สคส. รีเซ็ต Username–Password ทั่วประเทศ ดัน MFA ปิดช่องข้อมูลรั่ว
วันนี้ (12 ส.ค.2569) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ Password ของระบบที่เกี่ยวข้อง
พร้อมติดตามการเปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication : MFA) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ
การดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการขานรับมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ในวาระเรื่องแนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตนรั่วไหล
ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้มาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย เช่น ระบบ MFA หรือการนำระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เช่น ThaID และวิธีการยืนยันตัวตนที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงมาใช้งาน พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติโดยเร็ว
สคส. ลุยสกัดช่องโหว่ครอบคลุม "ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ"
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกับ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐโดยมิชอบ
โดย สคส. ได้วางโครงสร้างการทำงานที่ครอบคลุมทั้ง "ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ" ควบคู่กับการยกระดับมาตรการป้องกันเชิงระบบ เพื่อปิดช่องโหว่และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชนอย่างยั่งยืน
ในส่วนของหน่วยงาน "ต้นน้ำ" ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบและฐานข้อมูลสำคัญ ทางกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ได้รายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต่อ สคส. พร้อมทั้งเข้าดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และระงับช่องทางที่เสี่ยงต่อการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบแล้ว
โดยกรมการขนส่งทางบกได้สั่งระงับการเชื่อมต่อระบบ API ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่กรมการปกครองได้สั่งระงับการเข้าถึงระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อข้อมูลของประชาชน
ย้ำใช้เพียงรหัสผ่านไม่พออีกต่อไป
นอกจากนี้ สคส. ได้บูรณาการการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภาพรวมของประเทศ พร้อมถ่ายทอดแนวทางตามมติ ครม. สู่การปฏิบัติจริงผ่านเครือข่าย DPO ทั่วประเทศ
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวเน้นย้ำว่า การใช้เพียง Username และ Password แบบเดิมไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน สคส. จึงเร่งประสาน DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ให้เร่งตรวจสอบและรีเซ็ต Username-Password ของบัญชีผู้ใช้ทั้งหมด พร้อมทั้งสั่งปิดหรือลบระบบที่ไม่มีการใช้งานแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดช่องทางรอยรั่วเดิม
สำหรับมาตรการระยะต่อไป สคส. จะติดตามและดันให้ทุกหน่วยงานเปิดใช้ระบบ MFA โดยเฉพาะระบบที่มีการจัดเก็บ ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน พร้อมส่งเสริมให้นำระบบ ThaID มาใช้ตามความเหมาะสม โดยเน้นย้ำว่า DPO คือหัวใจสำคัญตามกฎหมาย PDPA ที่จะช่วยกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย และขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็ว
เกาะติด "กลางน้ำ-ปลายน้ำ" ตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
สำหรับมาตรการในส่วน "กลางน้ำ-ปลายน้ำ" ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้คุกคามภายนอก หรือผู้ที่นำข้อมูลไปเข้าถึง ใช้ หรือเผยแพร่โดยผิดกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดโดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งทาง สคส. พร้อมสนับสนุนข้อมูลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มอำนาจหน้าที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานสูงสุด
อ่านข่าว :
ชายมาเลเซียวัย 52 เสียชีวิตระหว่างเปลี่ยนเครื่องที่สุวรรณภูมิ ก่อนบินต่อญี่ปุ่น
แผ่นดินไหว "โคลอมเบีย" เสียชีวิตพุ่ง 250 คน คาดสูญหาย 3,900 คน
บทลงโทษจากสงคราม 14 ปี ศาลซีเรียสั่งประหาร "บาชาร์ อัล-อัสซาด"