โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สำรวจ 4 หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศ กำไรเติบโตแค่ไหน เมื่อท่องเที่ยวไทยฟื้น !

Wealthy Thai

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 01.50 น.

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเป็นไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมนี้ได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้า Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนไปสำรวจปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในกลุ่มขนส่งทางอากาศว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตในปี 2567 อย่างไร และนักวิเคราะห์มีมุมมองต่อการลงทุนแบบไหน เพราะเป็นหุ้นอีกกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยตรงจากภาคการท่องเที่ยวไทยที่ปรับตัวดีขึ้น
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย โดยยอดสะสมนักท่องเที่ยว 6 สัปดาห์แรกของปี 2567 อยู่ที่ 4.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รวมทั้งยังได้อานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจากช่วงวันหยุดยาวตรุษจีน 10-17 ก.พ. 67 จากปัจจุบันที่ทะลุ 8 แสนคนแล้ว มองเป็นบวกต่อกลุ่มขนส่งอย่าง AAV, AOT, BA และ BAFS
สำหรับทิศทางการเติบโตของ AAV นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินภาพรวมปี 2567 คาดว่าด้วยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเปิดฟรีวีซ่าจีน จะทำให้จำนวนผู้โดยสารของ AAV เพิ่มขึ้นได้ โดยคาดไว้ที่ระดับ 21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน
ทั้งนี้ด้วยค่าโดยสารเฉลี่ยที่ในปี 2566 ออกมาสูงถึง 1,800 บาทต่อคนต่อเส้นทาง ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับสมมติฐานในปี 2567 ขึ้นเป็น 1,800 บาทต่อคนต่อเส้นทางจาก 1,700 บาทต่อคนต่อเส้นทาง และทำให้ได้กำไรสุทธิใหม่ที่ 1,669 ล้านบาท (เดิม 1,101 ล้านบาท) พลิกบวก คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 3.50 บาท
ถัดมา AOT นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มไตรมาส 2 (เดือนม.ค.-มี.ค. 67) กำไรปกติฟื้นตัวเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่อง คาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2566/67 ที่ 22,135 ล้านบาท โต 139% จากปีก่อน โดยคงมุมมองบวกสำหรับไตรมาสที่เหลือของปีงบประมาณ 2566/67 คาดกำไรฟื้นตัวเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในทุกไตรมาส จากการรับรู้รายได้สัมปทานตามสัญญาจริงเต็มปี หลังสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบิน และการฟื้นตัวสู่ระดับปกติของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและจำนวนเที่ยวบิน พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 73 บาท และปรับคำแนะนำลงเป็น เก็งกำไร
ขณะที่ BA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ไตรมาส 4/66 ผู้โดยสารและรายได้เฉลี่ยต่อตั๋วจะสูงขึ้น แต่คาดต้นทุนและ SG&A สูงขึ้นเช่นกัน ตามเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นการปรับเงินเดือนและโบนัสปลายปี
ส่วนไตรมาส 1/67 จำนวนผู้โดยสารยังโตได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการท่องเที่ยวและมาตรฟรีวีซ่าของรัฐบาล แต่คาดจะเห็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่สูงขึ้นสอดคล้องกับการดำเนินงานที่ดีขึ้น เบื้องต้นให้คำแนะนำ ซื้อ และปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 20.10 บาท จากการปรับกำไรปี 2567 ลงเป็น 1,824 ล้านบาท ลดลง 48% จากปีก่อน
สุดท้าย BAFS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับกำไรปี 2567 ลง 3% เป็น 214 ล้านบาท โต 199% จากปีก่อน จากการปรับสมมติฐาน SG&A รวมถึงค่าใช้จ่ายทางภาษีสูงขึ้น โดยไตรมาส 1/67 ประเมินกำไรปกติทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานจะฟื้นตัวมากขึ้น
หลังล่าสุดตัวเลขเฉลี่ยต่อวันเดือนม.ค. 67 อยู่ที่ราว 13.5 ล้านลิตรแล้ว แต่คาดการณ์จะถูก offset จากค่าใช้จ่ายทางภาษีสูงขึ้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะยังชะลอการตั้ง deferred tax asset ของธุรกิจ NFPT แต่คาดกำไรจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า อานิสงส์ปัจจัยฤดูกาล นโยบายฟรีวีซ่าของรัฐ และรายได้เงินปันผลจากโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น
ทั้งนี้ เป้าหมายปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานของบริษัทปีนี้ที่ราว 5-5.2 พันล้านลิตร โต 16-21% ค่อนข้างท้าทาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายโดยรวมยังทรงตัวสูง คงคำแนะนำ ถือ และราคาเป้าหมายที่ 28 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...