วันชัย ชี้ฝีมือมนุษย์ จุดเริ่ม 'ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่6' 'นิ้วกลม' ยก 'The Lost Human' คัมภีร์รวมปัญหาโลก
วันชัย ชี้ฝีมือมนุษย์ จุดเริ่มต้น ‘ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่ 6’ แซลม่อน เนื้อ กาแฟ มีส่วน – ‘นิ้วกลม’ เชื่อในพลังผู้บริโภค ยก ‘The Lost Human’ คัมภีร์รวมปัญหาโลก
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เขตพระนคร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน ‘Knowledge Fest เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม 2025 x เทศกาลดนตรีกรุงเทพ’ ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคมนี้ เวลา 12.00-21.00 น
ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับ OKMD, มิวเซียมสยาม, เส้นทางเศรษฐี, ศิลปวัฒนธรรม และพันธมิตรด้านความรู้มากมาย อาทิ Witcast, สมาคมการ์ตูนไทย, สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย, MTEC รวมถึงผนึกกำลังกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายด้าน ได้แก่ สมาคมป้ายยาหนังสือ, เพจการตลาดวันละตอน, เพจ JUST READ และพันธมิตร เป็นต้น
บรรยากาศเวลา 13.00 น. เข้าสู่ช่วง “BookTalk: The Lost Human นับถอยหลังก่อนถึงยุคสูญพันธุ์” โดย นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนและสื่อมวลชนรุ่นใหญ่ ผู้สนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน ‘The Lost Forest ประวัติศาสตร์ (การทำลาย) สิ่งแวดล้อมไทยและสงครามแย่งชิงทรัพยากร’ ซึ่งเปิดตัวเล่มล่าสุด ‘The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์’
ชวนสนทนาโดย นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ นิ้วกลม ถึงประเด็นว่าด้วยวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติในช่วงการณ์นับถอยหลังสู่การสูญพันธุ์ เพื่อร่วมกันขบคิดถึงหนทาง ‘กลับตัว’ ของมนุษยชาติก่อนที่จะสายเกินไป พร้อมร่วมหาคำตอบของคำถามที่ว่า ‘มนุษย์อยู่จุดใดในระหว่างทางสู่การสูญสิ้น’
นายวันชัยกล่าวว่า ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ‘ป่า’ ซึ่งไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมาก แต่เล่มที่ 2 จะยิ่งลงรายละเอียดถึงปัญหาที่ใกล้กับคนมากขึ้น และทุกวันนี้ยังแก้ไม่ได้
“เราอยู่ใน PM 2.5 มาโดยตลอด ทุกปีจะต้องเจอกับฝุ่นอย่างน้อย 3 เดือน ภาพที่ผมถ่ายที่เชียงใหม่ เห็นสีของท้องฟ้าและ PM 2.5 ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนจะยังไม่มีทางแก้ วันนี้ภาคเหนือที่เคยมีอากาศที่ดีๆ เมื่อวานนี้เพิ่งขึ้นไปติดอันดับ 1 ของโลกแล้ว”
“เราเรียกว่ายุคสมัย Anthropocene ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงในโลกเกิดจากมนุษย์ เป็นยุคที่มนุษย์ครองโลก โดยใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมจนเกินขีดจำกัด เราอาจเคยได้ยินเรื่อง ‘การสูญพันธุ์ใหญ่ครั้งที่ 6’ ครั้งที่ 5 เราอาจรู้จักคือการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ จากอุกกาบาตที่ตกลงแถวอ่าวเม็กซิโก คือ 5 ครั้งที่ผ่านมานี้ทำให้สิ่งมีชีวิตประมาณร้อยละ 90 หายไปเลย แต่ 5 ครั้งนี้มาจากธรรมชาติ ส่วนครั้งที่ 6 จะมาจากมนุษย์” นายวันชัยเผย
นายวันชัย ชี้ว่า จุดเริ่มต้นของ ‘ยุคสมัยแอนโทรโปซีน Anthropocene’ คือการที่อเมริกา ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ในราวปี 1950 ทำให้เกิด ‘ร่องรอยทางธรณีวิทยา’ อย่างชัดเจนบนชั้นหิน ในเวลาใกล้เคียงกันยังเกิด ปรากฏการณ์ฟอสซิลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างสูง จนกลายเป็นปัญหาโลกร้อน
“นักวิทยาศาสตร์จึงบอกว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 เชื่อไหมว่าจากนี้เป็นต้นไปสิ่งมีชีวิตประมาณ 3 ใน 4 ของโลกจะค่อยๆสูญพันธุ์ ซึ่งผมไม่ได้พูด นักวิทยาศาสตร์พูด” นายวันชัยกล่าว
ในตอนหนึ่ง นายวันชัยกล่าวว่า ยกตัวอย่างล่าสุดคือ ‘แรดขาว’ เหลือ 2 ตัวสุดท้าย ล่าสุดพยายามผสมพันธุ์แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ ‘แรดดำ’ ก็ค่อยๆ ทยอยหายไป ซึ่งการสูญพันธุ์ คือหายไปแล้ว หายเลย
นอกจากนี้ยังมี ‘เสือทัสมาเนีย’ ที่มนุษย์ไล่ล่าจนกระทั่งสูญพันธุ์, ล่าสุดคือ ‘เต่ายักษ์เกาะปินตา’ ประเทศเอกวาดอร์ เขามีชื่อว่า ‘จอร์จผู้โดดเดี่ยว’ เพื่อนๆ ของมันตายหมดแล้ว สุดท้ายมันก็ตายอย่างเดียวดาย เมื่อปี 2012 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากที่สุดในโลก
นอกจากนี้ยังมี ‘เสือโคร่งแคสเปียน’ สัตว์ตระกูลแมวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูญพันธุ์ไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วจากการไล่ล่า ในขณะที่ไทยก็มีสัตว์อย่าง ‘สมัน’ ที่เขาสวย และ ‘กรูปี’ ที่สูญพันธุ์หลังสงคราม
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ‘ผึ้ง’ หายไปแล้วกว่า 80% โดย กว่า 70% ของผักผลไม้ที่เรากินก็มาจากการผสมพันธุ์ของพืช สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กลัว คือ ‘ผึ้งจะหายไป’ จากการใช้ยาสารฆ่าแมลง ที่อาจส่งผลให้หายไปตามธรรมชาติ เพราะเป็นสัตว์ที่เซฟซิทีฟมาก
“ดังนั้นในอนาคต สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พูดกันมาเป็น 10 ปีคือปัญหาเรื่องแมลง สัตว์เหล่านี้ไม่ได้มีมิติเพียงสวยงามแต่ยังมีส่วนอย่างมาก ในการที่ทำให้เรามีอาหาร ทุกอย่างส่งผลได้ตลอดเวลา”
“ทุกครั้งที่เรากินแฮมเบอร์เกอร์มีส่วนในการทำลายป่าทราบหรือไม่? ปัญหาทุกวันนี้ไม่ว่าจะ PM 2.5 หรือไฟฟ้า อย่าเพิ่งไปโทษใคร ต้องโทษตัวเองด้วย”
จากนั้น ยกตัวอย่างผลกระทบจากการบริโภคเนื้อ เช่น ทุกวันนี้คนจีนกินเนื้อ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เมื่อความต้องการเนื้อเพิ่ม นำมาสู่การปลูกพืชที่เป็นอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด ปัจจุบัน ‘ป่าอะเมซอน’ ถูกถางป่าประมาณไม่รู้กี่สิบสนามบอล เพื่อส่งไปทำแฮมเบอร์เกอร์ ที่อเมริกา เป็นต้น
เกษตรกรจะรู้ว่า ปลูกอ้อยปลูกพืชอื่นๆ ก็สู้ข้าวโพดไม่ได้
เมื่อถามถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่อาจกระทบระบบต่อระบบนิเวศ ?
นายวันชัย ชี้ให้เห็น ‘ทวีปขยะพลาสติก’ ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานนี้ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1 ล้านตร.กม. ใหญ่กว่าประเทศไทย 2 เท่า โดยเกิดจากกระแสน้ำพัดให้ขยะไปกองกัน จากฝีมือของมนุษย์ทั้งนั้น
“ที่น่ากลัวอันหนึ่ง คือ ‘ขยะพลาสติก’ ช่างภาพฝรั่งคนหนึ่งเดินทางไปเพื่อดูว่านกที่ตายไปปีละ 1 ล้านตัว เกิดจากการบริโภคขยะ ซึ่งนกกินสะสมไปเรื่อยๆ เพราะมันไม่รู้” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัยกล่าวถึงผลกระทบ จากการกินกาแฟ โดยเฉพาะในจุฬาฯ ผลิตขยะประมาณ 80,000 ชิ้น/วัน พร้อมกาแฟ 1 แก้ว ประกอบไปด้วยตัวแก้ว ฝา และหลอดพลาสติก จึงไม่แปลกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นผู้ทิ้งขยะอันดับ 5-6 ของโลก ซึ่งถึงที่สุดแล้ว จะไปกองรวมกันอยู่ที่ทะเล
ส่วนตัวชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นตามท้องถนนเราจะไม่เจอถังขยะ ทราบหรือไม่ว่าเพราะอะไร ?
“วิธีคิดของเขาคือ ‘ขยะคือความรับผิดชอบของคนที่ก่อ’ เขาจะไม่ผลักภาระให้เทศบาล ต้องเอาไปทิ้งที่บ้าน นี่คือมายด์เซ็ตที่สำคัญมาก การสร้างโรงงานกำจัดขยะ อาจไม่สำเร็จ ตราบใดที่เราไม่สร้างมายด์เซ็ต”
จากนั้น นายวันชัยชี้ว่า ที่ออสเตรเลีย จะมีป้ายเขียนว่า คุณเอาอะไรมาเอากลับไปให้หมด เขาใช้วิธีเชื่อใจ ในการรับผิดชอบ
สำหรับขยะจาก Fast fashion ที่สร้างมลพิษอันดับ 4 ของโลก ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ใหญ่ๆ ก็เริ่มรณรงค์ เรื่องการใช้ของมือสอง (second hand)
ในตอนหนึ่ง นายวันชัย ยกตัวอย่าง ‘แซลมอน’ ที่เราบริโภค ซึ่งเขียนถึงในหนังสือเล่มนี้ด้วย ‘แซลมอนไม่ต่างจาก กุ้งกุลาดำ’ ที่อัดยาปฏิชีวนะมหาศาล ตามความนิยมบริโภคที่เพิ่มขึ้น เกือบ 90% มาจากฟาร์ม เพราะแซลมอนในธรรมชาติราคาแพงมาก ดังนั้นอีกปัญหาใหญ่คือ ‘การใช้ยาปฏิชีวนะของมนุษย์’ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำ ลำธาร ทำให้คนอ่อนแอลงอย่างมาก
นายวันชัย ยกตัวอย่างที่ดีบางส่วน ซี่งเขียนถึง ในเล่มนี้ เช่น การออกกฎหมาย เรื่องขนาดของตาข่าย อวนปลา ที่มีการสู้ด้วยข้อมูลและภาพถ่าย
จากนั้นยกตัวอย่าง ‘เกาะจิก’ ที่ใช้โซลาร์ ผู้นำชุมชนเก่งมาก ทำให้เกาะแห่งนี้ไร้รถยนต์ ล่าสุดสามารถขายคาร์บอนเครดิตให้ Apple ได้, หรือหมู่บ้านหนึ่งในสุรินทร์ ที่สู้ภัยภัยแล้งได้จากการดูแลป่า, ชุมชนบ้านเรือ จ.ระนอง มีรายได้ 500,000 บาทต่อครัวเรือน/ปี เขาปลูกแนวตั้งหลายอย่าง กระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเวลาพืชราคาตกต่ำ แต่ต้องมีปัจจัยคือ ‘น้ำ’
เมื่อถามว่า สำนึกความเป็นปัจเจกของคนชนชั้นกลาง เกี่ยวข้องหรือไม่ในการร่วมกันรักษา?
นายวันชัยชี้ว่า สำหรับ คนในกรุงเทพฯ ถ้ามีผลประโยชน์ร่วมกัน จะนำมาซึ่งการช่วยกันรักษา เช่น การจะตัดต้นไม้ในซอย แล้วรวมตัวสู้ เพราะสร้างความร่มรื่น แต่ต้องมองให้ออกว่าอะไรคือผลประโยชน์ร่วมกัน เรามีความฝันอยากมีสวนสาธารณะในเมือง อย่าง ‘ลอนดอน’ จากสวน กลายเป็น ‘อุทยานแห่งชาติในเมือง’ ในสังคมที่เจริญแล้ว เขามองว่าต้องเพิ่มพื้นที่ธรรมชาติ ให้ใหญ่กว่าพื้นที่เมือง
ในช่วงท้าย นายวันชัย ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ช่วยได้ เช่น ซื้อกาแฟ โดยพกแก้วไปด้วย ดังนั้น ต้องอาศัยพลังการเปลี่ยนแปลง เหมือนน้ำเซาะหิน วันนึงหินก็กร่อนได้ อย่าประมาทพลังของผู้บริโภค
ด้านนายสราวุธ หรือ นิ้วกลม กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ ออกมาในสมัยที่มนุษย์ควรจะได้อ่าน เพราะเราทราบกันดีว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและที่อีกมากขึ้นเรื่อยๆ เราพูดถึง PM 2.5 เห็นปัญหาไฟป่าและระดับน้ำทะเล ไปจนถึงขยะและพลาสติกจิ๋ว มากมายเต็มไปหมด ดังนั้นหนังสือ The lost Human เป็นเหมือนคัมภีร์ที่รวบรวมปัญหาว่าอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง และให้แสงสว่างในปลายอุโมงค์ ให้ตัวอย่างชุมชนที่แก้ปัญหาเหล่านั้นได้ ซึ่งไล่เรียงปัญหาได้อย่างละเอียด
“ถ้าผู้บริโภคเปลี่ยนเยอะขึ้น อาจนำมาสู่กระบวนการผลิตที่เปลี่ยนไปด้วย เป็นเรื่องนี้ยังเขียนถึงการร่วมกันส่งเสียงให้ดังขึ้น ระดับปัจเจกต้องแก้ แต่ขณะเดียวกันผู้ที่ดำเนินนโยบาย ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง” นายสราวุธกล่าวเสริม
ในช่วงท้าย นายวันชัยกล่าวด้วยว่า ปกติแล้วหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในวงการไทย มักขายไม่ค่อยดี แต่ก็น่าสนใจที่หนังสือเล่มก่อนหน้านี้ The lost Forrest เป็นหนังสือติดอันดับขายดี ซึ่งคาดว่าเล่มนี้ก็น่าจะขายดีเช่นกัน เพราะมาถูกที่ถูกเวลา คนสนใจสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น กลั่นมาจากประสบการณ์ด้านการทำข่าวสิ่งแวดล้อมกว่า 30 ปี ลงพื้นที่เห็นปัญหาหลายจังหวัด
เวลา 14.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจบการเสวนา มีผู้ต่อคิวซื้อหนังสือ พร้อมพูดคุยกับ นายวันชัยอย่างล้นหลาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วันชัย ชี้ฝีมือมนุษย์ จุดเริ่ม ‘ยุคสูญพันธุ์ครั้งที่6’ ‘นิ้วกลม’ ยก ‘The Lost Human’ คัมภีร์รวมปัญหาโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th