TKC ทะยานต่อ ปักธงธุรกิจโทรคมนาคม ก้าวสู่ผู้นำดิจิทัลโซลูชั่น
TKC ทะยานต่อ ปักธงธุรกิจโทรคมนาคม ก้าวสู่ผู้นำดิจิทัลโซลูชั่น งบปี 65 กำไรโต 20% ทะลุเป้า กวาดรายได้ 2,459 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2565 มีรายได้รวม 2,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้ 2,194 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 241 ล้านบาท โตขึ้น 20% จากปี 2564 โดยมีสัดส่วนรายได้จากงานโครงการ 52% รายได้จากงานบริการวิศวกรรม และบำรุงรักษา 36% รายได้จากการจัดจำหน่าย 12% อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกำไรเบ็ดเสร็จที่รวมรายได้จากการลงทุนแล้วบริษัททำกำไรในปี 2565 ได้ 276 ล้านบาท
นายสยามกล่าวด้วยว่า ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่า 20% โดยมีทิศทางการเติบโตจากธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ ธุรกิจด้าน Smart solution ต่างๆ เน้นสร้างรายได้เข้าอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส
“ธุรกิจหลักด้านโทรคมนาคม มีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากมีความชัดเจนเรื่องการควบรวมกิจการของโอเปอเรเตอร์ TKC มีโอกาสสร้างรายได้จากการเติบโตจากอุตสาหกรรมที่เรามีความเชี่ยวชาญมากว่า 18 ปี ขณะที่ ธุรกิจสายงานไอที IoT AI รวมทั้งระบบคลาวด์ ยังคงเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ กลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน มองหาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร จึงเป็นปีที่สดใสของอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลโซลูชั่น ขณะเดียวกันสายงานธุรกิจ Public safety หรือความปลอดภัยสาธารณะ ปีนี้เราน่าจะเห็นความชัดเจนของระบบ National Trunk จากภาครัฐ ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์จากการทำระบบ LTE เป็นรายแรกๆ ในประเทศไทย” นายสยามกล่าว
นายสยามกล่าวว่า ในปี 2566 นี้ คาดว่าจะเป็นปีที่ TKC สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จากภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐ และเอกชนพร้อมที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และ Cyber security หรือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าธุรกิจด้าน Green solution ทั้งแท่นชาร์จไฟฟ้า (EV Charger), รถไร้คนขับ และ Solar Cell ที่มีความก้าวหน้าทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง
และ TKC ยังให้ความสำคัญในธุรกิจ Smart solution ที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก เช่น Smart Hospital หรือ โรงพยาบาลอัจฉริยะ Smart Logistics หรือ ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ Smart Building หรืออาคารอัจฉริยะ Smart Airport หรือสนามบินอัจฉริยะ ซึ่งเป็นฐานธุรกิจเดิมที่ TKC ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว TKC จึงมีจุดแข็งที่จะสร้างโอกาสขยายธุรกิจต่อๆ ไป
นายสยามยังกล่าวถึงโครงการในปี 2566 ที่บริษัทเพิ่งเซ็นสัญญา ได้แก่ โครงการสร้าง Smart Building มูลค่าเกือบ 400 ล้านบาท ปีนี้ TKC ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำในการจัดอบรมบุคลากรด้านไซเบอร์ให้กับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐาน (Critical Infrastructure CI) เช่น ไฟฟ้า ประปา โดยปี 2565 ที่ผ่านมา TKC ได้ร่วมกับหน่วยงานด้าน Cyber Security ในการสร้างบุคลากรด้านไซเบอร์ ผ่านการอบรมและรับรองกว่า 3,000 คน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและรับมือภัยคุกคามด้านไซเบอร์ภายในประเทศไทย
สำหรับโครงการเพื่อสังคม หรือ CSR นายสยามกล่าวว่า ปีนี้ TKC ร่วมมือกับมูลนิธิณัฐภูมิ ที่จังหวัดลำปาง ในการพัฒนาโครงการ Smart Farming โดยการนำระบบ IT มาสนับสนุนการเพาะปลูกผัก ผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเป้าหมายที่สำคัญคือเกษตรกรสามารถสร้างกำไรที่ดีขึ้น ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะทำโครงการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งโครงการคือโครงการสร้างศูนย์ฝึกอบรมโดรนร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอีกด้วย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท กําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 เมษายน 2566 และกําหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 สำหรับสิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม สามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2566 ในวันที่ 20 เมษายน 2566 นี้