MINT ตั้งเป้ารายได้โต 6-8% ชู Asset-light Model ขยายโรงแรม-ร้านอาหารต่อเนื่อง เล็งตั้งกอง REIT คาดชัดเจนในปี 68
MINT ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี เดินหน้า Asset-light Model สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำ 12% มีแผนขยายโรงแรมสู่ 1,000 แห่ง และร้านอาหารเป็น 4,500 แห่ง ภายในปี 2572 เผยเล็งตั้งกอง REIT ขนาดราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดชัดเจนในปีนี้ หนุนสร้างกระแสเงินสดเข้าบริษัท 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าสร้างการเติบโตตามแผนกลยุทธ์ระยะยาว (2567-2570) โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 6-8% กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโต 15-20% ต่อปี และมีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนมากกว่า 12%
โดยบริษัทจะมุ่งขยายธุรกิจภายใต้โมเดลที่ลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Asset-light Model) หรือรับบริหารโรงแรมเป็นหลัก ซึ่งบริษัทมีนโยบายรักษาอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROIC) มากกว่า 12%
สำหรับธุรกิจโรงแรม บริษัทวางแผนจะเพิ่มพอร์ตเป็น 850 โรงแรม ภายในปี 2570 และเพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 โรงแรม ในปี 2572 จากสิ้นปี 2567 ที่มีโรงแรม 562 โรงแรม โดยเน้นขยายในประเทศ อเมริกา แมกซิโก แอฟริกา เติร์ก โปรตุเกส ซาอุดิอาระเบีย บาร์เรน การ์ต้า โอมาน อินเดีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
อีกทั้งบริษัทคาดว่าธุรกิจโรงแรมจะได้รับปัจจัยบวกจากซีรีย์ The White Lotus ซีซั่น 3 ที่มีการถ่ายทำในประเทศไทยและได้ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล มาร่วมแสดง รวมถึงใช้โรงแรมในเครือ MINT เป็นสถานที่ถ่ายทำ 4 แห่ง ได้แก่ โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เกาะสมุย, อนันตรา ลวานา เกาะสมุย รีสอร์ท, อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า และอนันตรา บ่อผุด เกาะสมุย รีสอร์ท ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวในไทยให้เป็นระดับไฮเอนด์และเป็นจุดหมายปลายทางสุดหรูสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งนี้ จากกระแสการโปรโมทซีรีย์ดังกล่าวไปทั่วโลก ส่งผลให้อัตราค่าห้องพัก (ADR) ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 40%
ส่วนธุรกิจร้านอาหาร บริษัทมีแผนจะขยายสาขาร้านอาหารเป็น 4,000 สาขาในปี 2570 และเพิ่มเป็น 4,500 สาขา ในปี 2572 จากสิ้นปี 2567 ที่มีจำนวนสาขาร้านอาหาร 2,699 สาขา โดยเน้นในรูปแบบเฟรนไชส์ ซึ่งในปีนี้จะมีแฟรนไชส์ร้านใหม่ เช่น บอนชอน และกาก้ส เป็นต้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุธ์ Asset-light Model ที่จะลดการใช้เงินลงทุนในการขยายธุรกิจ และเป็นอีกแนวทางที่จะทำให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 0.75% จากสิ้นปี 2567 อยู่ที่ระดับ 0.8 เท่า โดยคาดว่าจะได้เห็นการจัดตั้งกอง REIT ได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ากอง REIT จะมีขนาดราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดให้บริษัทประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะตั้งกอง REIT ในประเทศไทย หรือประเทศสิงคโปร์
ด้านงบลงทุน บริษัทวางเป้าหมายใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 10,000-12,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงโรงแรมและร้านอาหารที่มีอยู่แล้ว
“ปัจจุบันราคาหุ้นของ MINT ยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และสวนทางกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทคาดหวังให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนมีการกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในตลาดทุนไทยมากขึ้น เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนการลงทุนให้มูลค่าหุ้นสอดคล้องกับมูลค่าที่แท้จริง” นายดิลิป กล่าว