โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รบ.อัดงบ 1,750 ล้านบาท ผุด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี

Thai PBS

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Thai PBS

วันนี้ (20 ก.ค.2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมนำเสนอแผนขออนุมัติใช้งบกลางวงเงินรวม 1,750 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ ผ่านโครงการใหม่ในชื่อ "ไทยเที่ยวไทยพลัส"

รายละเอียดของโครงการประกอบไปด้วย การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย ในอัตราร้อยละ 50 สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งกำหนดสิทธิไว้จำนวน 500,000 สิทธิ ควบคู่ไปกับการแจกคูปองดิจิทัล (Digital Coupon) มูลค่า 500 บาท/สิทธิ เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดระบบให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนและใช้สิทธิได้ในช่วงปลายปีนี้ผ่านทางแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ซึ่งทางกระทรวงฯ คาดว่า จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 32,000 ล้านบาท

นอกเหนือจากมาตรการด้านที่พักแล้ว รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการเสริมในการสนับสนุนค่าโดยสารตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยจะสนับสนุนส่วนลดจำนวน 400 บาท/ที่นั่ง/เที่ยว สำหรับการเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นเมืองหลัก และสนับสนุนจำนวน 600 บาท/ที่นั่ง/เที่ยว สำหรับการเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นเมืองรอง ซึ่งมาตรการส่วนลดตั๋วเครื่องบินนี้ตั้งเป้าหมายที่จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางสะสมราว 200,000 คน หรือคิดเป็นปริมาณที่นั่งโดยสารประมาณ 400,000 ที่นั่ง

เอกชนแนะโยกงบฯ อุ้มช่วงโลว์ซีซัน

ทางด้าน นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า ช่วงเวลาที่จะดำเนินโครงการซึ่งตรงกับช่วงฤดูท่องเที่ยวหลักหรือไฮซีซัน (High Season) นั้น อาจจะไม่ตอบโจทย์ในการฟื้นฟูและเยียวยาภาคการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมากอยู่แล้ว

รัฐบาลควรพิจารณานำงบประมาณก้อนนี้ ไปใช้กระตุ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวซบเซาหรือโลว์ซีซัน (Low Season) จะมีความคุ้มค่ามากกว่า หลังพบสถิติอัตราการเข้าพักแรมทั่วประเทศในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 52 เท่านั้น และยังมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 3

ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังคงจำเป็นต้องดำเนินโครงการในช่วงปลายปีนี้ ทางสมาคมฯ เสนอให้มีการจำกัดเงื่อนไขให้สามารถใช้สิทธิได้เฉพาะการเดินทางใน "วันธรรมดา" เพื่อช่วยกระจายปริมาณนักท่องเที่ยวและลดความหนาแน่นในช่วงวันหยุด

ด้าน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้น้ำมันอากาศยานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากระดับเดิมที่ 85-90 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทะยานขึ้นไปกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

อย่างไรก็ตาม หากการปะทะรอบใหม่นี้ไม่ยืดเยื้อ อัตราค่าโดยสารก็มีโอกาสปรับตัวลดลงมาได้ ซึ่งทาง กพท. จะติดตามต้นทุนและงบการเงินของแต่ละสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราคาค่าโดยสารมีความเหมาะสม เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ กพท. ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการช่วยลดต้นทุนให้แก่สายการบิน เช่น การพิจารณาลดค่าธรรมเนียมสนามบิน และค่าธรรมเนียมการเดินอากาศ เพื่อประคองธุรกิจการบินและลดแรงกดดันที่จะส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบิน พร้อมทั้งร่วมผลักดันให้สายการบินขยายเส้นทางบินตรงสู่เมืองรองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) ที่จะต้องบริหารจัดการให้มีสัดส่วนผู้โดยสารเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของความจุในแต่ละเที่ยวบิน

อ่านข่าว :

ขนส่งเปิดตรวจข้อมูลทะเบียนรถฟรี แก้ปัญหา ปชช.ถูกตัดสิทธิบัตรคนจน

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนลดลง ทะเลอันดามัน-อ่าวไทย คลื่นสูงกว่า 2 เมตร

ประมวลภาพ "สเปน" แชมป์ฟุตบอลโลก 2026 "โรดรี" คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ครม.เคาะงบ 843 ล้านบาท ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้

29 นาทีที่แล้ว

ครม.ไฟเขียว ตั้ง "รพีภัทร์" นั่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนใหม่

34 นาทีที่แล้ว

หวั่นทุเรียนใต้ “ล้น” ตลาด พาณิชย์ เร่งระบาย ยันราคาดี 105 บาท/กก.

50 นาทีที่แล้ว

ประกันสังคมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัว "ครูทราย" 4 แสนบาท

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...