โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อโลกต้องการความฟรุ้งฟริ้ง – รู้จัก “โรโกโก” (Rococo) ศิลปะแห่งความเยอะสิ่ง

นิตยสารคิด

อัพเดต 04 เม.ย. 2567 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2567 เวลา 01.45 น.
rococo-art-cover

หากใครติดตามเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน ก็คงจะเห็นกระแสไม่นานมานี้อย่าง “โบว์เวียดนาม” ที่มีทั้งชุดฟูฟ่องและการประดับโบว์เล็ก ๆ แสนนุ้บนิ้บหัวใจ หรือในช่วงหลังหากพูดถึงโทนสีประจำปีก็จะเห็นกระแสพาเลต “สีพาสเทล” ซึ่งแพร่กระจายไปทั่ววงการออกแบบ การใช้โทนสีอ่อนอาจทำให้เรารู้สึก “หวานฟรุ้งฟริ้ง” และการมีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยคอยประดับประดาก็คงสร้าง “ความหรูหรา” ขึ้นมามากโข ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าเทรนด์ความเยอะสิ่งเช่นนี้เป็นเรื่องร่วมสมัย

ทว่าเมื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ ความเยอะสิ่งฟรุ้งฟริ้งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และการเกิดขึ้นของกระแสดังกล่าวนับเป็นหมุดหมายสำคัญในแวดวงประวัติศาสตร์ศิลป์ ตลอดจนเป็นสิ่งซึ่งสะท้อนบริบททางสังคมของโลกตะวันตกในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการเมืองเรื่องชนชั้นในประเทศฝรั่งเศส สิ่งนั้นคือยุคทางศิลปะที่รู้จักกันในชื่อว่า “โรโกโก” (Rococo)

เมื่อ “บาโรก” กลายเป็นผู้หญิง – “โรโกโก” จากเรื่องศาสนาสู่สามัญ
ก่อนที่จะลงไปสำรวจว่าความฟรุ้งฟริ้งในยุคนั้นว่าเป็นแบบไหน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า มันมีความเป็นมาอย่างไร โดยโรโกโกนั้นรับมรดกจากศิลปะยุคก่อนหน้าที่เรียกว่า “บาโรก” (Barouqe) ซึ่งเป็นคำในภาษาโปรตุเกสหมายถึง “ไข่มุกที่ไม่เป็นรูปทรง” ส่วนโรโกโกที่มีรากศัพท์จากคำในภาษาฝรั่งเศสอย่าง “Rocaille” หมายถึงเปลือกหอยหรือก้อนกรวดเล็ก ๆ โดยที่มาของศัพท์เหล่านี้ก็สัมพันธ์กับการถือกำเนิดของแนวศิลปะนั้น ๆ ด้วย

ศิลปะบาโรกเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการปฏิรูปคริสต์ศาสนานำโดยมาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ซึ่งมองว่าโบสถ์คาทอลิกตั้งแต่ยุคกลางจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 ผูกขาดสังคมยุโรปและมีการคอร์รัปชั่นสูง จึงก่อเกิดนิกายโปรเตสแตนซ์ ซึ่งศิลปะบาโรกนั้นถูกใช้เป็นกลยุทธ์หนึ่งของโบสถ์คาทอลิกในการเรียก “ศรัทธา” ของคริสตชนยุโรปกลับมา โดยบาโรกจะถูกนำไปใช้กับสถาปัตยกรรมและงานวาดทางศาสนา แก่นแกนสำคัญของมันคือ “การสร้างอารมณ์ร่วม” ดังนั้นองค์ประกอบศิลป์ของบาโรกจึงเต็มไปด้วยความอลังการ มลังเมลือง และมีความเป็นนาฏกรรมสูง (Dramatic) ในงานวาดนั้นมีเทคนิคเฉพาะตัวอย่าง “ไครอสคูโร” (Chiaroscuro) ซึ่งเน้นการใช้แสงเงามาขับเน้นวัตถุ และแน่นอนว่าธีมหลักของบาโรกก็จะเป็นเรื่องราวจากไบเบิลเป็นหลัก ศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคสมัยนี้ เช่น คาราวัจจิโอ (Carravaggio) ดิเอียโก้ เวลาสเกซ (Diego Velasquez) ฯลฯ

The Calling of St Matthew โดยคาราวัจจิโอ / https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=15219497

ทว่าเมื่อเวลาล่วงไปถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 หลังยุคแห่งการตื่นรู้ (The Enlightment) เริ่มต้นขึ้น ศรัทธาของศาสนาก็ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้งจากหลักทางวิทยาศาสตร์และการตั้งคำถามเชิงปรัชญา ยุโรปชนเริ่มคิดอย่างมีตรรกะเหตุผลและกลับมาสนใจ “เรื่องทางโลก” (Secular) พร้อมทั้งเฝ้าถามถึง “เจตจำนงเสรี” และ “ความสุขในชีวิต” มากขึ้น บาโรกเองก็จำต้องเริ่มปรับตัว ช่วงเวลานี้เองที่โรโกโกซึ่งถือเป็นบาโรกสไตล์ใหม่ที่มีกลิ่นอาย “ความเป็นหญิง” (Feminine) เกิดขึ้น

การถือกำเนิดของโรโกโกมีที่ทางอย่างเฉพาะเจาะจง เทรนด์ศิลปะนี้เกิดในราชสำนักฝรั่งเศส รัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยเฉพาะในพระราชวังแวร์ซาย ซึ่งปรากฏเป็นงานตกแต่งภายใน โดยแนวคิดของศิลปะนี้จะมาอุดช่องโหว่ของบาโรกที่มีพื้นที่เฉพาะเจาะจงอย่างศาสนสถานหรือสถานที่สาธารณะ และแสดงความเข้มขลังรีดเค้นอารมณ์ร่วม ทว่าแม้โรโกโกจะยังคง “ความเยอะสิ่ง” ไว้ แต่ก็ปรับเปลี่ยนแนวคิดไปเป็นการตกแต่งพื้นที่ส่วนตัวอย่างบ้าน (หรือกรณีแวร์ซายก็คือห้องต่าง ๆ ในพระราชวัง) รวมถึงปรับให้มีความ “ซอฟต์ละมุน” มากขึ้น

โรโกโกแพร่หลายอย่างรวดเร็วทั่วยุโรป และรุ่งเรืองอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 โดยผู้อุปถัมภ์คนสำคัญคือหนึ่งในสนมของกษัตริย์อย่าง “มาดาม เดอ ปอมปาดัวร์” (Madame de Pompadour) ที่อาจขนานนามเธอได้ว่าเป็น “โรโกโกตัวแม่” ได้เลยทีเดียว โรโกโกส่งอิทธิพลไปยังงานศิลปะแขนงต่าง ๆ ทั้งภาพวาดและแฟชั่นด้วย

มาดาม เดอ ปอมปาดัวร์
Maurice Quentin de La Tour / https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=464024

ก็เรามันสายหวาน – คาแรกเตอร์ของศิลปะแห่งความเยอะสิ่ง
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดอย่างยิ่งจากบาโรกแบบเก่ามาเป็นโรโกโกก็คือ “ธีม” ทางศิลปะที่ศิลปินจะหยิบมาใช้สร้างสรรค์ ดังที่ได้กล่าวข้างต้นว่ายุคสมัยนี้เน้นกลับมาสนใจ “เรื่องทางโลก” ดังนั้นธีมของโรโกโกจึงหยิบจับเนื้อหาที่เป็น “โลกียวิสัย” ซึ่งเน้นสร้างความบันเทิง รื่นรมย์ ประโลมโลก เช่น ภาพการใช้เวลาว่างของคนชั้นสูง เน้นเส้นเรื่องความเป็น “คู่รัก” หรือบางครั้งก็หยิบมรดกจากยุคคลาสสิกและเรเนซองส์อย่างเหตุการณ์ในปกรณัมกรีก ซึ่งส่วนมากก็จะเน้นภาพที่สื่อสารอารมณ์รักใคร่หรือให้กลิ่นอายของกามารมณ์มานำเสนอ

ส่วนรายละเอียดในแง่เทคนิคทางศิลปกรรมนั้น โรโกโกจะได้รับอิทธิพลจากบาโรกอย่างการสร้างความเป็นนาฏกรรมโดยใช้เทคนิคของแสงอย่างไครอสคูโรและการวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เกิดการหลอกตาว่ามีความลึกและดูใหญ่โต ทว่าโทนสีหลักที่ใช้จะเป็นสีพาสเทลโดยเฉพาะสีชมพู ลาเวนเดอร์ และมักใช้คู่กับสีทองให้เกิดความหรูหรา ส่วนงานด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในนั้น จะถมทุกอย่างให้อลังการสายตาเมื่อได้มอง เน้นความไม่สมมาตรขององค์ประกอบเหมือนกับบาโรก ทว่าจะถูกปรับให้มีความปราดเปรียวมากกว่า ความเยอะสิ่งนี้ยังลามไปถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่จะต้องมีการประดับมุกและเปลือกหอยนานาชนิดเพื่อดึงความหรูหราออกมา

หากจะให้ยกตัวอย่างงานศิลปะสักชิ้นที่จะเป็นภาพแทนของโรโกโกได้อย่างดี คงไม่พ้นภาพสุดคลาสสิกอย่าง “Les hasards heureux de l’escarpolette” (The Happy Accidents of the Swing) หรือในชื่อลำลองคือ The Swing ผลงานของฌอง-ออนอเร ฟราโกนาร์ (Jean-Honoré Fragonard) อันแสดงภาพหญิงชนชั้นสูงไกวชิงช้าท่ามกลางสุมทุมพุ่มไม้ และมีชายคนหนึ่งนอนอยู่เบื้องล่าง ชายอีกคนอยู่ด้านหลัง ซึ่งมองผิวเผินแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ถ้าดูองศาสายตาของชายเบื้องล่างที่มองไปยังกระโปรงสีชมพูพาสเทลของหญิงสาวที่บานออก ก็คงไม่ต้องสาธยายเลยว่าวาบหวิวเพียงใด ซึ่งยังไม่นับสัญญะต่าง ๆ ภายในภาพที่แฝงนัยทางเพศที่สามารถตีความผ่านทฤษฎีจิตวิเคราะห์ในยุคหลัง จนภาพนี้อาจโป๊เปลือยกว่าภาพนู้ดบางภาพเสียอีก

หรืออีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ “La Toilette de Vénus” (The Toilet of Venus) ของฟร็องซัว บูเช (François Boucher) ซึ่งเลือกนำเทพีวีนัสตามปกรณัมกรีกโรมันมาผสมผสานกับภาพเหมือนของมาดาม เดอ ปอมปาดัวร์ รังสรรค์เป็นภาพของมาดามเปลือยท่ามกลางเหล่าคิวปิด สีผิวก็ใช้เทคนิคที่ทำให้ผิวเรืองรอง องค์ประกอบในภาพก็ล้วนเต็มไปด้วยความฟูฟ่องของผ้าม่านและสีทองของอ่างน้ำ อาจมองได้ว่าความวาบหวิวของโรโกโกถูกเคลือบให้หวานและซอฟต์ลงด้วยสีพาสเทล

The Swing ของฌอง-ออนอเร ฟราโกนาร์ / https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=6700931

The Toilet of Venus ของฌอง-ออนอเร ฟราโกนาร์ / https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=6700931

อย่างไรก็ดี หากมองไปยังบริบททางการเมืองฝรั่งเศสในศตวรรษนี้กลับตรงกันข้ามกับความอู้ฟู่เรืองรองของโรโกโกอย่างสิ้นเชิง เพราะตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 จนถึงหลุยส์ที่ 15 ราชสำนักฝรั่งเศสใช้เงินในท้องพระคลังอย่างฟุ่มเฟือย ทว่าชนชั้นกรรมาชีพกลับถูกรีดไถอย่างหนักจากการเก็บภาษี ขณะที่ชนชั้นสูงและเหล่านักบวชกับลอยตัวเหนือความลำบากนี้ ยังมิพักต้องพูดถึงการที่ฝรั่งเศสต้องสูญเสียดินแดนมากมายอันเนื่องจากกษัตริย์ไม่สนใจใยดีที่จะบริหาร ราษฎรนับล้านของฝรั่งเศสต้องเผชิญภาวะข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจถดถอยและย่ำแย่จนยากจะฟื้นฟู แต่ชนชั้นสูงก็ยังไม่แลเห็น ยังคงเสพสมความฟรุ้งฟริ้งเยอะสิ่งนี้เรื่อยมา โรโกโกจึงอาจเป็นเสมือนหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เราเห็นว่า การเป็นอิกนอแรนต์ที่ไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชนนั้นเป็นอย่างไร เพราะในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 18 นี้เองที่การปฏิวัติฝรั่งเศสได้เกิดขึ้น จนทำให้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ล่มสลาย และประเทศกลายเป็นของมวลชนในที่สุด

งานตกแต่งภายในสไตล์โรโกโก
Marco Mazzini / https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=77741153

ที่มา : บทความ “Baroque Art Characteristics: The Divine and the Dramatic” โดย Ciara FitzGerald
บทความ “Baroque vs. Rococo: Similarities and Differences, Explained” จาก invaluable.com
บทความ “How Rococo art got its name and what gave rise to it?” จาก identifythisart.com
บทความ “Rococo” จาก theartstory.org
บทความ “Rococo Architecture — The Ornate and the Extravagant” โดย Diana Alexandra Oliveira จาก https://www.culturefrontier.com/rococo-architecture/
บทความ “Rococo Art: Elegance and Extravagance In The 18th Century” โดย Matt Crawford จาก https://filmlifestyle.com/rococo-art/

เรื่อง : บรรณรต แสงทอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เห็นสีนี้หยิบเลย! สีเนื้อทุเรียน แต่ละเฉด ต่างกันอย่างไร? สีไหนอร่อย

sanook.com

ยุงชอบกัดคนแบบไหน? ทำไมบางคนโดนหนักกว่าคนอื่น ทั้งที่อยู่ด้วยกัน

sanook.com

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 8 พ.ค. 69

PostToday

วัดโพนชัย (ด่านซ้าย) แหล่งมรดกวัฒนธรรม เรียนรู้ประเพณี “ผีตาโขน”

Manager Online
18
+

ช่วยตัวเองทุกวัน อันตรายไหม? ตอนเช้า vs ก่อนนอน ทำเวลาไหนดีที่สุด

sanook.com

เปิด 4 วังราชสกุลดังในเมืองกรุง ศูนย์รวมจิตใจลูกหลานของตระกูล

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...