โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดโพนชัย (ด่านซ้าย) แหล่งมรดกวัฒนธรรม เรียนรู้ประเพณี “ผีตาโขน”

Manager Online

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

หนึ่งในงานประเพณีทางภาคอีสานของไทยที่ยกระดับกลายเป็นเทศกาลระดับนานาชาติได้อย่างน่าภูมิใจ ต้องมี “ผีตาโขน” รวมอยู่ด้วย ซึ่งทุกวันนี้ไม่เพียงเป็นแค่การละเล่นพื้นบ้านหรือประเพณีท้องถิ่นอีกแล้ว แต่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศเดินทางมาร่วมในเทศกาล ไม่ว่าจะในฐานะของการละเล่น การแสดงหน้ากากของประเทศอื่น หรือมาร่วมกิจกรรมในฐานะนักท่องเที่ยวชมงาน

ปัจจุบัน “ประเพณีผีตาโขน” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยกระทรวงวัฒนธรรม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากศึกษาในวัฒนธรรมเก่าแก่นี้ นอกจากต้องลองหาโอกาสไปร่วมงานสักครั้งแล้ว ยังมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ “วัดโพนชัย” ที่เปรียบดังแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย (ประเพณีในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2569)

จุดเริ่มต้นของ “ผีตาโขน”

ชื่อทางการของงานผีตาโขน คือ “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณไม่ปรากฏแน่ชัดมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ “บุญหลวง” เป็นบุญพระเวสสันดรและบุญบั้งไฟรวมกันนับเป็นเวลานานหลายร้อยปี หรือมีมาตั้งแต่เมื่อพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในดินแดนแถบนี้

มีเรื่องเล่าขานตามตำนานว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดาผีป่าหลายตน และสัตว์นานาชนิดที่อาลัยรักจึงพากันแห่แหนแฝงตัวแฝงตนมากับชาวบ้าน เพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกว่า "ผีตามคน" หรือ "ผีตาขน" จนเพี้ยนกลายมาเป็น "ผีตาโขน" อย่างในปัจจุบัน

ส่วนเรื่องเล่าอีกด้านหนึ่ง กล่าวกันว่าเป็นผีที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว โดยจากการที่สอบถามร่างทรง "เจ้ากวน” ผีตาโขนมาจากคำว่า"ผีตามคน” คนเข้ามาขออาหาร ขอส่วนบุญในเมืองมนุษย์ ทำการเล่นหยอกล้อผู้คนขอข้าวปลาอาหารแล้วก็จะพากันกลับยังถิ่นที่อาศัยของตน

ความเชื่อของประเพณีและการละเล่น

ผีตาโขน ถือเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงระดับประเทศไปจนถึงการยกระดับสู่นานาชาติ ซึ่งในการเล่น "ผีตาโขน” ของชาวอำเภอด่านซ้าย มีความเชื่อว่า ประการแรก เล่นเพื่อถวายดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจในการปกครองสูงสุดในเมืองด่านซ้าย ประการที่สองเล่นเพื่อร่วมขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง อันเป็นความเชื่อทางพุทธศาสนา ประการที่สาม เล่นเพื่อร่วมขบวนในการแห่บุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และการแห่ขอฝน ประการที่สี่ เล่นเพื่อความสนุกสนาน ประการสุดท้าย เล่นเพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีที่เคยกระทำด้วยกาย วาจา ใจ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้ติดไปกับผีตาโขน โดยการนำไปล่องลำน้ำหมัน เป็นการเสร็จสิ้นพิธีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

วัดโพนชัย แหล่งวัฒนธรรมแห่งด่านซ้าย และตำนานพญานาค

“งานประเพณีผีตาโขน” นั้นกินพื้นที่กว้างไปแทบทั้งถนนสายหลักในอำเภอด่านซ้าย แต่ศูนย์กลางของกิจกรรมสำคัญ อยู่ที่วัดโพนชัย ไม่ว่าจะเป็นพิธีเบิกพระอุปคุต พิธีการบวชพราหมณ์ เพื่อเชิญพระอุปคุต ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง (ขบวนแห่ผีตาโขน) เป็นต้น

“วัดโพนชัย” เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดในการสร้าง แต่สันนิษฐานว่า สร้างหลังจาก “พระธาตุศรีสองรัก” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองด่านซ้ายอีกแห่ง ซึ่งพระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2103 - 2106 โดยขณะที่มีการก่อสร้างพระธาตุศรีสองรัก บริเวณเนินดินวัดโพนชัยถูกใช้เป็นที่พักของพระสงฆ์ทั้งของไทยและชาวลาว เมื่อการสร้างพระธาตุศรีสองรักเสร็จสิ้น จึงเปลี่ยนมาเป็นวัดโพนชัย ภายในวัดจึงมีองค์เจดีย์สีขาวขนาดเล็กที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับพระธาตุศรีสองรัก

สำหรับชื่อที่มา ชาวบ้านเชื่อว่า บริเวณเนินดินของวัดเกิดจากขุยดินปากรูพญานาค ซึ่งในสมัยพุทธกาล พญานาคถวายพื้นที่แห่งนี้ให้พระพุทธเจ้าประทับแรม พร้อมด้วยพระสาวก 500 รูป ทำให้ขุยดินปากรูพญานาคดังกล่าวกลายเป็นเนินดินย่อมๆ ชาวด่านซ้ายเรียกเนินดินนี้ว่า “โพน” ภายหลังเมื่อมีการสร้างวัดกับศาสนาคารบนเนินดินจึงตั้งชื่อเพื่อเป็นมงคลว่า “วัดโพนชัย”

ศาสนาคารที่สำคัญภายในวัด ได้แก่ วิหารหลวงซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ คือ “หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ศิลปะล้านช้างฝีมือช่างท้องถิ่น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23

จุดสำคัญบริเวณฝั่งซ้ายมือขององค์พระด้านข้างฐานชุกชี มี “รูพญานาค” ซึ่งเป็นความเชื่อตามตำนานของชาวบ้านในท้องถิ่น ว่าเป็นรูที่พญานาคเจาะขึ้นมาในอดีตเพื่อสักการะและปกปัก รักษาองค์พระเจ้าใหญ่ทุกวันพระ มีเรื่องเล่ากันว่า เคยมีผู้เอาลูกมะพร้าวแห้งหย่อนลงไปในหลุม ปรากฏว่าลูกมะพร้าวแห้งดังกล่าวได้ไปปรากฏลอยในแม่น้ำหมัน ซึ่งความเชื่อดังกล่าวสอดคล้องกับเรื่องเล่าที่มาของเนินดินวัดโพนชัย

พิพิธภัณฑ์ผีตาโขนแห่งเดียวในไทย

นอกจากแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนปริยัติสามัญวัดโพนชัย ซึ่งอยู่ภายในวัดแล้ว สถานที่สำคัญไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนวัดโพนชัย คือ “พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาตรงกับช่วงเทศกาล ก็มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีเก่าแก่จากสถานที่แห่งนี้

พิพิธภัณฑ์สร้างในลักษณะเรือนไม้แบบไทยดัดแปลงจากกุฏิหลังเดิมของเจ้าอาวาส ภายในจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ที่สืบต่อกันมาของอำเภอด่านซ้าย เช่นห้องเมืองด่านซ้ายและพระธาตุศรีสองรัก, ห้องผีตาโขน ซึ่งมีการจัดแสดงหุ่นผีตาโขนที่มีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน, ห้องสื่อวิดีทัศน์ ฉายภาพเรื่องราวของเมืองด่านซ้าย ประเพณีงานบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน เป็นต้น

แม้เป็นพิพิธภัณฑ์นิทรรศการเรียบง่าย แต่ก็นับว่ามีภาพถ่ายจากอดีตที่น่าสนใจ และยังมีหน้ากากผีตาโขนหลากหลายรูปแบบให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด โดยไม่จำเป็นต้องไปตรงกับช่วงเทศกาล นอกจากนี้ในทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์จะมีการสาธิตการวาดหน้ากากผีตาโขนให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจได้ชมหรือทดลองวาดด้วยตนเอง รวมทั้งร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากท้องถิ่น

พิพิธภัณฑ์ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...