โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จิตแพทย์วิเคราะห์ คำตอบ “โอปอล สุชาตา” ที่พูดเรื่อง Empathy ตอบดีครอบคลุม

tvpoolonline.com

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 05.36 น. • TV Pool

จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกวด Miss Universe 2024 แม้ตัวแทนสาวไทย “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” จะไม่ได้มงกุฎมาครอง แต่ได้รับคำชมจากแฟน ๆ ไม่น้อย เพราะทำดีทุกรอบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินโชว์ตัว หรือรอบตอบคำถาม ที่หลายคนฟันธงว่า ตอบดีแบบนี้อย่างต่ำต้องจับมือเท่านั้น

ล่าสุด นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้ร่วมแชร์มุมมองในการตอบคำถามของโอปอลเช่นกัน โดยระบุว่า จากการตอบคำถามรอบ 5 คนสุดท้ายที่ว่า “คุณสมบัติอะไร ที่จะทำให้เป็นผู้นำประสบความสำเร็จ?” ซึ่งทางโอปอล สุชาตา ช่วงศรี ตอบได้ดีมาก ๆ ว่า

“ผู้นำมีความสำเร็จต้องมีความเห็นใจผู้อื่น ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน ท้ายที่สุดแล้วคุณต้องมีความเห็นใจผู้อื่น เพื่อเข้าใจคนอื่น แคร์ความเป็นอยู่ของผู้คน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ผู้นำ แต่ต้องเป็นทุกคน นั่นคือสิ่งที่จะทำให้คนเป็นหนึ่งเดียวกันได้”

ในคำตอบของโอปอลมีคำศัพท์สำคัญที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน นั่นคือคำว่า “Empathy (ความเข้าอกเข้าใจ)” ซึ่งคนที่จะใช้คำนี้ได้นั้น ต้องมีความเข้าใจและคุ้นเคยกับงานด้านจิตวิทยาในระดับหนึ่ง

โดย นพ.เจษฎา ได้อธิบายคำ Empathy ว่า คือความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ถึงอารมณ์ ความคิด และมุมมองของผู้อื่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามงานวิจัย
Cognitive Empathy: การเข้าใจมุมมองของผู้อื่นโดยใช้เหตุผล เช่น การเข้าใจว่าทำไมคน ๆ นั้นถึงรู้สึกหรือแสดงพฤติกรรมแบบนั้น
Emotional Empathy: การสัมผัสหรือรู้สึกตามอารมณ์ของผู้อื่น เช่น การรู้สึกเศร้าตามเมื่อเห็นคนอื่นร้องไห้
Compassionate Empathy: ความเข้าใจและมีแรงผลักดันที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเห็นพวกเขาต้องการการช่วยเหลือ

ดังนั้น Empathy ไม่ใช่แค่คุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ แต่ยังเป็นพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทุกมิติ
ส่วนประโยชน์ Empathy มีหลากหลาย ทั้ง

1.พัฒนาความสัมพันธ์ ช่วยให้เราสามารถสื่อสารและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ดีขึ้น,

2.ลดความเครียดในที่ทำงาน องค์กรที่ผู้นำมี Empathy จะช่วยลดความกดดัน เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างทีมที่มีความสามัคคี

3.ส่งเสริมสุขภาพจิตของทั้งผู้ให้และผู้รับ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนแสดงให้เห็นว่า Empathy ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เพิ่มความพึงพอใจในชีวิตของผู้ที่แสดง Empathy และ 4.สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง Empathy ช่วยให้มองเห็นความต้องการของคนในสังคม เป็นรากฐานของการช่วยเหลือและการอยู่ร่วมกัน

ด้านวิธีพัฒนา Empathy นั้น 1.ต้องฝึกฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) โดยไม่ตัดสินหรือตอบโต้ทันที, 2.ควรตั้งคำถามเชิงบวก ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความรู้สึก, 3.สร้างประสบการณ์ร่วม เช่นการลองทำกิจกรรมในมุมมองของคนอื่นช่วยเพิ่มความเข้าใจและลดอคติ

4.ฝึกการมองโลกในมุมของผู้อื่น (Perspective-Taking) ลองตั้งคำถามกับตัวเอง เช่น “ถ้าฉันเป็นเขา ฉันจะรู้สึกยังไง?” และ 5.ฝึกการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น การกล่าวคำปลอบใจหรือให้กำลังใจเมื่อคนรอบตัวรู้สึกแย่
อย่างไรก็ตาม นพ.เจษฎาได้เตือนว่า การใช้ Empathy ควรถูกใช้ด้วยความสมดุล เพราะการใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นมากเกินไปโดยไม่ดูแลตนเอง อาจนำไปสู่ภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (emotional burnout)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง โอปอล สุชาตา ตอบคำถามเริ่ด ได้ใจกรรมการ ลุ้นมง Miss Universe 2024

ที่มา – คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

ข่าวที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...