โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

"หรือถึงจุดสิ้นสุด ?" Tom Hiddleston แอบแง้มอนาคตของเขากับ MCU หลังซีรีส์ 'Loki' จบบริบูรณ์

BT Beartai

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2566 เวลา 03.18 น.
“หรือถึงจุดสิ้นสุด ?” Tom Hiddleston แอบแง้มอนาคตของเขากับ MCU หลังซีรีส์ 'Loki' จบบริบูรณ์

ตอนสุดท้ายในซีซันที่ 2 ของซีรีส์ ‘Loki’ เป็นตอนจบที่แม้หลายคนจะพอคาดเดาได้ แต่ก็มีความแปลกและเต็มไปด้วยความสะเทือนอารมณ์อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะการตัดสินใจเสียสละตัวเองของโลกิ อดีตเทพจอมเจ้าเล่ห์ ที่ตัดสินใจเลือกหนทางอันยากลำบาก เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น กลายเป็นเทพแห่งเรื่องราว (God of Story)

God of Story เป็นผู้ปลดแอกจากลูปในเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ของชายผู้คงอยู่ (He Who Remains) มอบชีวิตและเจตจำนงเสรีให้กับสรรพชีวิตในมัลติเวิร์ส รวมทั้งเหล่าพนักงานของ TVA (Time Variance Authority) เป็นลิขิตอันทรงเกียรติ (Glorious Purpose) ที่เขาเลือกเองด้วยความเต็มใจ แม้จะต้องแลกมาด้วยการอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเส้นเวลา ที่ตอนนี้แปรรูปกลายเป็นต้นอิกดราซิล (Yggdrasil) ไปตลอดกาลก็ตาม

ซึ่งในแง่ของซีรีส์ นี่ถือเป็นการปิดฉากเรื่องราวของโลกิ ในซีรีส์ ‘Loki’ ที่ฉายใน Disney+ ทั้ง 2 ซีซันอย่างที่เรียกได้ว่าจบบริบูรณ์ โลกิกลายมาเป็นฮีโรที่หลายคนรักได้อย่างเต็มใจ จนทำให้หลายคนต่างก็สงสัยว่า นี่อาจจะเป็นบทสรุปการเดินทางของตัวละครโลกิ ใน MCU ที่รับบทโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom Hiddleston) มาอย่างยาวนานนับทศวรรษหรือไม่

Loki Season 2 © 2023 MARVEL
Loki Season 2 © 2023 MARVEL

และสิ่งที่หลายคนตั้งคำถามไม่น้อยก็คือ โลกิจะมีโอกาสกลับมาในเรื่องราวอื่น ๆ ของ MCU ได้หรือไม่ ซึ่งเขาได้แง้มเรื่องนี้ไว้ในบทสัมภาษณ์กับเว็บไซต์ CinemaBlend

“ใช่ ผมจะสื่อว่า… บางทีสิ่งที่ผมควรบอกก็คือ ผมรู้สึกพอใจกับตอนจบของซีซัน 2 มาก ๆ มันเป็นเหมือนเสียงสะท้อนแห่งการเดินทางทั้งหมด มันเหมือนกับดนตรีที่ตอนสุดท้ายคุณจะได้ยินความตึงเครียดในบทสนทนา เรากำลังวนเวียนในธีม เช่นเดียวกับที่ผมวนเวียนกับโลกิมาโดยตลอด”

“แต่เขา (โลกิ) เป็นตัวละครที่มีความคิดในเรื่องของการเป็นเจ้าของ ความคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ จุดมุ่งหมาย นั่นคือตัวตนของเขาที่มีมาตั้งแต่เริ่มต้นใน ‘Thor’ ภาคแรก เขาสงสัยว่าเขาอยู่ตรงไหน ครอบครัวที่เขาอยู่ เขาสงสัยว่าตัวเขามีบทบาทอย่างไรในเรื่องราวทั้งหมด”

“ในขณะที่ธอร์ (Thor) ถูกกำหนดมาให้เป็นราชาแห่งแอสการ์ด แล้วตัวเขาล่ะเป็นใคร ? โลกิคือใคร ? และผมก็ถามคำถามเหล่านั้นมาตลอดทาง เช่นว่า โลกิคิดว่าตัวเขาเองเป็นใคร เขาคิดว่าตัวเขาเองเป็นใคร และอันที่จริงแล้วตัวเขาเองเป็นใคร ? และจากนั้นในซีรีส์ทั้ง 2 ซีซัน การเผชิญหน้ากับมอร์เบียสและซิลวี ที่เปรียบเหมือนกระจกเงา (ของโลกิ) ก็เป็นอีกหนึ่งการค้นหา ในการที่เราจะได้เจาะลึกลงไปในแนวคิดเหล่านั้น”

ก่อนหน้านี้ ฮิดเดิลสตันได้เปิดเผยเรื่องราวสำคัญในรายการ‘The Tonight Show Starring Jimmy Fallon’ ที่เหมือนเป็นการสรุปชีวิตและการเดินทางอันยาวนานของเขา ในบทบาทโลกิของ MCU ที่หลายคนฟังแล้วต่างก็รู้สึกเหมือนเป็นประโยคสั่งลาส่งท้ายบทบาทโลกิของเขายังไงชอบกล

“สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูนะครับ ไม่เป็นไร ผมไม่สปอยล์เนื้อหาซีรีส์หรอก ผมแค่อยากจะบอกว่า ตอนจบของซีรีส์ จากซีซัน 1 ถึงซีซัน 2 ถือเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบ และยังเป็นบทสรุปของหนัง 6 เรื่อง ซีรีส์ 12 ตอน และ 14 ปีของชีวิตผมในบทบาทนี้ด้วย ผมแสดงบทบาทนี้มาตั้งแต่อายุ 29 จนตอนนี้ 42 ปีแล้ว มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากจริง ๆ “

“ผมคิดว่า ตอนจบในหนังทุกเรื่องที่ผมแสดง ผมจะได้ยินเสียงสะท้อนของโลกิในทุกเวอร์ชัน ผมคิดว่านั่นแหละคือลิขิตอันทรงเกียรติ ไม่สปอยล์นะ ใน ‘Avengers’ (2012) ภาคแรก โลกิลงมายังโลก มองตรงไปที่นิก ฟิวรี (แซมมวล แอล แจ็กสัน – Samuel L. Jackson) แล้วพูดว่า ‘ข้าคือโลกิแห่งแอสการ์ด ข้ามาเพราะมีภาระในลิขิตอันทรงเกียรติ’ เขาเป็นคนหยิ่งยโส หุนหันพลันแล่น และจองหองพองขน เขาต้องการจะยึดครองโลก ซึ่งมันก็ไม่ดีกับเขาเลย ทุกคนคงเห็นตอน (ที่โลกิ) เผชิญหน้ากับธานอสใน ‘Avengers: Infinity War’ (2018) ซึ่งก็ยังไม่ได้ทรงเกียรติอะไรขนาดนั้น”

“ในซีซัน 1 มอร์เบียส ที่รับบทโดย โอเวน วิลสัน (Owen Wilson) ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ได้ทำให้โลกิรู้ว่าแท้จริงแล้ว ลิขิตอันทรงเกียรติเป็นเรื่องเข้าใจผิด และเขาก็ได้รับโอกาสครั้งที่ 2 ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในซีรีส์ คือการได้เห็นโลกิพยายามคิดทบทวนใหม่ และค้นพบลิขิตอันทรงเกียรติที่เราทุกคนล้วนเชื่อมโยงกับมันได้ ผมคิดว่าเราทุกคนก็คงเคยสงสัยว่า เราสามารถลิขิตเรื่องราวของตัวเราเองได้ไหม ? เสือดาวเปลี่ยนลายจุดบนตัวมันได้ไหม ? หรือเรามีเจตจำนงเสรีอยู่หรือเปล่า”

หลังปรากฏตัวครั้งแรกใน ‘Thor’ (2011) ถึงจุดสิ้นสุดใน ‘Avengers: Infinity War’ (2018) และมีการแนะนำตัวแปรของเขาในซีรีส์ ‘Loki’ ฮิดเดิลสตันเคยเปิดเผยว่า เขาเองเคยเปิดเผยว่าไม่เคยรู้สึกเบื่อ และไม่อยากจะถอนตัวจากบทบาทนี้ จนกว่าเขาจะรู้สึกเบื่อไปเอง

Loki Season 2 © 2023 MARVEL
Loki Season 2 © 2023 MARVEL

แต่จากการสรุปเรื่องราวในซีรีส์ ที่ตอนนี้เขากลายเป็นเทพโลกิ (God Loki) แห่ง MCU ไปแล้วเรียบร้อยรวมทั้งการที่ เควิน ไรต์ (Kevin Wright) โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ได้ยืนยันว่า ซีรีส์เรื่องนี้จบบริบูรณ์ใน 2 ซีซัน และไม่มีการสร้างซีซันที่ 3 ออกมาอย่างแน่นอน หากนี่จะเป็นบทสรุปเรื่องราวการเดินทางของโลกิ ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก (แม้จะใจหายอยู่ไม่น้อยก็ตาม)

แต่ถึงกระนั้นก็ยังเปรย ๆ แบบปลายเปิดว่า เขาเองก็ไม่ได้ปิดตายในโอกาสที่จะกลับมาปรากฏตัวในไตเติลอื่น ๆ MCU ไปเสียทีเดียว ชวนให้คิดต่อแบบเล่น ๆ ว่า หากตอนนี้เทพโลกิ มีพลังในการควบคุมเส้นเวลา ก็อาจจะมีบทบาทในสงครามมัลติเวิร์ส ในหนังรวมทีมฮีโรอย่าง ‘Avengers: The Kang Dynasty’ และ ‘Avengers : Secret Wars’ ก็เป็นไปได้ ถ้ากลายเป็นจริง ถึงตอนนั้นแฟน ๆ คงกรี๊ดไม่น้อย

“จริง ๆ มันจบแค่เพียงเท่านี้แหละครับ มันให้รู้สึกเหมือนเป็นบทกวีแห่งการไถ่บาป มันเป็นเหมือนกับโน้ตตัวสุดท้ายของบทเพลง แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนั้นด้วยไหม… ผมหมายถึง ผมเคยทำผิดมาก่อน ก่อนจะกล่าวคำอำลา และอำลาทีมงานของ Marvel ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์มาก”

“ก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนโทน และพวกเขาก็พูดว่า ‘ดูสิ พวกเขารักคุณมากนะ คุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเสมอ มาหาเราได้ตลอดเวลาเลย’ ก่อนที่โทรศัพท์จะดังขึ้นในอีก 1 ปีถัดมา ดังนั้นผมจึงต้องเปิดใจ เปิดความรู้สึกให้กว้าง ๆ เข้าไว้”

ที่มา: CinemaBlend, Screen Rant

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...