ถอดยุทธศาสตร์ K-content ทำอย่างไร “กระแสเกาหลี” จึงไม่มอด
กระแสเกาหลี ยังไม่มอดมูลค่าตลาดปัจจุบันทะลุ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คาดภายในปี 2573 ตัวเลขใช้จ่ายสินค้าเชิงวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลกขยายตัวเกือบเท่าตัวแตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ เตรียมใช้ AI ช่วยเขียนบทซีรีส์-ภาพยนตร์
กระแสเกาหลี หรือ K-content ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจุดเริ่มต้นของ K-content ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกเกิดขึ้นในปี 1997 หลังวิกฤต IMF
ซึ่งเกาหลีใต้เล็งเห็นว่า“วัฒนธรรม” เป็นสินค้าส่งออกได้นำมาซึ่งการส่งออกซีรีส์“แดจังกึม” เป็นหัวหอกตีตลาดโลกก่อนจะขยายไปสู่กระแสวงการเพลง K-POP ที่โด่งดังอย่างมาก โดยมีแพลตฟอร์มอย่าง “ยูทูบ” ช่วยกระจายวัฒนธรรมเกาหลีออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว
และในปี 2000 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกิดใหม่จำนวนมาก ทำให้ K-content สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายไปไกลจากเดิมที่มีแค่กลุ่มวัยรุ่น ส่งผลให้มูลค่าการค้าเติบโตจาก 106 ล้านล้านวอนในปี 2016 เป็น 137 ล้านล้านวอนในปี 2021 ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจนี้ จึงไม่แปลกที่รัฐบาลเกาหลีให้ความสำคัญกับผลิตผลนี้มาก
คาดมูลค่า กระแสเกาหลี ทะยานแตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573
นอกจากนี้งานวิจัยฉบับใหม่จาก ติ๊กต๊อก และ บริษัทวิเคราะห์คันทาร์ ยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าการใช้จ่ายด้านสินค้าเชิงวัฒนธรรมเกาหลีทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวขึ้นเกือบเท่าตัวสู่ระดับ 1.43 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
จากอิทธิพลของคอนเทนต์ไวรัลเกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีที่ดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่ใหญ่ขึ้นในตลาดสำคัญต่าง ๆ เช่น สหรัฐ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการใช้จ่ายโดยรวมอาจสูงถึง 198 ดอลลาร์ต่อหัวภายในช่วงปลายทศวรรษนี้ หากผู้ที่มีกำลังซื้อเริ่มซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค บริการ และความบันเทิงของเกาหลี
นางสาว ซุน จู ลี ตัวแทนจากองค์กรคอนเทนต์สร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Creative Content Agency: KOCCA) ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนการพัฒนา K-Content อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหลาย ๆ หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิต K-Content ทั้งในส่วนของ Broadcast, เกม, Animation, การ์ตูน รวมทั้งเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งขยายไปสู่ตลาดโลกแล้ว
หนึ่งในนั้นคือ “KOCCA” ซึ่งมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นดนตรี, แอนิเมชั่น, ซีรีส์ รวมถึงเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“เราให้การสนับสนุนที่จำเป็นใน Value chain ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนผลิต การทำ Distribution การพัฒนา R&D ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รวมทั้งการลงทุน ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเองได้สร้างในส่วนของ “Cultural powerhouse” ขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำ “Content Industry”
ตอนนี้เรามียุทธศาสตร์หลักสำหรับ K-Content เพื่อสร้างการขยายตัวและเติบโตอย่างมาก โดยเข้าไปตั้งศูนย์ KOCCA ในต่างประเทศกว่า 25 ศูนย์ รวมทั้งประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญ การเข้าไปในแต่ละตลาดสิ่งสำคัญคือก่อนที่เราจะเข้าสู่ตลาดท้องถิ่นเราจะต้องเข้าใจบริบทของวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นศูนย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะต้องแมทช์กับบริบทของพื้นที่ รวมทั้งให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น”
ซุน จู ลี กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์การเป็นผู้นำด้าน K-Content สิ่งสำคัญคือการรวบรวมความสามารถความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์หลากหลายหน่วยงานเข้ามาทำงานร่วมกัน ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริม Start Up เช่นในเรื่องของการส่งเสริมโพรดักซ์ การให้คำปรึกษาต่างๆ การสนับสนุน R&D ภายใต้เงินทุนประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนา “คอนเทนต์สร้างสรรค์” โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยนักเขียนชาวเกาหลีในการพัฒนาบทภาพยนตร์ บทซีรีส์ต่างๆ