โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ปอดบวม...รวมหลากวิธีดูแลตัวเอง

Health Addict

อัพเดต 27 มิ.ย. 2565 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 08.50 น. • Health Addict
ปอดบวมป็นโรคหนึ่งที่มาพร้อมกับฤดูฝน และฤดูหนาว เกิดขึ้นได้กับทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนไปถึงสูงอายุ และโรคปอดบวม ถือได้ว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ถ้าอย่างงั้นนอกจากจะดูแลใจก็คงต้องหันมาดูแลปอดกันหน่อยซะแล้ว

“ฝนตั้งเค้าอีกแล้ว” เพลงฮิตติดเพลย์ลิสต์ประจำซีซั่น ที่นอกจากเรื่องของฝนฟ้าแล้ว ยังจะมีโรคภัย ที่ไม่ใช่แค่โรคหวัดต่อคิวกันเข้ามา ถ้าหากว่าไม่ดูแลตัวเองให้ดี เพราะได้มีข้อมูลจากรายงานการเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขบอกไว้ว่าปัจจุบันสถานการณ์ “โรคปอดบวม” ที่ไม่รวมการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยในปี 2564 พบผู้ป่วย 125,129 ราย โดยพบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ตามด้วยกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะแบบนี้ไงถึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง เพื่อที่ซีซั่นนี้…หรือซีซั่นไหน ก็จะได้รอด

ปอดบวม = ปอดอักเสบ?
ปอดบวม หรือ ปอดอักเสบ เป็นโรคหนึ่งที่มาพร้อมกับฤดูฝน และฤดูหนาว พบได้กับทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสูงอายุ แต่ตามสถิติแล้ว โรคปอดบวม ถือได้ว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และยังเป็นชนิดของปอดอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเชื้อโรคที่เข้าสู่ปอดและทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา เชื้อที่พบจะแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอายุ และสภาพแวดล้อมที่เกิดโรค ซึ่งอาการที่สำคัญ คือ มีไข้ ไอ เจ็บหน้าอก และหอบเหนื่อย โดยอาจไม่จำเป็นจะต้องเป็นครบทุกอาการ แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนต้น หรือโรคหวัดนำมาก่อน หลังจากนั้นจึงมีอาการไอ และหายใจหอบตามมา รวมถึงบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน รวมอยู่ด้วย
ปอดบวมกับอาการแทรกซ้อนที่ (อาจ) ตามมา
ภาวะแทรกซ้อนของปอดบวมโดยส่วนใหญ่จะเกิดในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้

  • ฝีในปอด ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยมีการทำลายเนื้อปอดจนเกิดเป็นโพรง

  • เชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จนเชื้อแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและไปตามอวัยวะอื่นๆ จนอาจเป็นที่มาของอาการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรือมีอาการข้ออักเสบ

  • เกิดของเหลวที่ก่อตัวขึ้นบริเวณระหว่างชั้นของเนื้อเยื่อปอดและภายในช่องอก หรือที่เรียกว่าน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด

  • ถ้าหากเป็นปอดบวมขั้นรุนแรง หรือขั้นเรื้อรัง ก็อาจทำให้มีปัญหาเรื่องการหายใจ เนื่องจากออกซิเจนไม่เพียงพอจนอาจทำให้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

  • หลอดลมพอง ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง และมีเสมหะเป็นจำนวนมากป้องกัน รักษา อย่าปล่อยให้…ปอดบวม
    สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อจะสามารถดูแลและป้องกันตัวเองได้ด้วยการ…

  • ไม่อยู่ในที่แออัด

  • หลีกเลี่ยงควันไฟ หรือควันบุหรี่

  • ดูแลให้ความอบอุ่นร่างกายอยู่เสมอ

  • กินอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบ 5 หมู่

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่าง เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่ผ่าตัดม้ามนอกจากนี้ในส่วนของการรักษานั้นจะต้องขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่ผู้ป่วยได้รับ และความรุนแรงของอาการ โดยแบ่งการรักษาออกเป็น

  • การรักษาตามอาการทั่วไป

  • โรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ มักใช้ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง และไม่มีอาการแทรกซ้อน

  • การรักษาปอดบวมที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น อาจมีอาการรุนแรงหรือรุนแรงมาก เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดถึงยังไง ปอดบวม ก็ยังพอรับมือไหว แต่ถ้า ปลอด (ปอด) ใครมารัก นี่งานยากนะ…บอกเลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...