โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะล้อซอซึงในสวนป่า / เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 06.00 น.

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สะล้อซอซึงในสวนป่า

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานประลองดนตรีสะล้อ ซอ ซึง ที่ลำปาง สนุกนักกับเสน่ห์สำเนียงเหนือ

งานนี้จัดที่ไร่ผดุงธรรม อยู่ในป่าสักของอาจารย์ผดุง พรมมูล อาจารย์ศิลปะคนสำคัญซึ่งมาสร้างอาณาจักรศิลปะอยู่ที่นี่ ห่างจากตัวจังหวัดราวสามสิบกว่ากิโล

เจ้าภาพคือความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ม.สวนดุสิต ศูนย์การศึกษา สำนักวัฒนธรรม และมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข

ไร่ผดุงธรรมที่ว่าเป็นป่าสักนั้นสมเป็นป่าโดยแท้ ด้วยรื่นร่มไปด้วยต้นสักสูงใหญ่ตระหง่าน มีสิ่งปลูกสร้างที่กลมกลืนเข้าบรรยากาศดีจริง

ดีจริงยิ่งกว่านั้น งานนี้ยังเปิดโอกาสให้ชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ของตนมาจำหน่ายเป็นเชิงตลาดวัฒนธรรม กับพิเศษคือมีศิลปินมานั่งเขียนรูปทั้งแสดงทั้งจำหน่ายกันอย่างคึกคัก

งานนี้มีสามวันคือ 9-11 มิถุนายน 2565 แต่ละวันมีชาวบ้านชาวเมืองมาเยี่ยมชมและดูการแข่งขันวงสะล้อ ซอ ซึงนับเป็นพันๆ คน

ดนตรีร่วมประลองเพลงนั้นมีถึง 17 วง คัดเลือกจนเหลือสี่วงสุดท้ายคือ วงนพเนรมิต จ.เชียงใหม่ วงจุ๋มป๋าลาว จ.ลำพูน วงแสนละเมา จ.เชียงใหม่ และวงเสลารัตน์ จ.ลำปาง

วงชนะเลิศคือวงแสนละเมา นอกนั้นเป็นรองชนะเลิศเท่ากันหมดทั้งสามวง

เท่าที่ดูล้วนเป็นหนึ่ง ดีเยี่ยมเท่ากันทั้งสี่วง ด้วยแต่ละวงมีความเป็นเอกเฉพาะตน เช่น

วงแรก นพเนรมิต นำด้วยนักร้องสาวสวยเสียงหวานจับใจสำแดงพลังของเสน่ห์ล้านนาเต็มที่ครบถ้วนลำดับกระบวนเพลงแต่อดีตถึงปัจจุบัน

วงสอง จุ๋มป๋าลาว จุ๋มป๋าก็คือจำปา ฉะนั้น จำปาลาวคือดอกลั่นทม ที่ลาวเรียกกันอยู่นั่นเอง วงนี้มีแค่ห้าคน พอดีเครื่องดนตรีมีสะล้อ (ซอ) ขลุ่ย ซึง กับกลองให้จังหวะ แต่ละเครื่องแต่ละเพลงสะกดจิตสะกดใจดีนักเหมือนได้ฟังต้นฉบับดั้งเดิม

คำว่า “ซอ” นั้นหมายถึงการขับลำนำหรือขับร้อง ส่วนเครื่องดนตรีที่ใช้คันสีแบบซอทั่วไปนั้น เรียก “สะล้อ”

วงจุ๋มป๋าไม่มีขับซอคือไม่มีขับร้อง แต่ดนตรีล้วนๆ นี่แหละได้บรรยากาศและอารมณ์ดีนัก

เสียงสะล้อนั้นเหมือนสายฝนโปรยปราย

เสียงซึงเหมือนสายน้ำในแก่งธารผ่านเพิงหิน

เสียงขลุ่ยคือสายลมแผ่วผิวและหวิวหวีด

นึกดูเถิด หลับตาฟังเสียงสายฝน สายธาร สายลมที่กลางป่า นั้นแสนจะระรื่นชื่นใจปานใด

วงสาม แสนละเมา เป็นวงสนุกสนานสุดได้ใจทั้งกรรมการและประดาแฟนชาวบ้านดีนัก โดดเด่นตรงการขับลำหรือการร้องนั้นได้นำมาประยุกต์เป็นการแสดงกึ่งละครเพลงที่มีชาวบ้านผู้ทำมาค้าขายมาบ่นมาแข่งขาย ทั้งเรื่องขึ้นราคาน้ำมัน แต่ไม่ขึ้นค่าหวย ยังมีพ่อหลวงเป็นตัวกลางคอยกำกับกำหนดอีก จนชาวบ้านต่อว่า “คิดแบบหลวงไม่คิดแบบราษฎร” เฮฮาสนุกนัก

วงเสลารัตน์ นับเป็นวงเน้นมาตรฐานเต็มที่ทั้งเครื่องดนตรีหลากหลายครบครัน สลับสับเปลี่ยนกัน ไพเราะนักหนาคือ ปี่จุมห้าเลาให้เสียงอารมณ์ดึกดำบรรพ์ดีแท้ กับคนขับลำหญิงชายที่นั่งร้องนั่งรำร่ายตลอด ทั้งไพเราะและงดงามยิ่ง

ทุกวงคือเสน่ห์ล้านนาอันจะหาฟังยากยิ่งขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้น ชาวบ้านจึงแห่กันมาฟังเหมือนได้คืนสู่อดีตอันเฝ้าโหยหาด้วยหล่นหายไปกับยุคสมัยนานนักแล้ว

ถ้างานนี้ไปจัดในศูนย์การค้าเชื่อแน่เลยว่าจะเป็น “อีเวนต์” จืดชืดที่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปร่วมเลย ด้วยร่มแอร์นั้นไหนเลยจะสู้ร่มไม้ เหยียบได้ทั้งแผ่นดินและดูได้ทั้งแผ่นฟ้า สวยสลับสลักสีอ่อนแก่ให้กับใบไม้ที่เป็นดังหลังคาชีวิต

ดนตรีอย่างนี้ในบรรยากาศอย่างนี้แหละที่สังคมทำหล่นหายไปจากชีวิตคน ไม่ใช่เป็นเรื่องหมดสมัยหรือล้าสมัย หากมหาพายุแห่งยุคสมัยที่โหมกระหน่ำทุกทิศทางนี่ต่างหากได้ฉุดกระชากลากถูรสนิยมของสังคมไทยให้กลายเป็น

“ตามเขาแล้วเก่ง คิดเองแล้วโง่”

การเปิดพื้นที่วัฒนธรรมทำนองนี้จึงเป็นความจำเป็นยิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องเร่งตระหนัก

ภาคราชการต้องมองความจริงให้ออกว่า งานศิลปวัฒนธรรมต้องนำพัฒนาสังคมทุกภาคส่วน

ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคธุรกิจต้องเร่งทำความเข้าใจพื้นฐานมั่นคงของสังคมนั้นอยู่ที่ประชาชน อย่ามองเห็นแค่ประชาชนเป็นลูกค้าเท่านั้น และต้องตระหนักให้ได้ว่า

วัฒนธรรมไม่ใช่สินค้า

แต่สินค้าต้องอาศัยวัฒนธรรม

ภาคประชาสังคมต้องรวมตัวรวมใจให้เข้มแข็งสร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรมอันเป็นจิตวิญญาณของประชาชนให้ปรากฏทั้งคุณค่าและเป็นมูลค่าได้จริง

และต้องตระหนักด้วยว่า “ทำความดีไม่ต้องขออนุญาตใคร เพียงขอความร่วมมือ” เท่านั้น

นั่นคือการ “สานพลังสามภาคส่วน” ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน (ธุรกิจ) ภาคประชาสังคม ในลักษณะ “ไตรภาคี” อย่างได้ดุลยภาพ

นี้คือ ข้อด้วยของงานศิลปวัฒนธรรมบ้านเรา •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...