โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SNPS โบรกชี้กำไร Q1 แตะ 18 ล้านบาท รับรู้รายได้ “API- B Gold” หนุน เคาะซื้อ เป้า 6.60 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 04.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีของ บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS โดยคาดกำไรในไตรมาส 1/2568 ที่ 18 ล้านบาท (ลดลง 25.8% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 51.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน)

สำหรับการลดลงจากไตรมาสก่อนตาม Seasonal แต่เติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน หนุนจากธุรกิจสารสกัดสมุนไพร (API) ที่เติบโตเด่นจากทั้งลูกค้าเดิมส่วนใหญ่ที่กลับมาออเดอร์สินค้ามากขึ้น หลังจากที่ระดับสต็อกกลับเข้าสู่ระดับปกติแล้วในครึ่งหลังของปี 2567 รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหม่จากประเทศอินโดนีเซียและอินเดีย

นอกจากนี้บริษัทยังมีการรับรู้รายได้จากสาร B Gold เต็มไตรมาส ส่วนลูกค้ากลุ่ม OEM อาจเติบโตเล็กน้อยจากงวดเดียวของปีก่อน เนื่องจากบริษัทยังไม่มีการนำเสนอสินค้าใหม่แก่ลูกค้ามากนัก ขณะที่ในเดือนมีนาคม บริษัทได้เริ่มจำหน่ายสินค้า Colosure ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายรายใหม่แล้ว แต่รายได้อาจยังไม่มาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของบริษัท ขณะที่ GPM คาดลดลงจากไตรมาสก่อนตาม U-rate แต่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนจาก Product Mix ที่ดีขึ้น หนุนจากการเติบโตของธุรกิจ API ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจรับจ้างผลิต

ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ ประเมินว่ากำไรจะสามารถเติบโตได้ทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ในไตรมาส 2/2568 หนุนจากปกติแล้วรายได้ในไตรมาส 2 จะสูงกว่าไตรมาส 1 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน ทำให้อุปสงค์สินค้ากลุ่ม Self-care สูงขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายได้จากลูกค้าในต่างประเทศ รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้ที่มากขึ้นจากผู้จัดจาหน่ายรายใหม่ (Colosure) หลังจากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาด้านการผลิตได้เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ขณะที่ GPM คาดกลับมาขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตาม U-rate ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงยังขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จาก Product Mix ที่ดีต่อเนื่อง

สำหรับเรตินอล (Retinol) เป็นสารที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลุ่มชะลอวัย (Anti-Aging) และลดปัญหาสิว อย่างไรก็ตามสารดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านการก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวในผู้ใช้บางกลุ่ม ที่ในปัจจุบันมีเพียงสารสกัดใหม่จากประเทศเกาหลีที่สามารถแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวได้ แต่ยังมีราคาขายที่ค่อนข้างสูง (ราว 50,000-70,000 บาท/กก.) ในขณะที่สาร B Gold ของบริษัทมีฤทธิ์คล้ายกับ Retinol แต่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวและมีราคาต่ำกว่าสารสกัดจากเกาหลีอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความได้เปรียบทั้งในด้านประสิทธิภาพและต้นทุน และในไตรมาส 1/2567 ยอดขายของ B Gold ยังอยู่ในช่วงการจำหน่ายเพื่อการทดลองเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากลูกค้าสามารถขออนุญาตจากอย.ได้สำเร็จ ก็จะมีโอกาสกลับมาสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท (กระบวนการขออนุญาตดังกล่าวมักใช้เวลาพิจารณาไม่น้อยกว่า 12 เดือน)

อย่างไรก็ตาม หากกำไรในไตรมาส 1/2568 ออกมาตามคาด จะคิดเป็นสัดส่วน 16.3% ซึ่งถือว่าอยู่ระดับใกล้เคียงกับปีอื่น ๆ ทำให้ยังคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 113 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 39.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) และคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 6.60 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER25 ที่ 18.3 เท่า แต่ฝ่ายวิเคราะหืมองว่าไม่แพง เนื่องจากคิดเป็น PEG ที่ 0.5 เท่า จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...