โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บ้านเอียงจะพังลงน้ำ เวทนา 2 ตายายเดินไม่ได้ อาศัยที่วัด อยู่ได้แค่สิ้นอายุขัย ไร้ไฟฟ้า-น้ำประปา มีลูกแต่ไม่เคยเจอ

Khaosod

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 15.17 น.

บ้านเอียงจะพังลงน้ำ น่าเวทนา 2 ตายายเดินไม่ได้ อาศัยที่วัด อยู่ได้แค่สิ้นอายุขัย ไร้ไฟฟ้า-น้ำประปา มีลูกแต่ไม่เคยเจอ รายได้จากเบี้ยคนชรา และเบี้ยพิการ

วันที่ 26 ส.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ดร.ปริญญา ศักดิ์นาวี นักกิจกรรมในพื้นที่ตำบลบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าที่ชุมชนตรอกวัดสลักใต้ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี พบสองสามีภรรยาวัยชรา อาศัยอยู่ในบ้านที่ใกล้พังล้มลงไปในคลองลำประโดง และหลังคาบ้านผุพังเป็นรูหลายจุดกันน้ำฝนไม่อยู่ ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ต้องขอต่อไฟกับน้ำประปาจากเพื่อนบ้านมาใช้แทน ปัจจุบันตาป่วยเป็นอัมพฤษ์ครึ่งซีก และมีโรครุมเร้าหลายโรค ส่วนยายกระดูกข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถเดินได้ตามปกติ วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือด่วน หลังเข้าฤดูฝนแต่หลังคารั่วผุพังไม่สามารถกันน้ำอยู่ ไร้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บ้านของสองตายายตั้งอยู่ในคลองลำประโดง ซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดศาลาลี โดยวัดได้อนุเคราะห์ด้วยการไม่เก็บค่าเช่าที่ แต่ไม่อนุญาตให้ก่อสร้างบ้านพัก ยกเว้นแต่ซ่อมแซมตามสภาพ เพื่ออาศัยอยู่เท่านั้น โดยสองตายายเป็นหลังสุดท้ายที่ทางวัดอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัย

ผู้สื่อข่าวพบ นายสมพงษ์ แก้วนุช หรือตาอู๊ด อายุ 73 ปี และ นางสุวลักษณ์ ขุมแก้ว หรือยายตุ่ม อายุ 69 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่กันตามลำพัง โดยไม่มีลูกหลานดูแล สภาพบ้านมีขนาดกว้างประมาณ 3.5 เมตร ยาว 6 เมตร ข้างฝาไม้เริ่มผุพัง หลังคาเป็นสังกะสีมีรูโหว่จนแสงทะลุผ่านหลายจุด นอกจากนี้ยังมีแผ่นสังกะสีขนาดเล็กเสียบปิดรูอยู่อีกหลายจุด สภาพของพื้นบ้านพบว่าบ้านทรุดตัวเอียงลงไปในลำประโดง ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำเสียและมีกลิ่นเหม็น

สภาพพื้นบ้านทรุดเอียงประมาณ 50 ซม. ทำให้สองตายายซึ่งทั้งป่วยและพิการเดินเข้าออกลำบาก ต้องอาศัยไฟฟ้าและน้ำประปาจากเพื่อนบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ห้องสุขา ซึ่งต้องไปอาศัยจากเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามใช้ รวมทั้งน้ำประปาที่ใช้กินใช้อาบอีกด้วย

นอกจากสภาพบ้านที่ผุพังจนใกล้จะพังลงคลองแล้ว สองตายายยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพอีกด้วย โดยยายตุ่มป่วยเป็นโรคความดัน ไขมัน กระดูกทับเส้น และกระดูกหัวเข่าทั้ง 2 ข้างเสื่อมทำให้เดินไม่สะดวก มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 600 บาท และเงินบำนาญประกันสังคมเดือนละ 2,700 บาท ส่วนตาอู๊ดป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ร่างกายซีกขวา และโรคเบาหวาน ความดันสูง มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 700 บาท และเงินคนพิการเดือนละ 1,000 บาท

ทำให้สองตายายมีรายได้รวมกันเป็นเงิน 5,000 บาท เมื่อต้องจ่ายค่าน้ำกับค่าไฟเดือนละ 1,500 บาท จะเหลือเงินใช้จ่ายเพียงเดือนละ 3,500 บาท ซึ่งเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางไปพบแพทย์ ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้น เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันสงสารก็จะนำอาหารมาให้สองตายายอยู่บ่อยครั้ง

จากการสอบถามตาอู๊ด ทราบว่า บ้านหลังนี้อาศัยมาตั้งแต่แม่ตนยังมีชีวิตอยู่ ก็มากกว่า 30 ปี ปัจจุบันตนทำงานไม่ได้เนื่องจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ตนมีลูกแต่ไม่เคยเจอกันเพราะเลิกกับภรรยาเก่าไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก ตอนนี้อยู่ได้ด้วยเงินจากเบี้ยยังชีพคนชรา ส่วนตัวกังวลเรื่องที่บ้านเริ่มเอียงและทรุดตัวลงไปเรื่อยๆ นอนกลางคืนก็ผวาว่าบ้านจะพังล้มลงไปในคลองทั้งบ้านทั้งคน

เมื่อก่อนสภาพบ้านก็ดีกว่านี้ แต่พอถูกน้ำท่วมระบายผ่านมาทางคลอง ดินมันยุบตัวเสาก็เริ่มทรุดเอียงลงไป ตอนนี้ตนอยากได้สังกะสีมาปิดในส่วนที่หลังคาผุพังเสียก่อน เพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อย ทำให้ต้องคอยใช้กระป๋องมารองน้ำฝนที่รั่วลงมา ซึ่งบางจุดเป็นรูใหญ่ก็บังฝนไม่อยู่ ส่วนเรื่องที่บ้านเอียงจนทำให้พื้นบ้านเอียงไปด้วยนั้นเวลาเดินเข้าบ้านก็ต้องใช้มือยันกำแพงบ้านไว้แล้วเดินค่อยๆ ไป

ดร.ปริญญา กล่าวว่า ปกติตนกับทีมงานจะปั่นจักรยานลงสำรวจในพื้นที่ จนมาเจอบ้านหลังนี้และรู้สึกว่าแปลกกว่าบ้านหลังอื่น เพราะตั้งอยู่ในคูน้ำ จึงได้สอบถามเทศบาลเมืองบางศรีเมือง จึงทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนที่วัด แต่วัดอนุญาตให้อาศัยอยู่จนกว่าจะสิ้นอายุขัยของผู้พักอาศัยที่ตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัวสุดท้าย ตนจึงเข้ามาสอบถามกับสองตายายจึงทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนจากบ้านที่เก่าทรุดโทรม และปัญหาเรื่องบ้านของสองตายายหลังนี้คือทางวัดไม่อนุญาตให้สร้างใหม่ แต่อนุญาตให้ซ่อมแซมเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น

และสิ่งที่น่าเป็นห่วงตามมาคือสภาพหลังคาที่เก่าผุพังจนไม่สามารถกันน้ำกันฝนได้ และทุกครั้งที่ฝนตกน้ำก็จะรั่วเข้าไปภายในบ้าน จึงอยากให้หน่วยงานช่วยซ่อมหลังคาเป็นเร่งด่วนเพราะจะเข้าหน้าฝนแล้ว ส่วนสภาพพื้นบ้านที่เอียงจะลำบากในการเดิน แต่ทั้งสองคนก็ใช้วิธีจับผนังหรือของใช้เพื่อใช้เดิน เรื่องน้ำประปากับไฟฟ้าก็จำเป็น เพราะต้องขอใช้จากเพื่อนบ้าน เบื้องต้นตนได้ประสานกับประธานชุมชนให้นำเรื่องไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากเทศบาลเมืองบางศรีเมืองให้เข้ามาช่วยเหลืออีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านเอียงจะพังลงน้ำ เวทนา 2 ตายายเดินไม่ได้ อาศัยที่วัด อยู่ได้แค่สิ้นอายุขัย ไร้ไฟฟ้า-น้ำประปา มีลูกแต่ไม่เคยเจอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...