โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จดหมาย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 มี.ค. 2567 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

จดหมาย | ประจำวันที่ 29 มี.ค.- 4 เม.ย. 2567

• รักเมือง

ในงาน GoodWalk Forum Thailand 2023

โครงการ “เมืองเดินได้-เมืองเดินดี” เผยตัวเลขค่าเฉลี่ยบางอย่างที่น่าสนใจ

คนกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์คิดเป็น 800 ชั่วโมงต่อปี

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยรถยนต์ของคนเมืองคิดเป็น 20% ของรายจ่ายทั้งหมด

ระยะการเดินเท้าสูงสุดที่คนเมืองยอมเดินคือ 800 เมตร หรือราว 10 นาที

44% ของคนกรุงเทพฯ มีภาวะอ้วน

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไร?

กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งรถยนต์ ยิ่งตัดถนน รถยนต์ยิ่งเพิ่มปริมาณ

ราคาที่คนเมืองต้องจ่ายคือฝุ่นพิษ PM 2.5 การจราจรติดขัด สูญเสียทางเศรษฐกิจ อีกทั้งปัญหาสุขภาพกายและใจ ฯลฯ

แนวคิดและแนวทางการพัฒนาเมืองจึงต้องเปลี่ยน

จากงบประมาณตัดถนน ปรับมาให้ความสำคัญกับการออกแบบ “เมืองเดินได้”

เพื่อส่งเสริมให้ “การเดิน” อยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของคนเมืองมากขึ้น

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้าหลังหรือขวางการเจริญของเมืองแต่อย่างใด

หลายประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย หันมาให้ความสำคัญกับการเดินมากขึ้น

และนำแนวคิดเรื่อง “เมืองเดินได้” มาเป็นทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง

อย่างเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่ใช้เวลานับ 10 ปี ทวงคืนพื้นที่หรือถนนบางส่วนให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเดินเท้า

เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและลดมลภาวะ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง

ประเทศไทยตอบรับกระแสการพัฒนา “เมืองเดินได้” เช่นกัน

โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (Urban Design and Development Center, Center of Excellence in Urban Strategies, หรือ UDDC-CEUS) ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินโครงการ “เมืองเดินได้ เมืองเดินดี GoodWalk Thailand” มาตั้งแต่ปี 2557 จนปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลา 9 ปี เริ่มตั้งแต่การศึกษาและสำรวจพื้นที่ มีการทำดัชนีประเมินศักยภาพ “เมืองเดินได้ เดินดี” พัฒนาเป็นแผนที่ Goodwalk Score เพื่อระบุพื้นที่ที่จะนำร่องออกแบบ ปรับปรุงให้เกิดการเชื่อมต่อจุดหมายต่างๆ จนเป็นพื้นที่ตัวอย่างรูปธรรม “ย่านเดินได้ ย่านเดินดี”

คือพื้นที่หรือย่านของเมืองที่จุดหมายปลายทางในชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่ในระยะที่เดินเท้าถึง หรือประมาณ 500-800 เมตร

สำหรับเกณฑ์ในการวัดและให้คะแนน “เมืองเดินได้” นั้นมีการกำหนดแหล่งที่เป็นจุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนไว้ 6 ข้อ ได้แก่ 1) แหล่งงาน 2) สถานศึกษา 3) อุปโภค-บริโภค 4)นันทนาการ 5) ธนาคาร/ธุรกรรม และ 6) ขนส่งสาธารณะ

ในกรุงเทพมหานคร พื้นที่ที่ได้ระดับคะแนน “เดินได้” สูงสุด คือ ย่านสยามสแควร์ ข้าวสาร และเขตบางรัก ตามลำดับ

ในต่างจังหวัดด้วย เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ย่านที่เข้าข่ายเดินได้-เดินดี ได้แก่ ย่านช้างเผือก ย่านท่าแพ ตลาดวโรรส เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถเข้าไป GoodWalk (http://goodwalk.org/) เพื่อค้นหาคะแนน Goodwalk score ในย่านที่คุณอยู่อาศัย หรือค้นหาจุดหมายปลายทางที่คุณอยากไปในระยะที่เดินถึงจากตำแหน่งที่คุณอยู่

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร เมืองเดินได้-เมืองเดินดี ได้ที่

เว็บไซต์ http://www.goodwalk.org/

Facebook : https://www.facebook.com/GoodwalkThailand

Facebook :www.facebook.com/uddcbangkok

โครงการ GoodWalk Thailand

“เมืองเดินได้ เมืองเดินดี”

แม้บ้านเราเป็นเมืองร้อน

ไม่เอื้อต่อการเดินนัก

แต่หากออกแบบดีๆ

และเอื้อต่อกิจวัตร

เชื่อว่าเมืองเดินได้-เมืองเดินดี

น่าจะประสบผล

• รักป่า

เนื่องใน วันป่าไม้โลก (World Forestry Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปี

เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้

ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าในทุกมิติ เพื่อสร้างห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์

กาแฟพันธุ์ไทย ที่มุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะการยกระดับ Ecosystem ในทุกภาคส่วนของธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้ทุกชีวิต ‘อยู่ดี มีสุข’ อย่างยั่งยืน

จากการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

ส่งผลให้ “กาแฟพันธุ์ไทย” ได้รับรางวัลเกียรติคุณ กาแฟรักษ์โลก ประเภท “ร้านกาแฟรักษ์โลก” ประจำปี 2567

ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ในงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” (Northern Thai Coffee Paradise 2024) จัดโดย กระทรวงพาณิชย์ และกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกับ สมาคมกาแฟและชาไทย เพื่อส่งเสริมและผลักดันกาแฟภาคเหนือของไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล ณ Alive Park Hall ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

น.ส.ปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิชย์จังหวัดตาก กล่าวว่า “งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘การผลิตอย่างยั่งยืน’ เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด และสมาคมกาแฟและชาไทย เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ประกอบการกาแฟไทยของแต่ละจังหวัดรวมกว่า 100 ราย มานำเสนอสินค้าจากสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ อีกทั้งยังเป็นการขยายช่องทางการตลาด พร้อมสร้างแรงผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อไป”

นายอนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา กาแฟพันธุ์ไทย ได้จับมือกับ กรีโนเวท บริษัทในเครือ PTG เพื่อร่วมกันส่งเสริมเกษตรกรท้องถิ่น ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดตั้ง “โครงการพัฒนาและส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิก้าบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน”

ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตรแบบเดิมหรือการทำไร่เลื่อนลอย มาปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น

พร้อมร่วมพัฒนาพื้นที่เขาหัวโล้น ให้กลายเป็นพื้นที่ป่ากาแฟที่อุดมสมบูรณ์

นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2566 จนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วม 24 คน ร่วมกันปลูกกาแฟกว่า 68,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 200 ไร่

โดยพันธุ์ไทยได้รับซื้อผลผลิตเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโดยตรง ด้วยราคาที่เป็นธรรม

ซึ่งนอกจากจะช่วยกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด

การที่บริษัทเอกชน

มีส่วนร่วมกันรักษาป่า-ธรรมชาติ

ย่อมเป็นเรื่องดี

เพราะลำพังจะพึ่ง “รัฐ” อย่างเดียว

ย่อมไม่เพียงพอแน่นอน

แค่ไฟป่าอย่างเดียวก็หนักหน่วงแล้ว! •

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จดหมาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...