โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐระดมเครื่องมือ แก้วิกฤตสารปนเปื้อน ปลดล็อกส่งออก ‘ทุเรียนไทย’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. 2568 เวลา 05.45 น.

สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) หรือ สศช. รายงานภาพรวมสถานการณ์จีดีพีภาคเกษตรไทยในปี 2567 มีแนวโน้มหดตัว 1.1%

สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้จีดีพีลดลงมาจากสภาพอากาศ รวมไปถึงปัจจัยที่ทำให้สินค้าเกษตรเสียหาย คือ การพบสารปนเปื้อน ที่เป็นปัญหาของภาคการเกษตรอย่างไม่จบไม่สิ้น โดยเฉพาะการพบสารปนเปื้อนของราชาผลไม้ ที่เป็นผลไม้เศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทยอย่าง “ทุเรียน” ช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาก่อนที่จะเสียหายจนกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

⦁รู้จักสารปนเปื้อนตัวร้ายส่งออกทุเรียนไทย

โดยสารปนเปื้อนอันตรายที่เป็นอุปสรรคใหญ่ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทยถึงแสนล้านบาท มี 2 ชนิดคือ 1.แคดเมียม เป็นแร่โลหะหนักชนิดหนึ่ง ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมหลากหลายด้าน เช่น ใช้ฉาบและเคลือบเงาผิวโลหะต่างๆ เพื่อความเงางาม ทนต่อการกัดกร่อน สารเพิ่มความคงตัวของพลาสติกจำพวกพีวีซี ผลิตเม็ดสี ผลิตแบตเตอรี่ขนาดเล็ก

สามารถพบแร่แคดเมียมได้ในอาหาร น้ำ เหมือง และส่วนน้ำทิ้ง น้ำเสีย หรือกลุ่มผู้สูบบุหรี่ และยังสามารถพบกากแร่แคดเมียมในสีที่ผสมใช้กับบ้าน หรืออาคาร การพบแคดเมียมในประเทศไทยนั้นเป็นผลมาจากการผลิตของโรงงานสังกะสี และพบการปนเปื้อนสารแคดเมียมมากในตะกอนดิน หากร่างกายสูดดม หรือบริโภคเข้าไปจะทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปอด ไต และตับ จะถูกทำลายจนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

การลักลอบจัดเก็บซึ่งมิได้เป็นกิจการที่มีการใช้สารแคดเมียมเป็นวัตถุดิบ ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

2.สาร Basic Yellow 2 หรือ BY2 สารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้านเป็นสารย้อมสีชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นสีเหลืองสด สามารถละลายน้ำได้ดี ทนแสง ทนร้อนได้ มักถูกใช้ในการย้อมสีในอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งทอ รวมถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้สารนี้เป็นสารก่อมะเร็ง และกระทรวงสาธารณสุขของจีนจัดให้สารนี้เป็นสารที่กินไม่ได้เมื่อปี 2551

สารชนิดนี้มีกลุ่มผู้ค้าทุเรียนที่แอบลักไก่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตทุเรียนเพื่อเพิ่มความสวยงาม สีเหลืองสด ดูใหม่ น่ารับประทาน ดึงดูดผู้บริโภค แต่การใช้สารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้านนี้ในทุเรียนถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อันตรายต่อผู้บริโภคอย่างมาก และอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ทำลายระบบประสาท และนำไปสู่การก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

ตามกฎหมายไทย ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 “Basic Yellow 2 หรือสารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน” จัดเป็นสารต้องห้ามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข มีคุณสมบัติเป็นสารเคมี ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค การใช้สารนี้กับทุเรียนถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

ทั้งนี้ 2 สารปนเปื้อนดังกล่าวถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไขและป้องกัน เนื่องจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่าแสนล้าน และผลกระทบต่อชื่อเสียงทุเรียนไทย มีผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน

⦁เดือดร้อนทั่ววงการทุเรียนไทย

ภายหลังประเทศจีนพบทุเรียนจากไทยมีการปนเปื้อนสารแคดเมียมและสารชุบสีทุเรียนในปี 2567 ลามถึงเดือนมกราคมของปีนี้ จนต้องระงับการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทยนั้น ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการกิจการสวนทุเรียนต่างเดือดร้อนกันทั่ววงการทุเรียน ส่งผลให้ต่อมาสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) ออกประกาศขอความร่วมมือสมาชิกงดการใช้สารชุบสีทุเรียน

โดย นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และ นายกมล ภูมิพงษ์ไทย นายกสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) ต้องออกประกาศขอความร่วมมือสมาชิกงดการใช้สารชุบเติมแต่งสีในกระบวนการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออกไปประเทศจีน มีใจความดังนี้

ตามที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของจีนได้ตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารของทุเรียนไทยที่นำเข้ามาประเทศจีน พบปัญหาการใช้สารย้อมสีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “Basic Yellow 2” ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้สารนี้เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2B

วันที่ 8 มกราคม 2568 จีนกำหนดให้ทุเรียนทุกล็อตสินค้าที่ส่งออกจีนต้องแนบผลวิเคราะห์สารย้อมสีเหลือง หรือ Basic Yellow 2 และผลต้องไม่พบ โดยจีนจะสุ่มที่ด่านนำเข้าสินค้าทุกล็อต หากพบจะระงับทันที มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2568 ก่อนการออกหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช ในสินค้าทุเรียนทุกตู้ต้องมีเอกสารผลทดสอบ ทั้งสารย้อมสีเหลือง และแคดเมียมแนบไปทุกครั้ง

ทางสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) ขอความร่วมมืองดการใช้สารชุบเติมแต่งสีในกระบวนการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออกไปประเทศจีน ตามเงื่อนไขที่ทางการจีนกำหนดมาเรื่องการตรวจสารย้อมสีเหลือง หรือ Basic Yellow 2 (BY2) มิให้ปนเปื้อนตกค้างในสินค้าทุเรียน หากมีการพบสารย้อมสีเหลือง หรือ Basic Yellow 2 (BY2) จะส่งผลให้ถูกระงับการนำเข้าสินค้าที่ตรวจพบทันที

ทั้งนี้ การตรวจพบสารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ลงตรวจโรงคัดบรรจุ หรือล้ง ที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 พบผู้ประกอบการ (บางราย)ใช้สารที่มีการนำเข้ามาจากประเทศจีนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และไม่ผ่านมาตรฐานของ อย.จำนวนมาก เข้ามาผสมและชุบทุเรียน จึงได้แจ้งให้หยุดใช้และตักเตือน แต่พบว่าคล้อยหลังไปอีก 1 เดือน มีการลงไปตรวจพบยังมีการกระทำในลักษณะดังกล่าวโดยกลุ่มทุนจีนเดิม และได้มีการทำหนังสือเตือนผู้ประกอบการที่ตรวจพบ

เมื่อสอบถามคนงานพบว่า นายทุนชาวจีนเป็นผู้ดำเนินการสั่งสารเข้ามา และสั่งให้คนไทยผสมตามคำสั่งนายทุนจีนอย่างเดียว

ต่อมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและค่อนข้างกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากในปี 2567 จีนมีการแจ้งเตือนพบทุเรียนที่ส่งออกจากไทยปนเปื้อนแคดเมียมมาแล้วถึง 6 ครั้ง จำนวน 16 ชิปเมนต์ จากโรงคัดบรรจุ 12 ราย แหล่งผลิต จำนวน 15 สวน ถึงแม้ว่ากรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการส่งออกทุเรียนและมีการสอบสาเหตุเบื้องต้นแล้วนั้น แต่ดูเหมือนว่ากระทรวงเกษตรฯจะต้องเข้มงวดในการปราบปัญหานี้ให้เด็ดขาด

ดังนั้น เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2568 โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่า ตามที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีการระงับการนำเข้าทุเรียนของประเทศไทยภายหลังตรวจพบการใช้สารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน (Basic Yellow 2) ในทุเรียนนั้น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่นิ่งนอนใจ เพราะเป็นนโยบายที่รัฐมนตรีนฤมลได้เน้นย้ำความสำคัญในการควบคุมมาตรฐานสินค้าผักและผลไม้ จึงได้จัดประชุมพิจารณาวาระเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าผัก ผลไม้ไทย ต่อมาที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเพิ่มมาตรการตรวจเข้มข้น โดยตรวจทุกตู้ที่มีการส่งออก 100% รวมไปถึงการตรวจสารแคดเมียม หนอนทุเรียน และสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยด้วย หากตรวจพบจะดำเนินการตามบทลงโทษตามประกาศกรมวิชาการเกษตร

รัฐมนตรีนฤมลระบุต่อว่า กระทรวงเกษตรฯได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปตรวจตามล้งต่างๆ โดยพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.ชุมพร และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่จะต้องดำเนินการก่อนเนื่องจากผลผลิตทุเรียนกำลังจะทยอยออกสู่ตลาด

ขณะเดียวกันในระหว่างการเตรียมความพร้อม รัฐมนตรีนฤมลย้ำอยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องเกษตรกรว่า กระทรวงเกษตรฯพร้อมวางมาตรการใหม่ภายใน 10 วันและจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่นในทุเรียนไทย พร้อมประสานกับกรมการค้าภายในช่วยดูแลเรื่องราคาทุเรียน ขอความร่วมมือผู้รับซื้อทุเรียนไม่ให้มีการกดราคา

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐมนตรีนฤมลจะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ และจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of the People’s Republic China) : GACC ถึงการดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นในสินค้าผัก ผลไม้ของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งออกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง มาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

ดังนี้ 1.กรณีที่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ต้องใช้ทั้งชนิดและปริมาณที่ถูกต้อง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง หรือตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 หรือข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า 2.กรณีตรวจพบโรงคัดบรรจุใช้สารห้ามใช้ หรือมีสารห้ามใช้ไว้ในครอบครองจะถูกระงับการส่งออกและนำไปสู่การยกเลิกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชก็ได้ และ 3.กรณีเจ้าหน้าที่สงสัยว่าทุเรียนมีการใช้สารห้ามใช้ ให้มีอำนาจสั่งให้โรงคัดบรรจุนำผลทุเรียนนั้นไปตรวจวิเคราะห์กับห้องปฏิบัติการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้สถิติการส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 2565-2567 พบว่าปริมาณการส่งออกทุเรียนลดลง แต่ไทยยังถือว่ายังไม่หมดหวัง เพราะปริมาณการส่งออกลำไยสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากภาพรวมปี 2567 ไทยส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนรวมทั้งสิ้น 101,884 ตู้/ชิปเมนต์ ปริมาณรวม 1,824,815 ตัน มูลค่ารวม 134,954 ล้านบาท มีปริมาณการส่งออกลดลงจากปี 2566

โดยปี 2567 ส่งออกทุเรียน จำนวน 52,960 ตู้/ชิปเมนต์ ปริมาณ 824,777 ตัน มูลค่า 88,806 ล้านบาท ลดลงจากปี 2566 ส่งออก 57,000 ตู้/ชิปเม้นต์ ปริมาณรวม 945,900 ตัน มูลค่ารวม 120,469 ล้านบาท

⦁จีนไฟเขียวส่งออกทุเรียนไทย

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประชุมและเริ่มดำเนินการตามแผนงานการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนั้น ล่าสุดกรมวิชาการเกษตรแจ้งข่าวดี โดยสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) อนุมัติการส่งออกทุเรียนไทยไปยังจีนได้แล้ว แต่ต้องมีเอกสารรับรองตรวจวิเคราะห์สารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน (Basic Yellow 2) และแคดเมียม พร้อมเปิดเผยศักยภาพห้องปฏิบัติห้องวิเคราะห์

โดยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ภายหลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไทยไปยังประเทศจีน ขณะนี้สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้พิจารณาและรับทราบถึงรายละเอียดของวิธีการตรวจ และเอกสารรับรองผลการตรวจสอบ (Test Report) ของห้องปฏิบัติการในประเทศไทย ในการตรวจสอบสารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน (Basic Yellow 2) หรือ BY2 และแคดเมียมในทุเรียนไทย พร้อมยอมรับการส่งออกทุเรียนจากประเทศที่มีเอกสารการรับรองผลการตรวจสารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน (Basic Yellow 2) หรือ BY2 และแคดเมียมจากห้องปฏิบัติการของประเทศไทยแล้ว

อธิบดีรพีภัทร์ยังระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถในการทดสอบสารประกอบอินทรีย์ลักษณะเป็นผงสีเหลือง ใช้ในการย้อมผ้า กระดาษ หนัง และสีทาบ้าน (Basic Yellow 2) BY2 และแคดเมียม ในทุเรียนผลสดส่งออกจากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาเชียงใหม่, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสงขลา

บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขากรุงเทพฯ, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาฉะเชิงเทรา, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสมุทรสาคร และบริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) (AMARC)

โดยห้องปฏิบัติการ (Lab) ดังกล่าวจะมีศักยภาพในการตรวจวิเคราะห์รวมกันได้ 700 ตัวอย่าง/วัน ใช้เวลาตรวจวิเคราะห์ประมาณ 48 ชั่วโมง นอกจากนี้สัปดาห์หน้าจะมีห้องปฏิบัติการเพิ่มอีก 4 แห่ง ส่งผลให้ตรวจวิเคราะห์สารดังกล่าวได้กว่า 1,500 ตัวอย่าง/วัน กรมวิชาการเกษตรได้จัดตั้งจุดรับให้ผู้ประกอบการสามารถนำส่งตัวอย่างผลทุเรียนสดเพื่อตรวจวิเคราะห์สาร BY2 และแคดเมียม ณ ตลาดมรกต จ.ชุมพร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี จ.จันทบุรี

อธิบดีรพีภัทร์ยังทิ้งท้ายว่า กรมวิชาการเกษตรได้กำหนดมาตรการ 4 ไม่ เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนไทย ปี 2568 ได้แก่ ไม่อ่อน/ไม่หนอน/ไม่สวมสิทธิ/และไม่มีสี ไม่มีสารเคมีต้องห้าม พร้อมมีเป้าหมายในการใช้สี การใช้สารเคมีเป็นศูนย์ในโรงคัดบรรจุทั้งหมด จึงเน้นย้ำต่อสารวัตรเกษตรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ และหากมีการตรวจพบสารผงสีเหลืองและสารเคมีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะยกเลิกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชทันที

จะปิดดีลทวงคืนชื่อเสียงทุเรียนไทยกลับมายั่งยืนหรือไม่ รอติดตาม!!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐระดมเครื่องมือ แก้วิกฤตสารปนเปื้อน ปลดล็อกส่งออก ‘ทุเรียนไทย’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...