WHO ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็ง
WHO ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็ง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ผ่านหน่วยงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ได้ประกาศให้ “แอลกอฮอล์” เป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่ม 1 ซึ่งหมายความว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนว่าแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้ โดยเฉพาะมะเร็งในช่องปาก ลำคอ ตับ และเต้านม. การบริโภคแอลกอฮอล์ไม่มีระดับใดที่ปลอดภัยสำหรับสุขภาพ และความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่การดื่มครั้งแรก
หลักฐานที่สนับสนุนให้แอลกอฮอล์ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งรวมถึง:
1. การเปลี่ยนแปลงเป็น Acetaldehyde: แอลกอฮอล์ (เอทานอล) ถูกแปลงเป็นสาร acetaldehyde ซึ่งมีคุณสมบัติทำลาย DNA และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในเซลล์.
2. ความสัมพันธ์กับมะเร็ง: การศึกษาพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งตับและมะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในประชากรที่มีความผิดปกติของยีน ALDH2.
3. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์: การวิจัยในสัตว์และเซลล์มนุษย์ยืนยันว่าการบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติการดื่มมาก
ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และมะเร็งเผยว่าแม้การดื่มในปริมาณน้อยถึงปานกลางก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ โดยในปี 2563 มีผู้ป่วยมะเร็งใหม่ประมาณ 741,000 คนทั่วโลกที่มีสาเหตุจากการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ องค์กรศัลยแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ ยังระบุว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทุกระดับไม่มีความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งถึง 7 ประเภท รวมถึงมะเร็งเต้านม
ผลการวิจัยล่าสุดในประเทศไทยเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และมะเร็งเผยว่า การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคตับและมะเร็งตับ โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุว่าการดื่มสุราเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งถึง 14-73% และมะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในไทย. นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งอีกหลายชนิด เช่น มะเร็งปาก ลำคอ และเต้านม