สรุปกรณี ‘ซิงซิง’ นักแสดงชาวจีน หายตัวปริศนาที่ชายแดนไทย-เมียนมา เจออีกครั้งที่ ‘เมืองคอลเซนเตอร์-ค้ามนุษย์’
เกิดอะไรขึ้นกับนักแสดงชาวจีน ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา?
จากกรณี ‘ซิงซิง’ (Xing Xing) หรือ นายหวังซิง (Wang Xing) ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา หลังเดินทางเข้าประเทศไทย ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดมีรายงานว่าพบตัวบริเวณชายแดนทางฝั่งเมียนมาแล้ว และกำลังรอส่งตัวเข้าประเทศไทย
ท่ามกลางคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับซิงซิง แล้วเรื่องราวต่างๆ มันเป็นมาอย่างไร The MATTER จะมาสรุปข้อมูลให้ฟัง
เฟซบุ๊กเพจ DomJeen ด้อมจีน ติ่งจีน ซีรี่ย์จีน ศิลปินจีน รักทุกอย่างที่เป็นจีน โพสต์แปลและเล่าถึงไวรัลบน เว่ยป๋อ (Weibo) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งคนต่างออกมาช่วยกันแชร์โพสต์ตามหาซิงซิง นักแสดงชายชาวจีนที่หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แฟนสาวของซิงซิง ได้ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือ ว่าซิงซิงหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 และขาดการติดต่อไปโดยสิ้นเชิง รายละเอียดระบุว่า ก่อนหน้านี้ซิงซิงได้พูดคุยกับผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ของไทย ซึ่งเมื่อสืบค้นขอมูลในอินเทอร์เน็ตก็พบดูว่าน่าเชื่อถือ จึงร่วมส่งคลิปวิดีโอเพื่อร่วมออดิชัน จากนั้น ซิงซิงก็ได้รับแจ้งว่าผ่านการคัดเลือก และถูกตัวแทนเร่งให้เดินทางมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ซิงซิงจึงได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมงาน โดยบริษัทดังกล่าวออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ และเดินทางจากสนามบินผู่ตง ประเทศจีน มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลาประมาณ 3.00น. รายละเอียดที่แปลและสรุปโดยเฟซบุ๊กเพจ ลุยจีน ระบุว่า เมื่อมาถึง ทางบริษัทดังกล่าวได้ซื้อบริษัท VIP ให้คนช่วยพาตัวออกมา และมีการจัดเตรียมรถไว้ต้อนรับ โดยคนขับเป็นคนไทย ระหว่างการเดินทาง ซิงซิงได้ส่งรูป และพิกัดให้กับแฟนสาวไว้ตลอดเวลา โดยแฟนสาวได้โพสต์สรุปไว้ว่า หลังเดินทางถึงประเทศไทย ผ่าน ตม. ออกมา เป็นเวลา 4.00น. จากนั้น 6.46น. ถึง จ.ชัยนาท 8.26น. ถึง จ.กำแพงเพชร 9.30น. มีการเปลี่ยนรถ และ 9.40น. อยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จนสุดท้ายในเวลา 10.10น. ถูกนำตัวข้ามไปยังแหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมย ฝั่งเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก และขาดการติดต่อไป หลังเกิดเหตุการณ์ แฟนสาวจึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากสำนักงานความมั่นคงเซี่ยงไฮ้ สถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือทันที หลังจากนั้นไม่นาน เฟซบุ๊กเพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ว่า สถานทูตจีนประจำประเทศไทยและสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือแล้ว และกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น ประมาณ 10.00 น. วันนี้ (7 มกราคม 2567) เฟซบุ๊กเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสต์ความคืบหน้าว่า ตำรวจสืบสวน จ.ตาก รับเเจ้งจากพันตรีหม่องวิน รองผู้บัญชาการบีจีเอฟ (BGF) หรือกองกำลังพิทักษ์ชายแดน แจ้งมายัง พันตำรวจเอกพิทยากร เพชรรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ว่าพบซิงซิงที่ชายแดนในฝั่งเมียนมาแล้ว เวลา 12.50 น. มีรายงานจากหน่วยความมั่นคงว่า ซิงซิง อยู่ที่เมืองชเว โก๊กโก่ กับพันตรีหม่องวินแล้ว และประสานงานกับ ตม. ทั้งไทยและเมียนมาเรียบร้อย จะส่งตัวให้ฝั่งไทยไม่เกิน 14.00 น. เบื้องต้น ซิงซิงให้การกับพันตรีหม่องวิน ว่า ตนมาเยี่ยมญาติที่เมืองชเว โก๊กโก่ สำหรับเมือง ‘ชเว โก๊กโก่’ ตั้งอยู่บนชายแดนรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ภายใต้การปกป้องพิทักษ์รักษาของกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติ (Karen National Army - KNA) เมืองนี้เคยถูกเรียกว่า ‘เมืองสีเทา’ ที่ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาโดยนักลงทุนชาวจีน จนกลายเป็นแหล่งอาชญากรรม ทั้งการพนัน สแกมเมอร์ ฟอกเงิน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ หรือที่เราคุ้นเคยอย่าง แก๊งคอลเซนเตอร์ จากภาพล่าสุดที่ถูกเปิดเผยออกมา ซิงซิง อยู่ในทรงผมที่โกนผมออกทั้งหมด ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าซิงซิงไปโผล่อยู่ที่เมืองสีเทานี้ ทำให้คนตั้งขอสังเกตว่าโกนผมทำไม ถูกทำร้ายหรือไม่ และมาเยี่ยมญาติด้วยตัวเองจริงหรือเปล่า ระหว่างที่เกิดกระแสพูดถึงกรณีซิงซิงหายตัวไป ชาวจีนส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่าเหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง No More Bet ของจีน ว่าด้วยการลักพาตัวคนจีนไปทำงานเป็นแรงงานทาส ทั้งชาวจีน และชาวไทยเอง ยังตั้งข้อสังเกตว่า ซิงซิง อาจไม่ใช่เหยื่อรายแรกที่ถูกหลอกลวงและถูกนำตัวมา เนื่องจากผู้ที่หลอกลวงนั้นมีกระบวนการที่ดูเป็นมืออาชีพจนทำให้ตนดูน่าเชื่อถือ และยังมีผู้มีส่วนร่วมเป็นคนไทยอีกด้วย เช่น คนขับรถคันที่พาซิงซิงพาไปถึงแม่สอด คำถามที่ยังคงหลงเหลืออยู่และจะต้องติดตามต่อไป คือการสอบสวนว่าผู้กระทำเป็นใครกันแน่ และมีจุดประสงค์อะไร นอกจากนั้น คนยังเรียกร้องให้สาวไปถึงประเด็น ‘จีนเทา’ ที่อาจมีขบวนการใหญ่เบื้องหลังให้ได้ เพราะเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยของชาวไทย นักท่องเที่ยว และต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย
อ้างอิงจาก