วัดโพนชัย (ด่านซ้าย) แหล่งมรดกวัฒนธรรม เรียนรู้ประเพณี “ผีตาโขน”
หนึ่งในงานประเพณีทางภาคอีสานของไทยที่ยกระดับกลายเป็นเทศกาลระดับนานาชาติได้อย่างน่าภูมิใจ ต้องมี “ผีตาโขน” รวมอยู่ด้วย ซึ่งทุกวันนี้ไม่เพียงเป็นแค่การละเล่นพื้นบ้านหรือประเพณีท้องถิ่นอีกแล้ว แต่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศเดินทางมาร่วมในเทศกาล ไม่ว่าจะในฐานะของการละเล่น การแสดงหน้ากากของประเทศอื่น หรือมาร่วมกิจกรรมในฐานะนักท่องเที่ยวชมงาน
ปัจจุบัน “ประเพณีผีตาโขน” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากศึกษาในวัฒนธรรมเก่าแก่นี้ นอกจากต้องลองหาโอกาสไปร่วมงานสักครั้งแล้ว ยังมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ “วัดโพนชัย” ที่เปรียบดังแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย (ประเพณีในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2569)
จุดเริ่มต้นของ “ผีตาโขน”
ชื่อทางการของงานผีตาโขน คือ “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณไม่ปรากฏแน่ชัดมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ “บุญหลวง” เป็นบุญพระเวสสันดรและบุญบั้งไฟรวมกันนับเป็นเวลานานหลายร้อยปี หรือมีมาตั้งแต่เมื่อพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในดินแดนแถบนี้
มีเรื่องเล่าขานตามตำนานว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดาผีป่าหลายตน และสัตว์นานาชนิดที่อาลัยรักจึงพากันแห่แหนแฝงตัวแฝงตนมากับชาวบ้าน เพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกว่า "ผีตามคน" หรือ "ผีตาขน" จนเพี้ยนกลายมาเป็น "ผีตาโขน" อย่างในปัจจุบัน
ส่วนเรื่องเล่าอีกด้านหนึ่ง กล่าวกันว่าเป็นผีที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว โดยจากการที่สอบถามร่างทรง "เจ้ากวน” ผีตาโขนมาจากคำว่า"ผีตามคน” คนเข้ามาขออาหาร ขอส่วนบุญในเมืองมนุษย์ ทำการเล่นหยอกล้อผู้คนขอข้าวปลาอาหารแล้วก็จะพากันกลับยังถิ่นที่อาศัยของตน
ความเชื่อของประเพณีและการละเล่น
ผีตาโขน ถือเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงระดับประเทศไปจนถึงการยกระดับสู่นานาชาติ ซึ่งในการเล่น "ผีตาโขน” ของชาวอำเภอด่านซ้าย มีความเชื่อว่า ประการแรก เล่นเพื่อถวายดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจในการปกครองสูงสุดในเมืองด่านซ้าย ประการที่สองเล่นเพื่อร่วมขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง อันเป็นความเชื่อทางพุทธศาสนา ประการที่สาม เล่นเพื่อร่วมขบวนในการแห่บุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และการแห่ขอฝน ประการที่สี่ เล่นเพื่อความสนุกสนาน ประการสุดท้าย เล่นเพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีที่เคยกระทำด้วยกาย วาจา ใจ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้ติดไปกับผีตาโขน โดยการนำไปล่องลำน้ำหมัน เป็นการเสร็จสิ้นพิธีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน
วัดโพนชัย แหล่งวัฒนธรรมแห่งด่านซ้าย และตำนานพญานาค
“งานประเพณีผีตาโขน” นั้นกินพื้นที่กว้างไปแทบทั้งถนนสายหลักในอำเภอด่านซ้าย แต่ศูนย์กลางของกิจกรรมสำคัญ อยู่ที่วัดโพนชัย ไม่ว่าจะเป็นพิธีเบิกพระอุปคุต พิธีการบวชพราหมณ์ เพื่อเชิญพระอุปคุต ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง (ขบวนแห่ผีตาโขน) เป็นต้น
“วัดโพนชัย” เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดในการสร้าง แต่สันนิษฐานว่า สร้างหลังจาก “พระธาตุศรีสองรัก” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด่านซ้ายอีกแห่ง ซึ่งพระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2103 - 2106 โดยขณะที่มีการก่อสร้างพระธาตุศรีสองรัก บริเวณเนินดินวัดโพนชัยถูกใช้เป็นที่พักของพระสงฆ์ทั้งของไทยและชาวลาว เมื่อการสร้างพระธาตุศรีสองรักเสร็จสิ้น จึงเปลี่ยนมาเป็นวัดโพนชัย ภายในวัดจึงมีองค์เจดีย์สีขาวขนาดเล็กที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับพระธาตุศรีสองรัก
สำหรับชื่อที่มา ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณเนินดินของวัดเกิดจากขุยดินปากรูพญานาค ซึ่งในสมัยพุทธกาล พญานาคถวายพื้นที่แห่งนี้ให้พระพุทธเจ้าประทับแรม พร้อมด้วยพระสาวก 500 รูป ทำให้ขุยดินปากรูพญานาคดังกล่าวกลายเป็นเนินดินย่อมๆ ชาวด่านซ้ายเรียกเนินดินนี้ว่า “โพน” ภายหลังเมื่อมีการสร้างวัดกับศาสนาคารบนเนินดินจึงตั้งชื่อเพื่อเป็นมงคลว่า “วัดโพนชัย”
ศาสนาคารที่สำคัญภายในวัด ได้แก่ วิหารหลวงซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ คือ “หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ศิลปะล้านช้างฝีมือช่างท้องถิ่น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23
จุดสำคัญบริเวณฝั่งซ้ายมือขององค์พระด้านข้างฐานชุกชี มี “รูพญานาค” ซึ่งเป็นความเชื่อตามตำนานของชาวบ้านในท้องถิ่น ว่าเป็นรูที่พญานาคเจาะขึ้นมาในอดีตเพื่อสักการะและปกปัก รักษาองค์พระเจ้าใหญ่ทุกวันพระ มีเรื่องเล่ากันว่า เคยมีผู้เอาลูกมะพร้าวแห้งหย่อนลงไปในหลุม ปรากฏว่าลูกมะพร้าวแห้งดังกล่าวได้ไปปรากฏลอยในแม่น้ำหมัน ซึ่งความเชื่อดังกล่าวสอดคล้องกับเรื่องเล่าที่มาของเนินดินวัดโพนชัย
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนแห่งเดียวในไทย
นอกจากแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนปริยัติสามัญวัดโพนชัย ซึ่งอยู่ภายในวัดแล้ว สถานที่สำคัญไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนวัดโพนชัย คือ “พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาตรงกับช่วงเทศกาล ก็มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีเก่าแก่จากสถานที่แห่งนี้
พิพิธภัณฑ์สร้างในลักษณะเรือนไม้แบบไทยดัดแปลงจากกุฏิหลังเดิมของเจ้าอาวาส ภายในจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ที่สืบต่อกันมาของอำเภอด่านซ้าย เช่นห้องเมืองด่านซ้ายและพระธาตุศรีสองรัก, ห้องผีตาโขน ซึ่งมีการจัดแสดงหุ่นผีตาโขนที่มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน, ห้องสื่อวิดีทัศน์ ฉายภาพเรื่องราวของเมืองด่านซ้าย ประเพณีงานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน เป็นต้น
แม้เป็นพิพิธภัณฑ์นิทรรศการเรียบง่าย แต่ก็นับว่ามีภาพถ่ายจากอดีตที่น่าสนใจ และยังมีหน้ากากผีตาโขนหลากหลายรูปแบบให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด โดยไม่จำเป็นต้องไปตรงกับช่วงเทศกาล นอกจากนี้ในทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์จะมีการสาธิตการวาดหน้ากากผีตาโขนให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจได้ชมหรือทดลองวาดด้วยตนเอง รวมทั้งร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากท้องถิ่น
พิพิธภัณฑ์ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO