โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 02.18 น.

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยมากเกิดจากถูกสัตว์กัดหรือข่วน โดยเชื้อไวรัสสามารถแพร่ได้จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หมาป่า เป็นต้น หลังได้รับเชื้อมักไม่ปรากฏอาการใดๆ อาการมักเกิดหลังจากถูกกัดประมาณ 7 วันหรือเป็นเดือน ตัวอย่างอาการที่เกิด ได้แก่ ปวด อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดศีรษะ หงุดหงิด กระวนกระวาย และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ประเภทของการฉีดวัคซีนมี 2 วัตถุประสงค์ คือ
1. ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค (ยังไม่ได้สัมผัสสัตว์หรือถูกสัตว์กัด)

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกสัตว์กัด เช่น สัตวแพทย์ บุรุษไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า
  • อาจจำเป็นบางกรณี เช่น ผู้ที่มีกิจกรรมกับสัตว์ที่เสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้า หรือผู้ที่จะเดินทางในพื้นที่ที่พบโรคพิษสุนัขบ้า
  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือในผิวหนังจำนวนทั้งหมด 3 เข็ม

เข็มที่ 1

เข็มที่ 2

เข็มที่ 3

วันที่ต้องการฉีด

หลังจากเข็มแรก 7 วัน

หลังจากเข็มแรก 21-28 วัน

2. ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคหลังสัมผัสหรือถูกสัตว์กัด

ล้างบาดแผลให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทันทีหลังถูกสัตว์กัด และรีบไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาการฉีดวัคซีน

  • กรณีไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อจำนวน 4 เข็ม หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังจำนวน 3 เข็ม และพิจารณาการฉีดอิมมูโนโกลบูลินร่วมด้วย

วิธีการฉีด

เข็มที่ 1

เข็มที่ 2

เข็มที่ 3

เข็มที่ 4

ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

วันแรกที่มาโรงพยาบาล

หลังจากเข็มแรก 3 วัน

หลังจากเข็มแรก 7 วัน

หลังจากเข็มแรก
14-28 วัน

ฉีดเข้าในผิวหนัง

วันแรกที่มาโรงพยาบาล

หลังจากเข็มแรก 3 วัน

หลังจากเข็มแรก 7 วัน

-

นอกจากนี้แนวทางการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้ออาจพิจารณาให้จำนวน 5 เข็ม ในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 28 หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังจำนวน 4 เข็ม ในวันที่ 0, 3, 7 และ 28 ทั้งนี้ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์

  • กรณีที่เคยรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรค หรือรับวัคซีนหลังสัมผัสโรคมาก่อน แล้วถูกสัมผัสหรือถูกสัตว์กัด แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อหรือฉีดเข้าในผิวหนัง จำนวน 1-2 เข็ม ขึ้นกับระยะเวลาที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายจนมาสัมผัสโรค โดยไม่จำเป็นต้องฉีดอิมมูโนโกลบูลินร่วมด้วย

ระยะเวลาที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายจนมาสัมผัสโรค

เข็มที่ 1

เข็มที่ 2

สัมผัสโรคภายใน 6 เดือน

วันแรกที่มาโรงพยาบาล

-

สัมผัสโรคหลังจาก 6 เดือนขึ้นไป

วันแรกที่มาโรงพยาบาล

หลังจากเข็มแรก 3 วัน

ทั้งนี้ควรมารับวัคซีนตรงตามกำหนดนัดตามสูตรการฉีดวัคซีน ในกรณีที่ไม่สามารถมาตามนัดแนะนำให้ปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะคำของแพทย์

ข้อควรแจ้งแพทย์ทราบก่อนฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

  • ผู้ที่เคยมีประวัติการแพ้อย่างรุนแรงในการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า หรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็งหรือได้รับรังสีรักษา ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ยา
    สเตียรอยด์)

อาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

ระดับความรุนแรง

อาการไม่พึงประสงค์

อาการไม่รุนแรงและพบได้บ่อย

ปวด บวม คันบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ เวียนศีรษะ

อาการปานกลาง

ลมพิษ ปวดข้อ มีไข้ (พบ 6% ในการฉีดเข็มกระตุ้น)

อาการรุนแรง (พบได้น้อยมาก)

ไข้สูง หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด โดยเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีถึง
2-3 ชั่วโมงหลังได้รับวัคซีน หากพบอาการเหล่านี้ควรแจ้งแพทย์หรือพาผู้ป่วยมาพบแพทย์ทันที

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของวัคซีนได้ เช่น Belimumab, Fingolimod และยากดภูมิบางชนิด

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention. Rabies vaccine: What you need to know. Available from: https://www.cdc.gov/vaccines/hcp/vis/vis-statements/rabies.html [Accessed 2 August 2023].
  • World Health Organization (WHO). Rabies vaccines and immunoglobulins: WHO position. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/WHO-CDS-NTD-NZD-2018.04 [Accessed 2 August 2023].
  • คลินิกป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย. แนวทางการดูแลรักษาผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ.2561 และคำถามที่พบบ่อย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพนตากอน แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง; 2561.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...