AWC เชื่อมั่นตลาดหลักทรัพย์ฯ หนึ่งในผู้นำตลาดทุนภูมิภาค
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในทศวรรษที่ 6สร้างตลาดทุนเพื่อทุกคน เน้นบังคับใช้กฎหมายดีขึ้น เพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนและจำนวนนักลงทุน มุ่งสร้างสมดุลและความเท่าเทียมให้เกิดกับทุกภาคส่วน พร้อมให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยี AI ย้ำประสิทธิภาพการสื่อสาร ต้องเปิดเผยข้อมูลบริษัทจดทะเบียนอย่างครอบคลุมและเข้าถึงได้รวดเร็ว
ในโอกาสที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ Stake holder ของตลาดทุนไทย พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนอีก 2 แห่งที่สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจไทย และการก้าวไปสู่ตลาดหุ้นไทยยุคใหม่ในทศวรรษที่ 6 โดยมีเป้าหมายในการสร้างตลาดทุนเพื่อทุกคน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่ดีขึ้น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มจำนวนนักลงทุน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเงินการลงทุนมาใช้ประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความสมดุลและเท่าเทียมให้เกิดกับทุกภาคส่วน
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวถึงการเติบโตของบริษัทที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นจุดแข็งของประเทศว่า นับจนถึงปี 2567 AWC ฉลองครบรอบ 5 ปีที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 1.52 แสนล้านบาท
พร้อมเสริมสร้างจุดแข็งให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยด้วยกลยุทธ์การดำเนินงานอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรโรงแรมระดับโลกตลอดปี โดยจนถึงปัจจุบัน AWC มีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นกว่า 70% เป็นกว่า 6,000 ห้อง รวมถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่น
ทั้งนี้ AWC มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ การพัฒนาโครงการ Landmark Destination of Thailand เป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Destination) ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน
แนวทางพัฒนาธุรกิจในอนาคต
วัลลภากล่าวว่า AWC จะเร่งพัฒนาทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นทรัพย์สินดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มความหลากหลายและความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมสานต่อโครงการแลนด์มาร์กที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เช่น โครงการ ‘Weng Chinatown Destination’ โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานหรือ “มิกซ์ยูส” บนที่ดินแปลงประวัติศาสตร์กว่า 14 ไร่ กลางไชน่าทาวน์สู่การเป็น “เมืองมรดกแห่งเอเชีย” หรือ โครงการ Aquatique โครงการเมกะโปรเจ็กต์ของ AWC ที่จะร่วมยกระดับพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวริมทะเลระดับโลก
รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรโรงแรมชั้นนำระดับโลกอย่าง Hotel Okura เครือโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่จากญี่ปุ่น ในการร่วมกันสร้าง ‘Okura Cruise’ เรือเทปันยากิและไคเซกิสุดหรูระดับไฟน์ไดนิ่งลำแรกของโลก ที่จะเปิดให้บริการ ณ ท่าเรือของโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับ Nobu Hotels พัฒนาอาคารอีสต์เอเชียติก (EAC) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นโรงแรม The Plaza Athenee Nobu Hotel and Spa Bangkok และ Nobu Residences Bangkok
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนยังคงเป็นแกนหลักของกลยุทธ์บริษัท โดยในปัจจุบัน วงเงินสินเชื่อระยะยาวทั้งหมดของบริษัท เป็นวงเงินสินเชื่อระยะยาวที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และ/หรือ สินเชื่อสีเขียว เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมันในการสร้างโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
“AWC ยังคงมุ่งมันที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและจุดแข็งของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นในระดับโลก ร่วมสร้าง Landmark Destination ให้กับประเทศ ตามวิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า”
ทศวรรษที่ 6ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ
วัลลภากล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจ การเงิน และตลาดทุนของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาของประเทศ โดยมีส่วนช่วยให้บริษัทจำนวนมากในประเทศไทยได้สร้างเติบโตผ่านการระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และยกระดับความเชื่อมั่นของตลาดทุนของไทย
“ในทศวรรษที่ 6 นับจากนี้ บริษัทเชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนตลาดทุนของประเทศไทยด้วยการยกระดับอย่างต่อเนื่องให้ตลาดทุนไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของภูมิภาคเอเชีย ทั้งจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม
ด้านตลาดทุนใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการนักลงทุนในอนาคต รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
นอกจากนี้ AWC ยังมองเห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหลายๆ ด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของตลาดทุนไทยซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และช่วยเพิ่มความเชื่อมันให้แก่นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ อาทิ การปรับปรุงกฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบต่างๆ ให้ทันสมัยและสอดรับสภาพตลาดทุนที่ปรับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา
โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการประมวลผลวิเคราะห์ ติดตามคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนและการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อปกป้องนักลงทุน ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน การสนับสนุนบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีศักยภาพให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับการประเมินด้าน ESG ให้เป็นสอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ส่งผลดีต่อ Ecosystem ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทจดทะเบียน และนักลงทุน ทำให้มีต้นทุนลดลง มีความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และคล่องตัวมากขึ้น
สำหรับ AWC ยังคงมองเห็นถึงทั้งโอกาสและความท้าทายต่างๆ ของตลาดทุนในอนาคต ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นผู้นำสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งรวมถึงภารกิจสำคัญในการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องเป้าหมายหลักของประเทศ ด้วยการขับเคลื่อนความยั่งยืนของตลาดทุนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยบริษัทยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้ทุกๆ ภารกิจไปถึงเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันให้แก่ตลาดทุนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
อ่าน Cover Story : SET ก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ตลาดหุ้นไทยยุคใหม่ ฉบับเต็ม
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2567 ฉบับที่ 510 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/