โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHO ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็ง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 00.29 น.

WHO ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ผ่านหน่วยงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ได้ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่ม 1 ซึ่งหมายความว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนว่าแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยเฉพาะมะเร็งในช่องปาก ลำคอ ตับ และเต้านม. การบริโภคแอลกอฮอล์ไม่มีระดับใดที่ปลอดภัยสำหรับสุขภาพ และความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่การดื่มครั้งแรก

หลักฐานที่สนับสนุนให้แอลกอฮอล์ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งรวมถึง:
1. การเปลี่ยนแปลงเป็น Acetaldehyde: แอลกอฮอล์ (เอทานอล) ถูกแปลงเป็นสาร acetaldehyde ซึ่งมีคุณสมบัติทำลาย DNA และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในเซลล์.
2. ความสัมพันธ์กับมะเร็ง: การศึกษาพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งตับและมะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในประชากรที่มีความผิดปกติของยีน ALDH2.
3. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์: การวิจัยในสัตว์และเซลล์มนุษย์ยืนยันว่าการบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติการดื่มมาก

ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และมะเร็งเผยว่าแม้การดื่มในปริมาณน้อยถึงปานกลางก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ โดยในปี 2563 มีผู้ป่วยมะเร็งใหม่ประมาณ 741,000 คนทั่วโลกที่มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ องค์กรศัลยแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยังระบุว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทุกระดับไม่มีความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งถึง 7 ประเภท รวมถึงมะเร็งเต้านม

ผลการวิจัยล่าสุดในประเทศไทยเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และมะเร็งเผยว่า การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคตับและมะเร็งตับ โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุว่าการดื่มสุราเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งถึง 14-73% และมะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในไทย. นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งอีกหลายชนิด เช่น มะเร็งปาก ลำคอ และเต้านม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...