โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมืองแห่งคอนเทนต์! “ไทย” มีครีเอเตอร์เยอะเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองอินโดฯ

Positioningmag

อัพเดต 28 พ.ย. 2567 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 05.57 น.

จากข้อมูลของ DAAT (สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ Digital Advertising Association (Thailand) เผยว่า การเติบโตของสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการรวมการทำคอนเทนต์และการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นกว่า 3.3% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,686 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ทำให้ คอนเทนต์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจที่เหล่านักการตลาดและเจ้าของธุรกิจต้องให้ความสนใจและมีการพัฒนาไอเดียทำคอนเทนต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
[caption id="attachment_1501199" align="alignnone" width="2866"]

ปัทมวรรณ สถาพร ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย (GroupM)[/caption]
“ไทย” มีครีเอเตอร์เยอะเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดฯ
ปัทมวรรณ สถาพร ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย (GroupM) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคที่พฤติกรรมการเสพสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับสื่อที่มีความ Authentic หรือสื่อที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นการทำคอนเทนต์ผ่านครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์รวมทั้งการใช้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ มาประกอบคอนเทนต์ กลายเป็นอาวุธสำคัญในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากจะเชื่อมโยงการสื่อสารทางการตลาดไปสู่ผู้คนทั่วโลกได้แล้ว ยังสามารถดึงดูดให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ผ่านครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์นั้นๆ ทำให้ต่อยอดไปสู่การสร้างยอดขายได้จริงผ่าน Content Commerce (การทำคอนเทนต์ในเชิงพาณิชย์) ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า 1 ใน 2 หรือคิดเป็น 30% ของผู้บริโภค มักถูกใจและมั่นใจในคอนเทนต์ที่มาจากครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในคอมมูนิตี้หรือเรื่องนั้นๆ เช่น บิวตี้ หรือ เกม มากกว่าคอนเทนต์ที่มาจากแบรนด์โดยตรง
ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนครีเอเตอร์ที่เกิดขึ้นทุกๆ ชั่วโมงทั่วโลกกว่า 285 คน โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีจำนวนครีเอเตอร์อยู่เยอะเป็นอันดับ 2 ใน SEA เป็นรองแค่อินโดนีเซียเท่านั้น
เทรนด์คอนเทนต์ปี 2024
WiseSight บริษัทให้บริหารวิเคราะห์ข้อมูล Social Media เผยว่า Theme Content ที่ได้รับความนิยมในปี 2024 มีอยู่ด้วยกัน 6 ประเภท ได้แก่

  • Family & Pet

  • Working & Money

  • Believe & Mutelu

  • Entertainment (Celeb, Fandom, Music, Game, Sport, การประกวด)

  • Lifestyle (Food, Health, Travel)

  • Social Issue (การเมือง และ ความเท่าเทียม)

นอกจากนั้นยังมีสไตล์ของคอนเทนต์อีก 6 สไตล์ที่ได้รับความนิยมในปี 2024 เช่นกัน อาทิ

  • Meme (มีมตลก)

  • Mentality (จิตวิทยา)

  • Surprise Knowledge (ความรู้ใหม่ๆ ที่น่าประหลาดใจ)

  • Yes, I am (ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมนั้นๆที่เหมือนกันของคน)

  • Game & Challenge

  • Vlog / Behind The Scene

ครีเอเตอร์เร่งปรับตัว รับพฤติกรรม “ออนดีมานด์”
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิต ส่งผลให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป รวมถึงการเสพสื่อความบันเทิงก็มีหลากหลายมากขึ้น ทำให้บริษัทแพลตฟอร์มต่างๆต้องเร่งปรับตัว ผลิตคอนเทนต์ออกมาแต่ละชิ้นงานก็ต้องมีความทันสมัยและตอบโจทย์เพื่อมัดใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ “ธี่หยด” กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเป็นพฤติกรรมแบบออนดีมานด์ คือ ต้องการความสะดวกสบาย เข้าถึงง่าย เมื่อพอใจจึงตัดสินใจซื้อและต้องได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ต้องยอมรับว่าส่งผลต่อแวดวงการหนังจอเงินไม่น้อย เพราะเมื่อก่อนเวลาจะดูหนังผู้บริโภคมักจะเดินทางไปที่โรงหนังเพื่อเลือกเวลาฉายและซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังในโรง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคจะเลือกดูหนังตามกำหนดการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแพลตฟอร์มที่จะดู เวลาที่สะดวกดู ไม่ซีเรียสว่าจะดูจบหรือไม่
ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคนิยมจ่ายเงินเพื่อซื้อแพ็กเกตเพื่อดูหนังในแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้หนังหรือคอนเทนต์ประสบความสำเร็จแล้ว ผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆหรือผลิตหนังสักหนึ่งเรื่องจะต้องมีการรีเสิร์ชข้อมูลเพื่อมากำหนดตีมคอนเซ็ปต์ของหนังให้มีความสมเหตุสมผล มีความเป็นธรรมชาติ ทำยังไงให้ดึงดูดความสนใจของผู้ชม เรื่องโปรดักชั่นก็ต้องดีและการวางแผนการตลาดที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน


“ไทย” เตรียมปั้นคอนเทนต์เทียบชั้นเกาหลีใต้
อภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมการดูคอนเทนต์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในสมาร์ทโฟนที่รูปแบบการดูสตรีมมิ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงสู่รูปแบบใหม่ที่มีความออนดีมานด์มากขึ้น ซึ่งคลิปสั้นในรูปแบบคอนเทนต์ 1-2 นาที อาทิ มีมข่าว เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนดูและกำลังได้รับความนิยม
จากปัจจัยดังกล่าว ในฐานะผู้ผลิตคอนเทนต์ทาง TV ก็ต้องบอกว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้คอนเทนต์ละครที่ผลิตออกมา ตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่มีอยู่ทุกกลุ่มทุก GEN
โดยใช้การเก็บข้อมูลผู้ใช้งานที่บริษัทฯเห็น เช่น ความถี่และช่วงเวลาในการเข้าชม หรือ คอนเทนต์แนวไหนที่กำลังเป็นที่นิยม เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้วก็นำมาวิเคราะห์และมีการนำเสนอออกไปยังไงให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนดู ให้คนดูหรือผู้บริโภคกลับมาที่แพลตฟอร์มเราอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มให้เลือกเสพมากมายและผู้บริโภคแต่ละคนก็มีแพลตฟอร์มที่ชอบในใจ เช่น บางคนชอบเข้า TikTok บางคนชอบดูผ่านสตรีมมิ่ง เป็นต้น
ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯเน้นผลิตคอนเทนต์แนว Empower Women (หญิงเก่ง หญิงแกร่ง) มากขึ้นเนื่องจากเป็นแนวที่ขับเคลื่อนการเติบโตของแพลตฟอร์ม TV และได้รับความนิยมอย่างมาก หากผู้ผลิตไทยปรับตามดีมานด์และผลิตคอนเทนต์ตอบสนองผู้บริโภคในระดับสากลได้ ก็จะได้ฐานกลุ่มอินเตอร์แฟนจำนวนมาก ผนวกกับมีความร่วมมือภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็จะส่งผลให้ไทยก้าวสู่ประเทศดาวรุ่งต่อจากเกาหลีใต้ได้เลยทีเดียว
คอนเทนต์พากษ์ไทยเจาะตลาดสูงวัย ทำซีรีส์จีนโต 27%
กนกพร ปรัชญาเศรษฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขาย และผู้จัดการWeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า WeTV คือ แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงเพื่อความบันเทิงที่มีคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วเอเชีย ทั้งซีรีส์ วาไรตี และอนิเมะ ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคในแพลตฟอร์มก็เป็นพฤติกรรมแบบออนดีมานด์เช่นกัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งคอนเทนต์จีนมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 27% ซึ่งในกลุ่มผู้ใช้งานในเขตเมืองรองนั้นมีอัตราการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุจะมีจะนิยมคอนเทนต์พากษ์ไทยของทางแพลตฟอร์มกันเป็นส่วนมาก ทำให้ WeTV มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
WeTV มีทั้งการเลือกนำซีรีส์จีนเข้ามาฉายบนแพลตฟอร์ม และผลิตคอนเทนต์ซีรีส์ไทยส่งออกต่างประเทศเช่นกัน สิ่งสำคัญคือการทำให้แพลตฟอร์มมีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคก็สำคัญ
การส่งออกซีรีส์ไทย ทางแพลตฟอร์มก็มีเกณฑ์ในการคัดเลือกที่ค่อนข้างเยอะ แต่ปัจจัยหลักคือการเลือกนวนิยายที่ได้รับความนิยมและมีฐานแฟนคลับอยู่แล้วมาต่อยอดผลิตเป็นซีรีส์ เป็นต้น
ส่วนซีรีส์จีนที่ฉายบน WeTV มีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นแพลตฟอร์มในเครือของบริษัท เทนเซ็นต์ ที่เป็นบริษัทไอทีของจีนที่ทำธุรกิจด้านความบันเทิงด้วย ซึ่งใน 1 ปี บริษัทฯ มีการผลิตซีรีส์จีนกว่า 80 เรื่อง ทำให้สามารถเลือกนำซีรีส์เข้ามาฉายบนแพลตฟอร์มได้หลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนต์ที่ย่อยง่าย
เช่น เรื่องเกี่ยวกับความรัก ตลก หรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับความหลากหลายทั้งทางเพศและความคิดสร้างสรรค์ ก็กำลังเป็นที่นิยมมากในแพลตฟอร์ม ฉีกกรอบการดูซีรีส์จีนแบบเดิมๆที่เมื่อก่อน มักจะเป็นแนวต่อสู้กำลังภายในเสียส่วนใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...