โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แย้ม'โกทร'สูงวัย-ป่วยโรคประจำตัว 'ผบ.คุก'อาจอนุมัติส่งตัวรักษานอกเรือนจำ เหมือนกรณี'ทักษิณ'

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

“ทวี”เผยขั้นตอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมรับตัว“โกทร" และพวกเข้าคุมขัง อาจขอรับสนับสนุนกำลังตำรวจท้องที่ และหนุมานกองปราบฯคุมหัว-ท้ายขบวน แย้ม“โกทร”สูงวัย 85 ปี พ่วงป่วยโรคประจำตัว “ผบ.เรือนจำฯ“ สามารถพิจารณาอนุมัติส่งออกรักษาตัวนอกเรือนจำฯ เหมือนกรณี ”ทักษิณ” แต่ต้องมีหมอยืนยันการเจ็บป่วยจริง

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 67 กรมราชทัณฑ์ได้รับตัวนายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ โกทร อายุ 85 ปี กับพวกรวม 7 ราย เข้าคุมขังระหว่างพิจารณาคดีที่เรือนจำจังหวัดนครนายก เนื่องด้วยศาลยกคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเหตุ การณ์การเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนของนายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ สจ.โต้ง เมื่อคืนวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา

วันที่ 21 ธ.ค.67 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีหากตำรวจกองปราบฯ ยื่นขอศาลย้ายอำนาจสำนวนสอบสวนจาก สภ. เมืองปราจีนบุรี มายัง "บช.ก."ว่า สำหรับการย้ายตัวนายสุนทร และพวกนั้น ปกติจำเลยหรือผู้ต้องหา หากศาลยังไม่ตัดสินถือเป็นผู้ต้องหาจะอยู่กับเขตอำนาจพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเป็นคดีของกองบังคับการปราบปราม ซึ่งเขตอำนาจของกองปราบฯ มีทั่วประเทศ กองปราบฯ อาจใช้เรือนจำจังหวัดนครนายกก็ได้ แต่ต้องดูว่ากองใดของกองปราบฯ จะเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการโอนสำนวนมาที่กรุงเทพฯ แต่ว่าด้วยความที่อำนาจของกองปราบฯมีทั่วประเทศ ก็อาจจะไม่โอนมาก็ได้ ทั้งนี้ ต้องไปสอบถามทางกองปราบฯ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า การขอโอนย้ายตัวผู้ต้องหาจากพื้นที่หนึ่งไปคุมขังยังอีกพื้นที่หนึ่งนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องส่งเอกสารทำเรื่องการขอย้ายตัวผู้ต้องหากับศาลจังหวัดนครนายก แล้วศาลจึงจะมีคำสั่งโอนย้ายตัวผู้ต้องหาจะต้องย้ายทั้งหมด เพราะอยู่ในสำนวนเดียวกัน ส่วนเงื่อนไขการเยี่ยมญาติ ราชทัณฑ์มีมาตรฐานเดียว กัน เพราะเรือนจำไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ดังนั้น การเยี่ยมญาติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี เราก็อยากให้มีการเยี่ยมญาติมากขึ้น เพราะผู้ต้องหายังมีความจำเป็นต้องต่อสู้คดี จึงต้องมีการพบทนายความและได้พบบุคคลที่สามารถให้ข้อมูลได้ ซึ่งตนได้ให้นโยบายแก่เรือนจำทั่วประเทศ ไม่ได้หมายความเพียงแค่คดีนี้เท่านั้น ว่าหากเป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ควรเปิดโอกาสให้เยี่ยมญาติมากขึ้น เพื่อจะได้มีเวลาในการต่อสู้คดี และการเดินทางไปศาล ตนมองว่าผู้ต้องขังคดีระหว่างพิจารณา ไม่ควรที่จะต้องสวมใส่เสื้อชุดสีลูกวัว หากสามารถแต่งกายธรรมดาได้ ก็ควรได้แต่ง แต่ทราบว่าขณะนี้มีหลายเรือนจำได้เริ่มนำร่องไปแล้ว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายสุนทร เป็นบุคคลสูงอายุ 85 ปี และมีโรคประจำตัว การพิจารณาให้ได้รับการพบแพทย์ กระบวนการขั้นตอนเป็นอย่างไรนั้น หากมีอาการเจ็บป่วยตามระเบียบแล้วก็สมควรได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว แต่ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บัญชาการเรือนจำที่จะพิจารณาส่งตัวให้ได้รับการรักษาพยาบาล แต่การไปรักษาพยาบาล ด้วยความเป็นพื้นที่ควบคุมก็ต้องมีการอายัดตัวกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ก็ต้องไปควบคุมด้วย เหมือนคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ การจะส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำนั้น ผู้บัญชาการเรือนจำจะต้องเป็นคนที่อนุมัติออก แต่หมอต้องรับว่าป่วยจริงหรือไม่ หากป่วยไม่จริงก็ต้องส่งตัวกลับ

“สำหรับการพักการลงโทษ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีของนายโกทรและพวก เพราะการพักโทษต้องเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดเท่านั้น ต้องมีคำพิพากษาศาลตัดสินเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกรณีของการเจ็บป่วย เราสามารถส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรับการรักษาตัวภายนอกเรือนจำได้ จะเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในแม่ข่าย อย่างเช่นโรงพยาบาลตำรวจ หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ถ้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ สามารถรองรับได้ ก็ให้โรงบาลราชทัณฑ์รับดำเนินการดูแลเรื่องการพยาบาล“ พ.ต.อ.ทวี ระบุ

เมื่อถามว่าพยาบาลราชทัณฑ์อนุมัติให้ไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำเหมือนเคสในอดีตใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พยาบาลเป็นผู้แจ้งแก่ ผบ.เรือนจำฯ แต่เป็นอำนาจของ ผบ.เรือนจำฯ ในการพิจารณา แต่ถ้าพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรม ถ้าเกินศักยภาพของหน่วยพยาบาลเรือนจำนั้นๆ ก็จะแจ้งไปที่ผู้บัญชาการเรือนจำที่จะเป็นผู้อนุมัติให้ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ

เมื่อถามว่าส่วนกรณีหากมีการโอนย้ายสำนวนมายังส่วนกลาง ผู้ต้องหาก็จะถูกย้ายการคุมขังมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คือ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า คดีระหว่างในกรุงเทพฯ เราใช้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนกระบวนการคุ้มครองความปลอด ภัยระหว่างเคลื่อนย้ายตัวผู้ต้องขังจากเรือนจำไปอีกเรือนจำ จะต้องขอกำลังสนับสนุนจากหนุมานกองปราบ มาควบคุมหัว-ท้ายขบวนหรือไม่นั้น เรียนว่าตอนย้ายคงต้องอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เรามีคนนำมาอยู่แล้ว แต่เราก็อาจจะให้ตำรวจได้ช่วย เพราะปกติตำรวจท้องที่ก็มาช่วย เพราะจริงๆ แล้วราชทัณฑ์เองเราก็สามารถแต่งตั้งตำรวจหรือทหารมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้

พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงกรณีการจำแนกแยกลักษณะผู้ต้องขัง หากนายสุนทรและพวก ถูกย้ายตัวมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ราชทัณฑ์จะต้องเฝ้าระวังกลุ่มของผู้ที่เสียประโยชน์จากบ้านใหญ่เครือข่ายโกทร หรือไม่นั้น ตนขออธิบายว่า ทางเรือนจำจะต้องเป็นคนดูไม่ให้คู่ขัดแย้งได้อยู่ด้วยกัน เพราะผู้คุมเรือนจำต้องดูไม่ให้เกิดเหตุการณ์ และในเรือนจำฯ ผู้ที่มีเหตุการณ์แบบนี้ก็สามารถฟ้องญาติได้ บอกทนายได้

ต่อข้อถามว่ากรณีของนายโกทรและพวก หากถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะได้คุมขังภายในแดนเดียวกันหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี แจงว่า ในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับ ผบ.เรือนจำฯ หากจะอยู่รวมกันก็ได้ แต่ไม่ควรอยู่กับฝ่ายตรงข้ามหรือขัดแย้งกัน ส่วนกรณึที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อยากเข้าไปเยี่ยมนายโกทร และอยากขอให้นายโกทรมาแถลงข่าวนั้น สามารถเข้าเยี่ยมได้ แต่ต้องเป็น 1 ใน 10 ชื่อที่นายโกทรได้ระบุไว้ และเจ้าตัวก็ต้องอนุญาตการให้เข้าเยี่ยมด้วย

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ณ ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานการประสานมาว่าจะมีการย้ายนายโกทร และพวก จากเรือนจำจังหวัดนครนายก มาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร ในวันเวลาใด เพราะต้องรอกระบวนการของพนักงานสอบสวน และศาลก่อน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ 8 แดนภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประกอบด้วย แดน 1 หรือแดนแรกรับ สำหรับนักโทษสูงอายุ ป่วย พิการ แดน 2 หรือแดนกักโรค สำหรับนักโทษใหม่ทุกคนที่เพิ่งเข้าเรือนจำ แดน 3 แดนเด็ดขาด สำหรับนักโทษที่ถูกตัดสินโทษไม่เกิน 15 ปี แดน 4 สำหรับนักโทษที่ต้องเฝ้าดู อยู่ระหว่างตัดสินว่าจะพิจารณาส่งไปยังแดนใด แดน 5 หรือแดนเด็ดขาด สำหรับนักโทษที่มีอัตราโทษไม่เกิน 15 ปีมีห้องแยกคุมขังเดี่ยว แดน 6 หรือแดนฝึกวินัย สำหรับนักโทษที่มีพฤติกรรมเกเรที่จะต้องถูกนำมาฝึก แดน 7 หรือแดนพยาบาล และแดน 8 หรือแดนหลากหลายสำหรับนักโทษที่ศาลยังไม่ตัดสินโทษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...