต K-Content ทั้งในส่วนของ Broadcast, เกม, Animation, การ์ตูน รวมทั้งเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งขยายไปสู่ตลาดโลกแล้ว

หนึ่งในนั้นคือ “KOCCA” ซึ่งมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นดนตรี, แอนิเมชั่น, ซีรีส์ รวมถึงเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“เราให้การสนับสนุนที่จำเป็นใน Value chain ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนผลิต การทำ Distribution การพัฒนา R&D ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รวมทั้งการลงทุน ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเองได้สร้างในส่วนของ “Cultural powerhouse” ขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำ “Content Industry”

ตอนนี้เรามียุทธศาสตร์หลักสำหรับ K-Content เพื่อสร้างการขยายตัวและเติบโตอย่างมาก โดยเข้าไปตั้งศูนย์ KOCCA ในต่างประเทศกว่า 25 ศูนย์ รวมทั้งประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญ การเข้าไปในแต่ละตลาดสิ่งสำคัญคือก่อนที่เราจะเข้าสู่ตลาดท้องถิ่นเราจะต้องเข้าใจบริบทของวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นศูนย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะต้องแมทช์กับบริบทของพื้นที่ รวมทั้งให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น”

ซุน จู ลี กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์การเป็นผู้นำด้าน K-Content สิ่งสำคัญคือการรวบรวมความสามารถความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์หลากหลายหน่วยงานเข้ามาทำงานร่วมกัน ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริม Start Up เช่นในเรื่องของการส่งเสริมโพรดักซ์ การให้คำปรึกษาต่างๆ การสนับสนุน R&D ภายใต้เงินทุนประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนา “คอนเทนต์สร้างสรรค์” โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยนักเขียนชาวเกาหลีในการพัฒนาบทภาพยนตร์ บทซีรีส์ต่างๆ

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...