Pleats Please ตำนานผ้าพลีตที่ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นชีวิตของ Issey Miyake
แม้ว่า อิซเซ มิยาเกะ (Issey Miyake) จะจากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2022 แต่แบรนด์ Issey Miyake นั้นยังคงยืดหยัดอย่างมั่นคงในวงการแฟชั่นและในใจของคนที่รักเสื้อผ้า ตัวอย่างผลงานที่เกิดจากการค้นคว้า ทดลองและผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงกับการออกแบบแบบดั้งเดิมของ Issey Miyake มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น A Piece of Cloth (เรียกสั้นๆ ว่า A-POC) เป็นผ้าไร้ตะเข็บที่ทอด้วยเครื่องถักอุตสาหกรรมจากเส้นด้ายยาวเส้นเดียว เครื่องแต่งกายประจำทีมนักกีฬาโอลิมปิกของประเทศลิทัวเนีย เสื้อคอเต่าอันโด่งดังของ Steve Jobs กระเป๋า Bao Bao รวมถึงการมาก่อนกาลเพื่อเปลี่ยนกระแสสังคมอย่างแฟชั่นโชว์ Issey Miyake and Twelve Black Girls ที่เขาตัดสินใจใช้นางแบบผิวดำในยุคสมัยที่อุตสาหกรรมนางแบบขาดความหลากหลาย แต่วันนี้เราอยากชวนคุณมาดูต้นกำเนิดจนถึงปัจจุบันของ ผ้าพลีต ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Issey Miyake
ตั้งแต่ช่วงปี 1970 ที่ Issey Miyake เริ่มต้นอาชีพในเวทีระดับนานาชาติ เขาไม่สนใจเทรนด์บนรันเวย์ เขาเรียกผลงานของเขาว่า "เสื้อผ้า" ไม่ใช่ "แฟชั่น" ในบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร WSJ ในปี 2012 เขาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมตระหนักว่าอนาคตคือการผลิตเสื้อผ้าเพื่อคนจำนวนมาก ไม่ใช่เพื่อคนเพียงไม่กี่คน ผมอยากผลิตเสื้อผ้าที่เป็นสากล ไม่ต่างจากกางเกงยีนส์และเสื้อยืด”
และแนวคิดนี้ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนใน Pleats, Please ที่เปิดตัวในปี 1993 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เทคนิคการจับจีบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดที่ว่าวิธีการจับจีบแบบโอตกูตูร์สามารถตีความใหม่ให้สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ โดยปกติแล้ว ผ้าจะถูกจับจีบก่อนแล้วจึงนำไปตัดตามที่ออกแบบไว้ แต่มิยาเกะได้พัฒนาวิธีการตัดผ้าก่อน ให้มีขนาดสองหรือสามเท่าของขนาดที่ต้องการ จากนั้นจึงพับ รีด แล้วเย็บตามแบบ โดยประกบหน้าและหลังของผ้าด้วยกระดาษ แล้วนำเข้าเครื่องรีดร้อนเพื่อจับจีบ เสื้อผ้าที่เสร็จแล้วจะจับจีบอย่างถาวร และสามารถซักและตากให้แห้งได้โดยไม่เสียรูปทรง แม้จะถูกพับอีกกี่ครั้งก็ตาม ถือเป็นเสื้อผ้าที่เรียบง่าย สง่างาม ทนทานและดูแลรักษาง่ายมาก
ในเวลาต่อมา มิยาเกะก็เปิดตัวPleats Please Guest Artist Series ที่เขาคอลแลบกับศิลปินมากมาย หนึ่งในคอลเลคชั่นที่เราอยากพูดถึงและเป็นของสะสมของพิพิธภัณฑ์ The Met ที่นิวยอร์กคือคอลเลคชั่นในปี 1996 ที่มิยาเกะร่วมงานกับศิลปินชาวจีน Cai Guo Qiang ที่ใช้ดินปืนระเบิดเพื่อเผาภาพมังกรซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตตามความเชื่อของจีนลงบนผ้าสีขาว แล้วจากนั้นมิยาเกะก็นำผ้าไปตัดเป็นชุดกระโปรงที่ดูสง่างาม
ยี่สิบปีหลังจากที่ Pleats, Please เปิดตัว มิยาเกะค้นพบว่าลูกค้าของ Pleats Please ประมาณ 10% เป็นผู้ชาย ดังนั้น Homme Plissé จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2013 ผ้าพลีตของเขาเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าผู้ชายอย่างง่ายดายเพราะนอกจากจะใส่สบายแล้ว ทรงยังสวยยังดูไม่ต่างจากงานศิลปะ และในคอลเลคชั่นครบรอบ 10 ปี HOMME PLISSÉ ISSEY MIYAKE นำเสนอลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่ 2 ชุด ได้แก่ 'Decade' และ 'Decade Sweater' Decade ประกอบด้วยเสื้อยืด กางเกง และแจ็คเก็ตที่มีรูปทรงเรียบง่าย โดยมีให้เลือกหลายสี เช่น สีเทาอ่อน สีถ่าน สีดำ สีแดง สีเบจ สีงาช้าง และสีเหลือง ส่วน Decade Sweater เป็นเสื้อสเวตเตอร์คอกลมตัวใหม่ที่มีโลโก้ของแบรนด์ถักไว้ด้านหลัง โดยมีให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว
Pleats Please และ HOMME PLISSÉ ISSEY MIYAKE สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเกี่ยวกับเสื้อผ้าของมิยาเกะ เสื้อผ้าที่ผลิตด้วยความตั้งใจผ่านการออกแบบและคุณภาพที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดชีวิต ไม่ต่างจากเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แม้มิยาเกะจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เขาได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเสื้อผ้าในฐานะวัฒนธรรมซึ่งจะประทับในใจคนไปอีกนานเหมือนพลีตบนเสื้อผ้าของเขา
อ้างอิง
https://www.metmuseum.org/art/collection/search/692445
https://hypebeast.com/2022/8/issey-miyake-japanese-fashion-designer-dead-legacy-history-archive
https://time.com/6204868/issey-miyake-legacy-fashion-designs/
https://www.wallpaper.com/fashion-beauty/issey-miyake-homme-plisse-10-year
https://hypebeast.com/2022/8/issey-miyake-japanese-fashion-designer-dead-legacy-history-archive